
บทบาทสตรีในการปั้นแต่งธุรกิจ
สวัสดีเศรษฐกิจ : บทบาทสตรีในการปั้นแต่งธุรกิจ - จากรากของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น : โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร
ในบทความที่ผมขอนำเสนอวันนี้ อาจดูแปลกไปที่เป็นเรื่องระดับหน่วยธุรกิจ หรือ ระดับ Micro ที่ไม่ใช่ภาพใหญ่หรือ Macro อย่างที่ผ่านๆ มา แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและเข้ากับบริบทที่กำลังเป็นกระแสว่า สตรีหรือผู้หญิงนั้นได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการปั้นแต่งธุรกิจ
จากการที่ผมได้เดินทางไปร่วมบรรยายและดูงานช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับกรรมการและผู้บริหารวิทยาลัยชุมชน ที่ จ.แพร่ ผมมีความประหลาดใจและทึ่งมากกับการรวมกลุ่ม การสร้างเครือข่าย และการเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าผ้าฝ้าย ผ้าทอ หรือผ้าที่นำมาย้อมจากพืชที่เรียกว่า "ห้อม" หรือที่เรารู้จักในชื่อผ้าม่อห้อมนั่นเอง
จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายของคนเมืองแพร่ที่มีการนำมาประกอบเป็นอาชีพ ทอ ฟอก ย้อมเป็นเครื่องนุ่งห่มที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครนั้น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าได้หลายเท่า เช่น การนำเอาเทคนิคการย้อมผ้าม่อห้อมมาบวกกับการมัดย้อมเป็นลายบนผ้าที่ทอมือออกมาเป็นผ้าพันคอที่แปลกตา สวยงาม สามารถนำมาดัดแปลงเป็นอาภรณ์แฟชั่นระดับชาติของแบรนด์ดังๆ ที่ดูดีมากๆ ในระดับราคาเป็นพัน หรือหลายๆ พัน
อีกสิ่งที่อยากนำมาเล่าเป็นตัวอย่างคือ วิสัยทัศน์ของร้านแห่งหนึ่งที่เจ้าของเป็นผู้หญิงที่หันหลังจากการเป็นลูกจ้าง กลับมายังท้องถิ่น สร้างงานสร้างอาชีพและกำลังเริ่มเป็นที่รู้จักของลูกค้าชาวญี่ปุ่น เธอเขียนในนามบัตรว่า Natural indigo and all colors by native plants, organic cotton and eco textile. อาจารย์อ้อยคนนี้ไม่ธรรมดา จากสิ่งที่เธอเขียน สิ่งที่เธอผลิตออกมาสามารถจูงใจให้เจ้าของแบรนด์แฟชั่นของไทยอันดับหนึ่งสนใจที่จะนำผลิตภัณฑ์ของเธอไปลองทำเป็นผลิตภัณฑ์ระดับประเทศ
เมื่อผมได้เข้าไปร่วมบรรยายและรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการที่ล้วนเป็นผู้หญิงทั้งหมดกลุ่มนี้ พบว่าทุกท่านมีแรงบันดาลใจ มีความตั้งใจที่สูงมาก มีแนวความคิดทางธุรกิจที่ชัดเจน ทุกคนให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากเจ้าของธุรกิจแบรนด์ดังกว่า 4 ชั่วโมง และต่างมุ่งมั่นที่จะนำเอาสิ่งที่เรียนรู้ไปต่อยอดธุรกิจอย่างเต็มที่
ไม่มีใครพูดถึงการขอสิทธิประโยชน์นั่นนี่เลย ไม่มีใครพูดปัญหาเรื่องทุน ไม่มีใครพูดเรื่องปัญหาว่ารัฐไม่สนใจ เธอเหล่านั้นก้าวข้ามปัญหาทางธุรกิจที่ต้องทำต้องแก้ทุกวันไปแล้ว หากแต่มุ่งที่จะหารูปแบบทางธุรกิจที่จะตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของตัวเอง
ผมขอสรุปปัจจัยที่จะทำให้หน่วยธุรกิจย่อยๆ ในพื้นที่ที่บริหารจัดการด้วยสตรีเหล็กเหล่านี้จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้ดังนี้ครับ
1. ความรักในถิ่นเกิด รักในภูมิปัญญาและทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ อยากเห็นถิ่นเกิดตัวเองมีความเจริญมั่นคง
2. ความรักในการเรียนรู้เพิ่มเติม ขวนขวาย และมีความกระหายใคร่รู้จากแหล่งความรู้ภายนอกอย่างมาก
3. อ่อนน้อมและยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่แข็งและคิดว่าตนเองรู้ดี รู้แล้วอันนี้ผู้ชายจะสู้ไม่ได้เลย
4. เกาะเกี่ยวและเกื้อหนุนกัน คือจะมีลักษณะบินเป็นหมู่คณะแม้ว่าจะแข่งกันในบางร้านก็ตาม
5. ไม่งอแง ไม่สร้างข้อจำกัด โน่นนั่นนี่ประเภทเห็นด้วยนะแต่....สุดท้ายก็ไม่ทำ (Yes but later)
หากยุทธศาสตร์การพัฒนาและการกระจายทรัพยากรของภาครัฐลงมาถึงกลุ่มสตรี หรือเครือข่ายธุรกิจท้องถิ่นแบบนี้ ผ่านสถาบันการศึกษาที่มีปรัชญาความรู้มาจากชุมชน บริหารโดยชุมชน และเพื่อชุมชนแล้ว ท้องถิ่นจะมีความเข้มแข็งอีกหลายเท่า การทิ้งถิ่นของคนที่มีการศึกษามาทำงานในเมืองจะลดลง การจ้างงาน การสร้างงาน การกระจายรายได้จะดีขึ้น ไม่ต้องมาจัดสรรเป็นรายหัวแบบที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้...
เมื่อได้ลงมาดูในหน่วยย่อยของสังคมในท้องถิ่นผมจึงเข้าใจมากขึ้นว่า...ที่เอาแต่มองภาพใหญ่ คิดแต่เรื่องใหญ่ๆ หรือสร้าง Big dream นั้น ที่จริงแล้วก็คือ การไม่เข้าใจ การเข้าไม่ถึง จึงพัฒนาผิดทาง มันน่าเสียดายเวลาที่ผ่านมา...แต่ไม่สายที่จะกลับไปให้กำลังใจกับสตรีเหล็กเหล่านั้นอย่างเป็นรูปธรรมครับ...
----------
(หมายเหตุ : สวัสดีเศรษฐกิจ : บทบาทสตรีในการปั้นแต่งธุรกิจ - จากรากของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น : โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร)
----------



