ข่าว

'ปู'จ้อ9ผวจ.ภาคเหนือแก้หมอกควัน

'ปู'จ้อ9ผวจ.ภาคเหนือแก้หมอกควัน

14 มี.ค. 2555

นายกฯ ประชุมคอนเฟอเร้นซ์ 9 ผวจ.ภาคเหนือ เร่งแก้ปัญหาหมอกควัน สั่ง ก.เกษตร ดูแล จ.แม่ฮ่องสอน ชูพระบารมีในหลวง โครงการฝนหลวง ช่วยแก้ปัญหาได้มาก พร้อมตั้งเป้า เร่งเสริมการท่องเที่ยวจีน 15 เปอร์เซ็น ภายใน 5 ปี

                   เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นซ์ เรื่อง “ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ” ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 9 จังหวัด ประกอบด้วย จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แม่ฮ่องสอน จ.น่าน จ.แพร่ จ.พะเยา และจ.ตาก

                 นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการทุกจังหวัดที่ได้บูรณาการแก้ไขปัญหา และทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างเต็มที่ และยืนยันว่า รัฐบาลเป็นห่วง พร้อมทั้งจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้เร่งรัดให้มีการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ซึ่งวันนี้ทราบว่า สถานการณ์ส่วนใหญ่เริ่มคลี่คลายและดีขึ้นหลายจังหวัด ยกเว้น จ.แม่ฮ่องสอน ที่ยังมีค่าของฝุ่นละอองสูงอยู่ จึงได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปดูแลแล้ว ซึ่งวันนี้ต้องถือเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีพระราชดำริ ในเรื่องของการทำฝนหลวง จึงสามารถช่วยบรรเทาและคลี่คลายปัญหาหมอกควันได้เป็นอย่างดี

                 ด้านนางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวรายงานว่า วันนี้ที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีฝนตกลงมาเกือบทุกพื้นที่ยกเว้นที่ อำเภอสบเมย เพียงอำเภอเดียว ทำให้ขณะนี้อากาศใน จ.แม่ฮ่องสอน ดีขึ้น โดยจากการวัดระดับค่าฝุ่นละออง เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 156 ไมโครกรัม แม้จะยังเกินมาตรฐานอยู่แต่ถือว่าลดลงมากแล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ไม่ได้มีการวัดระดับค่าฝุ่นละอองเนื่องจากเครื่องวัดเสีย แต่สภาพโดยรวมแล้ววันนี้ถือว่า อากาศดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ปัญหาหมอกควันของ จ.แม่ฮ่องสอนนั้น ส่วนหนึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และอีกส่วนหนึ่งมาจากอากาศที่ค่อนข้างเย็นในช่วงเช้า ทำให้เกิดหมอกหนา ซึ่งการแก้ปัญหาที่ผ่านมาได้มีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจขึ้นมาดูแล และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

 

นายกฯ ตั้งเป้า เร่งเสริมการท่องเที่ยวจีน 15 เปอร์เซ็น ภายใน 5 ปี 

                  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสี กวงตี๋ นายกสมาคมกิตติมศักดิ์สมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศจีนและมาดามเติ้ง ร่ง อุปนายกสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศของจีน เข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือไทย-จีน ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

                  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทย-จีนที่มีมายาวนานได้พัฒนาไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ในปัจจุบัน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ต้อนรับนายสี จิ้นผิง รองประธานาธิบดีจีน ที่เดินทางมาเยือนไทยโดยได้มีการหารือเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ 20 และส่งเสริมการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศให้เติบโตกว่าร้อยละ 15 ภายใน 5 ปี รัฐบาลไทยยังมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากจีนในไทยในทุกภาคทั้งด้านอุตสาหกรรม การเกษตรและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณในการฟื้นฟูประเทศหลังจากการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะสั้นที่ 11 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวๆที่ 17 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้คาดว่าเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ จะเติบโตสูงถึงร้อยละ 5.5-6.5 ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยยุทธศาสตร์ที่ตั้งของไทยในการเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน การพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงและโครงสร้างพื้นฐานจากจีน ผ่านไทยไปยังลาว ยังเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เชื่อนักลงทุนจีนจะเห็นลู่ทาง โอกาสและศักยภาพทางเศรษฐกิจในการเข้ามาลงทุนไทยมากยิ่งขึ้น

                  "ส่วนตัวเฝ้าคอยการเยือนจีนในครั้งนี้และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศแล้ว ในช่วงที่ไทยประสบปัญหาอุทกภัย สมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศของรัฐบาลและประชาชนจีนได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีตลอดมา รัฐบาลและพี่น้องชาวไทยซาบซึ้งใจเป็นอย่างดี และจะขอถือโอกาสเยือนจีนในครั้งนี้ ขอบคุณรัฐบาลและพี่น้องประชาชนจีนอย่างเป็นทางการด้วย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

                   นายสี ได้กล่าวยกย่องความสัมพันธ์ไทยจีนว่า เป็นต้นแบบสำหรับจีน ในการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆในภูมิภาค ที่ผ่านมา พร้อมชื่นชมความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาอุทกภัยของไทยที่ผ่านมา การเยือนไทยในครั้งนี้ได้มีโอกาสพบปะผู้แทนระดับสูงขอไทยทั้งภาครัฐ เอกชนและสื่อมวลชน นอกจากนี้ ไทยและจีนยังได้ขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่องจาก จากการส่งออกสินค้าเกษตรและผลไม้ ไปสู่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีน้ำ รถไฟ และโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ ทราบว่ารัฐบาลจีนได้เชิญนายกรัฐมนตรีเยือนจีนอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ด้วย ซึ่งทางสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศจีนจะขอให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะอย่างสมเกียรติ เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ