
พท.เปลี่ยนโลโก้พรรคปัดปรับฮวงจุ้ย
พท.เรียกประชุมใหญ่ 20 ม.ค.เปลี่ยนโลโก้พรรค ตัดคำว่า"พรรคเพื่อไทย"ที่อยู่ในโลโก้ออก "พร้อมพงศ์" ปัดปรับฮวงจุ้ย สั่งส.ส.หนุนนายกอบจ. ให้ทำในนามส่วนตัว
13มี.ค.2555 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทยว่า ได้มีการพิจารณาถึงการจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2555 โดยมีมติให้จัดงานในวันที่ 20 มี.ค. เวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทยโดยมีระเบียบวาระการพิจารณาหลายเรื่อง อาทิ งบดุลของพรรค การเปลี่ยนโลโก้ของพรรคที่มีตัวย่อ พท.และชื่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งโลโก้ของพรรคจะเล็กกว่าโลโก้ของพรรคการเมืองอื่น ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสับสน มีบัตรเสียจากสาเหตุนี้จำนวนมาก ประชาชนจึงร้องเรียนเข้ามา ดังนั้นจะต้องพิจารณาแก้ไขให้เหมาะสม ส่วนโลโก้ใหม่จะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนโลโก้พรรคครั้งนี้ต้องการปรับฮวงจุ้ยพรรคให้ดีขึ้นใช่หรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการปรับฮวงจุ้ยหรือเรื่องไสยศาสตร์ แต่ต้องการให้โลโก้ใหญ่และมีความชัดเจน
สำหรับการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น ได้พิจารณาถึงเรื่องที่สมาชิกพรรคขอให้มีการสนับสนุนการเลือกนายกอบจ. โดยที่ประชุมมีมติไม่ให้การสนับสนุน และได้ขอร้องให้สมาชิกพรรคที่สนับสนุนผู้สมัครนายกอบจ.ทำในนามส่วนตัว ไม่ใช่ในนามของพรรค และปราศรัยด้วยความระมัดระวังด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางปรองดองแห่งชาติ คัดค้านข้อศึกษาของสถาบันพระปกเกล้านั้น ตนรู้สึกแปลกใจ ทั้งๆที่ตอนตั้งคณะกรรมาธิการฯก็สนับสนุน แต่เมื่อผลออกมาไม่ตรงกับของพรรคประชาธิปัตย์ก็ค้านทุกเรื่อง ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแบบนี้มาโดยตลอด เล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์
ส่วนกรณีที่นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายเสื้อหลากสี ยื่นกกต.เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทย เนื่องจากนายจตุพร พรหมพันธุ์ ถูกกกต.วินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.นั้น เรื่องนี้เป็นเกมการเมือง คนยื่นก็เข้าใจได้ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเราไม่กังวล แต่ต้องชี้แจงต่อกกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา
ตัดคำว่า"พรรคเพื่อไทย"ที่อยู่ในโลโก้ออก
นายคณวัฒน์ วศินสังวร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนโลโก้พรรคเพื่อไทยนั้น โดยให้ตัดคำว่า “พรรคเพื่อไทย” ที่อยู่ในโลโก้ออกไป เพราะเมื่อโลโก้ไปอยู่ในบัตรเลือกตั้งทำให้มีขนาดเล็กมาก จึงเกิดปัญหาในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีบัตรเสียจำนวนมาก โดยโลโก้ใหม่จะเป็นตัวอักษร “พท” และมีสีเหมือนเดิมทุกอย่าง ซึ่งเมื่อตัดคำว่าพรรคเพื่อไทยออกไปแล้ว จะสามารถแก้ปัญหาความสับสนในการเลือกตั้งได้
กมธ.ปรองดองซีกปชป.ขวางสุดลำยันไม่เอาแนวแบบสอบถามนิรโทษฉบับพระปกเกล้า
นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาฯ กล่าวถึงกรณีที่กมธ.ได้มีการทำแบบสอบถามความคิดเห็นของกมธ.ต่อทางเลือกที่เสนอโดยสถาบันพระปกเกล้าว่า ตนและกมธ.ในฝ่ายของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการทำแบบสอบถามดังกล่าว เพราะการให้ทำแบบสอบถามดังกล่าวไม่ใช่แนวทางของความปรองดอง การทำแบบสอบถามแบบนี้ถือเป็นการลงมติ ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้ง เกิดการแบ่งฝ่ายระหว่างเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยขึ้นมา กลายเป็นเสียงข้างมากลากไป ทั้งนี้ต้องหาจุดศูนย์กลาง โดยไม่ใช้การลงมติ เพื่อให้คนที่มีข้อขัดแย้งได้มีข้อยุติที่สามารถอยู่ร่วมกันได้
นายเจะอามิง กล่าวต่อว่า ขั้นตอนต่อไปเมื่อกมธ.ได้มีการทำแบบสอบถามแล้ว ก็คงจะนำไปสู่การออกพรบ.นิรโทษกรรม เพราะในแบบสอบถามล้วนแล้วแต่มีหัวข้อในการออกพรบ.นิรโทษกรรมทั้งสิ้น โดยไม่มีหัวข้ออื่นๆ ให้เลือกเลย เป็นการแสดงเจตนาความไม่ปรองดองตั้งแต่แรก ทั้งนี้อยากตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่นำข้อเสนอทั้งหมดมาพูดคุยในกมธ. เพื่อหาทางออกร่วมกัน เพื่อหาเหตุผลว่าคนที่เห็นด้วยเพราะอะไร หรือคนที่ไม่เห็นด้วยเพราะอะไร โดยหลักของเรานั้น ต้องไม่ออกกฎหมายเพื่อคนใดคนหนึ่ง กระบวนการนิติรัฐ และกฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์
"ภูมิใจไทย" เชื่อพรบ.ปรองดองเสร็จไม่ทันสมัยประชุมนี้
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารและส.ส.พรรคว่า ที่ประชุมได้มีการพุดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองโดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเสนอร่างพรบ.ปรองดองหรือ พรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งทางพรรคกังวลจะทำให้เกิดความขัดแย้งที่ยังอยู่ในขณะนี้ให้ลุกลามขึ้น โดยเฉพาะร่างพรบ.ปรองดอง ที่มีข่าวว่า จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นในสมัยประชุมนี้ก่อนที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 เม.ย. เพื่อรีบนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทย เรื่องนี้พรรคมองว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะขั้นตอนการออกกฎหมาย มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นต้องได้รับเสียงเห็นของจากส.ส.และส.ว. ที่ผ่านมามีเพียง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวที่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ที่จะยื่นเสนอร่างในนาม ส.ส. มี 6 มาตรา



