ข่าว

สวมรอย'คนดี'จี้เงิน'คนตาบอด'

สวมรอย'คนดี'จี้เงิน'คนตาบอด'

15 มี.ค. 2555

สวมรอย'คนดี'จี้เงิน'คนตาบอด' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

         เวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้า...ชาตินี้ก็เห็นผลทันตา เพียงไม่กี่วันตำรวจก็สามารถตะครุบตัวโจรร้ายในคราบพลเมืองดี ชิงทรัพย์คนตาบอดได้ทันควัน!!
 
             "ธรรมรงค์ ล้อมกัน" หนุ่มใหญ่วัย 36 ปี เพื่อนโดยสารร่วมรถไฟขบวนเดียวกับ "ประสิทธิ์ คงสกุล" หนุ่มพิการตาบอดวัย 31 ปี ทำทีเป็นช่วยเหลือ พาชายพิการไปซื้อตั๋วรถไฟ พอเห็นเงินสดหลายพันบาทจากพลเมืองดีก็กลายร่างเป็นโจรร้ายทันที!?!
 
             บ่ายแก่ๆ วันที่ 10 มีนาคม ประสิทธิ์ กำลังจะเข้าไปซื้อตั๋วโดยสารรถไฟบริเวณสถานีรถไฟ จ.สระบุรี เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาสอบที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ระหว่างที่รอซื้อตั๋ว ธรรมรงค์ เข้ามาสอบถามเหมือนกับเป็นพลเมืองดี ช่วยไปซื้อตั๋วโดยสารรถไฟให้ อีกทั้งยังพาขึ้นรถไฟแล้วนั่งใกล้กัน
 
             ระหว่างการเดินทางหลายร้อยกิโลเมตร ประสิทธิ์ ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า พลเมืองดีที่นั่งข้างๆ จะกลายเป็นคนร้าย จนกระทั่งมาถึงสถานีรถไฟรังสิต จ.ปทุมธานี คนร้ายกลับบอกว่าถึงสถานีรถไฟบางซื่อ-ปากเกร็ด แล้วก็จูงลงจากรถไฟพาเดินเท้าต่อไปอีกหลายร้อยเมตร จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงผู้คนพลุกพล่าน หลังจากนั้นก็ถูกบังคับข่มขู่แล้วรื้อค้นเงินสดที่มีอยู่ทั้งหมดหลบหนีไป
 
             ราว 3 ทุ่มวันเดียวกัน ด.ต.วิเชียร ทิพย์สังข์ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ขี่รถจักรยานยนต์ตรวจตราในพื้นที่ เมื่อไปถึงบริเวณชายป่าข้างสถานีรถไฟรังสิต ใกล้กับหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ได้ยินเสียงผู้ชายร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากในป่าหญ้า จึงหยุดรถเข้าไปตรวจสอบ พบชายพิการตาบอดกำลังยืนรอความช่วยเหลืออยู่ในป่าหญ้า
 
             การสอบถามทราบชื่อว่า ประสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 6 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ถูกคนร้ายพูดจาข่มขู่ว่ามีอาวุธมีด ถ้าส่งเสียงดังหรือขัดขืนจะฆ่าให้ตาย ด้วยความกลัวจึงยืนนิ่งให้คนร้ายค้นตัว หยิบเอาเงินสด 5,000 กว่าบาทในกระเป๋าแล้วหลบหนีไป ปล่อยทิ้งไว้ในป่าหญ้าข้างทางจนไม่สามารถออกมาได้
 
             ด.ต.วิเชียร จึงรีบนำ ประสิทธิ์ ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ พ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้มีคำสั่งให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยเฉพาะการทำต่อผู้พิการตาบอด
 
             ชุดสืบสวนเดินทางไปที่สถานีรถไฟสระบุรี พร้อมทั้งประสานงานกับตำรวจรถไฟ เพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสถานีรถไฟ จนกระทั่งพบภาพผู้เสียหายและภาพคนร้ายทำทีเข้ามาทำตีสนิทแล้วก็จูงประสิทธิ์ขึ้นรถไฟไป
 
             หลังจากได้ตำหนิรูปพรรณคนร้าย ชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ นำภาพผู้ต้องสงสัยให้ตำรวจรถไฟ และตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี ช่วยสังเกตตรวจสอบ โดยคาดว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะพักในละแวกดังกล่าว
 
             เพียง 2 วันหลังเกิดเหตุ ตำรวจรถไฟประสานงานกลับมายังชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ว่า พบเห็นผู้ต้องสงสัยนั่งดื่มสุราอยู่บริเวณสถานีรถไฟ จ.สระบุรี จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยทราบชื่อ ธรรมรงค์ อยู่บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 5 ต.บ้านใหม่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จึงเชิญตัวมาสอบสวน
 
             ระหว่างที่ควบคุมผู้ต้องสงสัย พ.ต.อ.วัฒนา รายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ทราบ แล้วสอบสวนผู้ต้องสงสัยด้วยตนเอง
 
             "การสอบสวนนายธรรมรงค์ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุจะเข้ามาทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยย่านรังสิต ระหว่างกำลังรอขึ้นรถไฟเห็นชายผู้พิการตาบอดรู้สึกสงสาร จึงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ระหว่างที่ชายผู้พิการตาบอดหยิบเงินสดจึงเกิดความโลภ จึงตีสนิทระหว่างทาง จนกระทั่งมาถึงจุดที่เกิดเหตุ นายธรรมรงค์อ้างว่าบ้านอยู่แถวปากเกร็ดจะช่วยไปส่ง ชายผู้พิการตาบอดหลงกลลงตามลงมา แล้วลงมือก่อเหตุ" ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ระบุ
 
             หลังจาก ธรรมรงค์ ถูกจับตามหมายจับในข้อกล่าวหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน อ้างว่า เพิ่งก่อเหตุเป็นครั้งแรก เพราะไม่มีงานทำ หลังก่อเหตุก็ไปหางานทำ แต่ไม่ชอบ จึงกลับมาตั้งหลักที่ จ.สระบุรี เงินสดที่ได้จากชายพิการตาบอดก็นำไปใช้ซื้ออาหารเครื่องใช้และซื้อสุราดื่มหมดไป 1,000 บาท ยังเหลืออีก 4,000 บาทเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง แต่ระหว่างที่นอนหลับถูกพวกเร่ร่อนรื้อกระเป๋าเอาเงินสดที่เก็บไว้ไปจนหมด จึงมานั่งดื่มสุราย้อมใจและมาถูกตำรวจจับในที่สุด โดยไม่คิดว่าตำรวจจะจับกุมได้ !!