
ป.ป.ท.ลุย-ขรก.เอื้อนายทุนฮุบเกาะ
ป.ป.ท.ลุยสอบ ขรก.เอื้อนายทุนฮุบที่ดินภูเก็ต-พังงา นัดถกปลัด มท.-สวล. จ่อเพิกถอนโฉนดออกโดยไม่ชอบ ระบุ ภูเก็ต สวมสิทธิ-บุกรุกอื้อ
พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาบุกรุกที่ดิน และการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา ว่า จากการตรวจสอบเชิงลึก พบว่า การบุกรุกที่ดินทั้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และที่ดินติดทะเลประมาณ 10 แปลง รวมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ เฉพาะ จ.ภูเก็ตแห่งเดียวกว่า 100 แห่ง มีการนำเอกสาร ส.ค.1 จากพื้นที่หนึ่งไปสวมทับในอีกพื้นที่หนึ่ง
ทั้งนี้ ทุกพื้นที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันผู้ครอบครองที่ดิน มีความพยายามผลักดัน ในการขอออกเอกสารสิทธิและโฉนด
“วันที่ 16 มี.ค.55 ป.ป.ท.นัดหารือกับนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดก.มหาดไทย และนายโชติ ตราชู ปลัดก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อยับยั้งไม่ให้มีการออกเอกสารสิทธิ"
ส่วนแปลงที่มีการออกโฉนดไปแล้ว จะพยายามเพิกถอนให้ได้ เพราะพบว่า เป็นการออกโฉนดโดยไม่ชอบ ในพื้นที่ซึ่งมีความลาดชันเกิน 35 องศา รวมทั้งยังจะเร่งดำเนินคดี กับข้าราชการที่ทุจริตต่อหน้าที่ด้วย
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบของป.ป.ท. พบมีการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในหลายพื้นที่ใน จ.ภูเก็ต เช่น ที่ ต.กมลา อ.กะทู้ หาดป่าตอง ต.ป่าตอง และที่ดินที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างสนามกอล์ฟในเขต อ.เกาะยาว จ.พังงา กว่า 1,000 ไร่
สำหรับที่ ต.กมลา พบมีการสวมสิทธิออกโฉนดโดยใช้ ส.ค.บิน และมีการซื้อขายกันถึงไร่ละ 200 ล้านบาท โดยผู้บุกรุก มีทั้งนายทุนและอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของก.มหาดไทย ซึ่งพบว่า มีความพยายามในการออกเอกสารสิทธิ ทับพื้นที่ป่าสงวนเขานาคเกิดไปแล้ว 3 โฉนด พื้นที่ 45 ไร่
"เจ้าหน้าที่พบชื่อของอดีตรองผู้ว่าฯ 2 แปลง และบุตรสาวของอดีตรองปลัดกระทรวงแห่งหนึ่ง อีก 1 แปลง ส่วนอีก 1 แปลง พบว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อออกโฉนดรวมเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ นอกจากนี้ยังพบป้ายชื่ออดีตรองผู้ว่าฯ ติดไว้หน้าทางเข้า และมีการก่อสร้างรีสอร์ทด้วย"
สำหรับการออกโฉนดในพื้นที่ดังกล่าว ไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายระบุไม่ให้มีการออกโฉนดในพื้นที่เกาะ และการออกส.ค. 1 ต้องแจ้งการครอบครองว่า มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริงหรือไม่
ทั้งนี้ แม้จะมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริง หากผลการตรวจสอบพบว่า พื้นที่เป็นป่าดิบชื้น และไม่เห็นการทำประโยชน์ ก็สามารถยับยั้งการออกโฉนดได้
ส่วนการตรวจสอบพื้นที่ ต.กมลา อ.กระทู้ พ.ต.อ.ดุษฎี ยืนยันว่า มีนายทุนเข้าไปบุกรุกพื้นที่เขตป่าสงวนเทือกเขากมลา โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างพัฒนาที่ดิน ซึ่งมีมูลค่าไร่ละ 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีความพยายามในการออก ส.ค.บิน บนพื้นที่ว่างเปล่ากว่า 21 ไร่ ซึ่งที่ดินดังกล่าว อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงแรมติดทะเล มีราคาซื้อขายไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท
พ.ต.อ.ดุษฎี ยังกล่าวถึงกรณีนายทุนต่างชาติ เข้ามากว้านซื้อที่ดินในไทยว่า มีชาวต่างชาติได้ว่าจ้างคนไทยเป็นนอมินี และมีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่ยาก เพราะจะเป็นกิจการที่ไม่ได้ทำการค้าอย่างต่อเนื่อง และมีผลประกอบการขาดทุนทุกปี
ทั้งนี้ พบได้มากในพื้นที่ติดชายทะเล เช่น อ.บางละมุง อ.เมือง จ.ชลบุรี จ.ระยอง และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่พื้นที่ชายทะเลด้าน จ.ภูเก็ต และพังงา เกือบ 70 % ยังเป็นป่าเขา ชาวต่างชาติยังไม่กล้าเสี่ยงมาลงทุนมากนัก เพราะกลัวจะถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ เช่นเดียวกับกรณีแก๊งมาเฟียแบนดีโดส ซึ่งเข้ามาซื้อที่ดินปลูกบ้านจัดสรรในเกาะสมุย แล้วถูกเพิกถอนโฉนดที่ดิน
ที่ดินภูเก็ต เผย ตั้งแต่ปี 52 ยื่นเปลี่ยนขอสิทธิถึง 4,337 แปลง
ด้าน นายสิทธิชัย พรหมชาติ เจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต มีการนำ ส.ค.1 มาขอออกเป็นโฉนดจำนวนมาก โดยในระหว่างปี 2552 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนทั้งสิ้น 4,337 แปลง
"ในจำนวนดังกล่าวมีการยื่นขอที่สำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต จำนวน 1,007 แปลง และออกโฉนดไปแล้ว 526 แปลง ส่วนที่เหลือเป็นการยื่นที่สำนักงานที่ดินสาขากะทู้และสาขาถลาง" นายสิทธิชัย กล่าว



