
'ประยุทธฺ'ฉุนสื่อถูกซักนิรโทษ'ทักษิณ'
"ประยุทธ์" ฉุนถูกถาม "รื้อผลสอบ คตส.- นิรโทษแม้ว" โวยไม่ใช่พรรคการเมือง ย้อนข้อเสนอปรองดอง ต้องทำตามกฎหมายบ้านเมือง ถามให้ทหารถอนกำลัง ตำรวจพร้อมหรือยัง ขนาดคงไว้ยังเอาไม่อยู่ แจงโจรใต้หวังยกระดับสู่สากล
วันที่ 14 มี.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ เป็นประธานเสนอแนวทางสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าว่า ก็ว่ากันไป อยากถามว่าขั้นตอนจบหรือยัง ส่วนที่จะมีการเสนอให้มีการออก พรบ.นิรโทษกรรมนั้น ก็ต้องดูว่าใครเป็นคนดำเนินการในเรื่องนิรโทษกรรม ซี่งไม่ใช่เรื่องของทหาร คนมีหน้าที่เขาก็ทำไป
อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาคัดค้านเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “ก็เป็นเรื่องของประชาธิปัตย์ ผมเป็นใครหละ ถามว่าผมเป็นพรรคการเมือง พรรคประเทศไทยหรือยังไง “
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเชื่อมโยงกับการนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามาประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบตรงนั้น สื่อเองยังนำเสนอข่าวไม่ตรงกัน บางฉบับก็บอกว่ากลับ บางฉบับก็บอกว่าไม่กลับ สื่อก็ไปนำเสนอให้ตรงกันเสียก่อน แล้วค่อยมาถาม”
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เรื่องความปรองดองนั้นเกี่ยวข้องกับการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความปรองดองคือการที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับในกติกา กฎหมาย บ้านเมือง และต้องยอมรับด้วยความพอใจ ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาต่อไปเรื่อยๆ ก็ไปทำให้ทุกคนยอมรับก่อน ถ้ายอมรับกันไม่ได้ ก็ต้องทำกันต่อไป ไม่ใช่มาถามว่าได้หรือไม่ได้ ถ้าไม่ได้ก็ฆ่ากันหมดทั้งประเทศ จะเอาไหม
เมื่อถามว่า ข้อเสนอดังกล่าวว่า ยังต้องการให้รื้อผลสอบสวนของ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อยากจะรื้ออะไรก็รื้อมา อย่ามาถามผม เพราะทหารไม่เกี่ยวอะไรกับตรงนั้น “
สำหรับที่มีการเสนอให้แก้ไข พรบ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหมนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขามีกระบวนการอยู่ ทั้งคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ในส่วนของกองทัพต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจ ถ้าเขาไม่เข้าใจ แล้วบอกว่าไม่ดี ก็ต้องแก้ไข
เมื่อถามว่า ผู้ที่เสนอแก้ไขมองว่ากฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจทหารมากเกินไป พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เป็นเพราะสื่อให้อำนาจผม มาถามผมมากไป ถามทุกเรื่อง จึงรู้สึกว่าผมมีอำนาจมาก สื่อก็อย่าถามในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับผม ผมเกรงใจเลยตอบให้คุณ ทหารทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎ กติกา กระทรวงกลาโหม เป็นกลไกของรัฐบาล ไม่ใช่อำนาจนอกระบบ หากมีเรื่องมีราวคนที่เกี่ยวข้องก็แก้ไขกันไป อย่าเอาทหารเป็นคู่กรณี เพราะทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้ง”
"ประยุทธ์"ถามให้ทหารถอนกำลัง ตำรวจพร้อมหรือยัง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีความจำเป็นที่จะต้องมีทหารลงไปดูแล ทั้งคนบริสุทธ์ สถานที่ราชการ โรงเรียน พระ วัด มัสยิด เป้าหมายอ่อนแอ ตลาด สถานบันเทิง แน่นอนว่าต้องมีพื้นที่อ่อนแอ จึงต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร บางคนบอกว่าถึงเวลาหรือยังที่จะเอาทหารออกมา และส่งมอบพื้นที่ให้กับกำลังพลในพื้นที่ อยากถามว่าจะส่งให้ใคร ก็ต้องส่งให้ตำรวจ ซึ่งเขาพร้อมรับหรือยัง ขณะวันนี้ทหารอยู่ ยังเอาไม่อยู่เลย เพราะฉะนั้น อย่ามาพูดว่าเอาทหารออกแล้วเขาจะเลิก เพราะเขาไม่ต้องการเลิก รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะเลิก สิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ เขาต้องการให้เกิดความรุนแรง และ นำไปสู่สากล เพื่อให้องค์กรอิสลามโลก และ ยูเอ็น เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ให้แก้ไขปัญหาเองภายใน แล้วมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ทำไม่สำเร็จ ยุทธศาสตร์ไม่ถูกต้อง ซึ่งยุทธศาสตร์ที่เราเขียนออกมาครบทุกมิติ เพียงแต่การขับเคลื่อนทุกยุทธศาสตร์ต้องอาศัยหลายกระทรวง และ ยังไม่ไปในแนวทางเดียวกัน โดยในวันนีรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่รับมอบความรับผิดชอบจากนายกรัฐมนตรี ก็จะลงไปดูงานวันนี้ ว่าจะทำอย่างไรจะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะทำอย่างไรให้แก้ไขปัญหาให้ได้ผลสำเร็จ แต่ในส่วนกระทรวง ทบวง กรม ก็ต้องลงมาทำเพื่อให้สอดคล้องกับฝ่ายความมั่นคงที่ได้ทำไว้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ พยายามไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง หากเราไม่เข้าใจ ไปวิพากษ์วิจารณ์ไปมากมาย จะทำให้แก้ไขปัญหายากขึ้น และทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งประชาชนในพื้นที่ส่วนหนึ่งมีความมุ่งหวัง ที่จะให้ไปสู่จุดนั้น แต่ส่วนใหญ่เขาต้องการอยู่อย่างสงบ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ถูกจับจ้องจากองค์กรมากมายในพื้นที่ ถ้าหากทำสิ่งผิดพลาด ก็จะมีการรายงานไปถึงสังคมโลก และสังคมอื่นๆ ซึ่งจะอันตรายต่อสังคมบ้านเรา จึงได้สั่งกำชับกำลังพลในพื้นที่ตลอดเวลาว่าในพื้นที่ต้องระมัดระวังให้ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ซึ่งตนคิดว่ารองนายกฯ ไปในพื้นที่วันนี้ลงไปขับเคลื่อนน่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งตนก็บอกกับรองนายกฯไปว่าการปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 ส่วน คือ กอ.รมน.,พตท.,ศอ.บต. ต้องไปด้วยกัน และยังมีส่วนอื่นๆ ที่เป็นส่วนยึดโยง คือเรื่องยาเสพติด ของเถื่อน ที่ทำให้ความปลอดภัยลดลง ซึ่งเป็นปัญหาที่ซ้อนปัญหาอยู่ข้างใน เราก็พยายามเร่งแก้ปัญหา วันนี้เรารู้ว่าสู้รบอยู่กับใครว่าใครบ้าง แต่ต้องใช้เวลา ในการหาพยานหลักฐาน เพื่อมัดตัวเขา ขอให้เข้าใจว่าทุกคนทุ่มเท เพียงแต่การขับเคลื่อนยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งต้องใช้เวลา ซึ่งผู้ที่บาดเจ็บมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลไม่ทั่วถึง ส่วนที่สอง คือตัวเองที่ไม่รู้สึกสำนึกในความปลอดภัย ซึ่งทุกอย่างขัดแย้งกันไปหมด
สำหรับกรณีของการต่ออายุ พรก.บริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้น รองนายกฯ ไม่ได้บอกว่า จะให้ถอน หรือ ไม่ให้ถอน แต่เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ที่จะต้องเสนอมาถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ เราไม่ได้สู้กับโจรธรรมดา เพราะเขาเป็นผู้ที่มีความคิด และ อุดมการณ์ ยาเสพติด ผลประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้สืบจับยาก จึงจำเป็นต้องมีพรก.ฉุกเฉินฯ เอาไว้ควบคุมตัว ในส่วนของทหารเองก็มีที่ทำความผิด ซึ่งเราก็ลงโทษทั้งหมด พร้อมทั้งส่งตัวไปให้ตำรวจและ ไปต่อสู้กันในชั้นศาล เพราะฉะนั้น อย่าไปบอกว่าเอาทหารไปอยู่แล้วมีเรื่อง ทำงานก็ล้มเหลว แผนงานภาคใต้ก็ใช้ไม่ได้ แล้วคนที่เขาตายไปแล้วเขาจะรู้สึกอย่างไร ญาติพี่น้องที่เขาภูมิใจว่าลูกเขาเสียชีวิต จากการปกป้องประเทศชาติให้พวกท่านทั้งหมดแล้วตำหนิเขา ถูกต้องหรือไม่ ก็อยากขอร้องว่า เราพยายาทำทุกอย่าง คนมาก พื้นที่กว้าง การบริหารไม่ได้ง่าย ซึ่งก็อาจมีช่องว่างบ้าง แต่ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดว่าล้มเหลว ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ฝึกไม่เป็น รบไม่เก่ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ในภาคใต้มีหลายส่วนประกอบกัน ทั้นเรื่อง อัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา และ ขบวนการที่แบ่งแยกดินแดนอยู่เดิม ซึ่งเขาไม่เลิก แม้จะอ่อนแอ ยังคงแสวงหาแนวร่วม รวมถึงความไม่เป็นธรรมในสังคม และขบวนการยาเสพติด ของผิดกฎหมาย ทั้งหมดคือเงื่อนไข ซึ่งเราก็นำทุกอย่างมาทำเป็นยุทธศาสตร์ และแก้ไขในทุกเรื่องที่มี แต่การแก้ต้องอาศัยทุกกระทรวง ทบวง กรม ไม่ใช่ทหารฝ่ายเดียว ต้องลงไปแก้กันทั้งหมด เพราะหน่วยงานเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในกอ.รมน. ส่วนกรณีที่ รตอ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ออกมาระบุว่ายาเสพติดมีส่วนเกี่ยวข้องกับน้อยกับสถานการณ์ในภาคใต้นั้น ตนไม่ได้บอกว่ามากหรือน้อย อย่ามาใช้คำพูดแบบนี้ ไม่ใช่ว่าน้อยแล้วจะไม่เกี่ยว แต่มีส่วนในการทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายวงกว้าง ซึ่งเกื้อกูลและสนับสนุนซึ่งกันและกัน จึงทำให้เกิดความรุนแรง
เมื่อถามว่า สมช.ระบุว่าประเทศไทยเสี่ยงต่อการก่อการร้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เสี่ยงกันทุกประเทศ เพราะโลกไร้พรมแดน การติดต่อสื่อสารง่าย แต่ละประเทศเน้นหนักเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงก็อ่อนด้อยลง ก็เหมือนปัญหาภาคใต้ ถ้าอยากให้ใช้กฎหมายปกติแล้วให้ปลอดภัย ก็ให้สวดมนต์เอาแล้วกัน



