ข่าว

หมอฝรั่งเศสระบุ'ฮอมส์-ซีเรีย'คือนรก!

หมอฝรั่งเศสระบุ'ฮอมส์-ซีเรีย'คือนรก!

14 มี.ค. 2555

ศัลยแพทย์ผู้ก่อตั้งกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน ลักลอบเข้าไปรักษาผู้บาดเจ็บในซีเรีย/ระบุสถานการณ์เมืองฮอมส์ราวกับนรก

          14 ม.ค. 55  ศัลยแพทย์ ฌ้าคส์ เบอแรส์ ชาวฝรั่งเศส ที่มีประสบการณ์ทำงานอยู่ในเขตสมรภูมิมานานถึง 40 ปี กล่าวว่า การเข่นฆ่าอย่างนองเลือดในซีเรีย เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สุด ที่เขาเคยประสบมา 

          ศัลยแพทย์เบอแรส์ ได้แอบลักลอบเข้าไปอยู่เมืองฮอมส์ของซีเรีย นานถึง 2 สัปดาห์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และได้ตั้งสถานพยาบาลชั่วคราวขึ้นที่บ้านหลังหนึ่ง ที่เขาต้องผ่าตัดผู้บาดเจ็บ 89 คน ในเวลา 12 วัน ส่วนใหญ่เป็นคนแก่และเด็ก เขาช่วยชีวิตคนส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่มีอยู่ 9 คนที่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจตายบนเตียงผ่าตัด 

          ในระหว่างการประชุมสุดยอดเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ของนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอังคาร ศัลยแพทย์เบอแรส์วัย 71 ปี ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน และกลุ่มแพทย์ของโลก ทั้งยังเป็นแพทย์ชาวตะวันตกเพียงคนเดียว ที่ได้เข้าไปในเมืองฮอมส์ ได้กล่าวด้วยความรู้สึกสะเทือนใจเกี่ยวกับบรรยากาศอันนองเลือดและน่าสะพึงกลัว 

          ศัลยแพทย์เบอแรส์ ซึ่งเคยผ่านการทำหน้าที่มาแล้วหลายสมรภูมิ รวมทั้ง เวียดนาม รวันดา อิรัก กล่าวถึงสถานการณ์ในซีเรียว่า มันคือนรก มีการสังหารหมู่ ไม่มีความยุติธรรม และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เขาเดินทางไปยังซีเรียตามคำขอร้องของกลุ่มฟรองซ์ - ซีรี เดโมเครซี่ และสมาคมสหภาพมุสลิมในฝรั่งเศส โดยเขาได้ลักลอบข้ามชายแดนเลบานอนเข้าไปในซีเรีย เพื่อทำห้องผ่าตัดรักษาผู้บาดเจ็บในบ้านร้างแห่งหนึ่ง ที่มีเตียงแค่ 3 เตียงเท่านั้น 

          เขากล่าวด้วยว่า ความท้ายทายที่ใหญ่หลวงที่สุด ล้วนเป็นเรื่องพื้นฐาน ก็คือ การขาดแคลนกระแสไฟฟ้าและหาห้องสำหรับวางเปลหาม ประชาชนในเมืองฮอมส์ ซึ่งเป็นที่มั่นสำคัญของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ต้องมีชีวิตอยู่อย่างสิ้นหวัง แม้จะรู้สึกขอบคุณบรรดาผู้สื่อข่าวที่ช่วยเป็นปากเสียงในการบอกให้โลกรับรู้ถึงความทุกข์ยากของพวกเขา พวกเขาบอกว่า รู้สึกดีที่มีคนนึกถึงพวกเขา แต่พวกเขาไม่มีอาหาร ไม่มียาและไม่มีอาวุธ 

          เหตุการณ์ลุกฮือขึ้นต่อต้านอำนาจรัฐบาล ได้เริ่มเมื่อเดือนมีนาคม ส่วนใหญ่เป็นการประท้วงโดยสันติในหลายจังหวัดที่ยากจนของประเทศ แต่กองกำลังรักษาความมั่นคงได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามพวกเขาอย่างหนักหน่วง สังหารประชาชนไปหลายพันคน แต่การประท้วงก็ยังเพิ่มมากขึ้น และลุกลามจนถึงขั้นจับอาวุธขึ้นก่อกบฎ หน่วยงานดูแลด้านผู้อพยพของสหประชาชาติระบุว่า มีชาวซีเรียหนีออกจากบ้านเรือนแล้ว 230,000 คน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7,500 คน ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แต่นักเคลื่อนไหวระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตในช่วง 11 เดือนของการลุกฮือผ่าน 8 พันคนแล้ว 

          ฮาดีล คูคี นักเคลื่อนไหวหญิงชาวซีเรีย วัย 20 ปี ระบุว่า เธอถูกควบคุมตัวในเรือนจำนาน 52 วันหลังถูกหน่วยข่าวกรองทหารเรียกตัวไปสอบปากคำ ซึ่งเธอได้แจกใบปลิวในมหาวิทยาลัย เรียกร้องให้เพื่อนนักศึกษาออกไปร่วมการประท้วง เธอบอกด้วยว่า มีผู้เสียชีวิตราว 1 หมื่นคนแล้ว และการสังหารก็ยังดำเนินต่อไป มีคนถูกฆ่าวันละประมาณ 100 คน ในจำนวนนี้ รวมทั้งเด็ก ๆ ที่นอนตายอยู่ในบ้านของตัวเอง 

          คูคี บอกด้วยว่า ตอนที่เธอถูกจับครั้งแรก เธอต้องอยู่ในเรือนจำนาน 40 วัน ภายใต้บรรยากาศที่น่าสะพึงกลัว หลังจากนั้นก็ถูกจับอีก 2 ครั้ง ซึ่งเธอถูกทรมานด้วยการช็อตไฟฟ้า และถูกระเมิดด้วยวิธีการที่เลวร้ายอย่างยิ่ง หลังจากได้รับการปล่อยตัว เธอถูกเพิกถอนสิทธิ์ในการกลับเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย ปัจจุบันเธออยู่ในอิยิปต์และเคลื่อนไหวต่อต้านประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด ผ่านทางโลกไซเบอร์ 

          ประธานาธิบดีอัสซ้าด ยืนยันว่า รัฐบาลของเขากำลังต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ และแก๊งอาชญากรรม โดยไม่ยอมรับการลุกฮือนานนับปีที่เกิดขึ้นว่าเป็นการปฏิวัติของประชาชน ซึ่งคูคี บอกว่า ไม่มีนักรบต่างชาติในซีเรีย ไม่มีผู้ก่อการร้าย มีแต่การชวนเชื่อของรัฐบาล

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP , AFP)

----------