
แนะให้เวลา1ปีก่อนปรับตลาดทองคำ
นายกสมาคมผู้ค้าทองคำแนะให้เวลา 1 ปี ศึกษาข้อดี-เสียตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ ก่อนปรับโครงสร้างใหม่ ระบุถึงจังหวะเหมาะสมลงทุนทอง ก่อนแนวโน้มราคาจะทำสถิติใหม่ ทะลุเกิน 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไตรมาส 3 ปีนี้
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวถึงข้อเสนอการปรับโครงสร้างตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า (โกลด์ ฟิวเจอร์ส) ว่า ควรให้ระยะเวลาอีก 1 ปี ในการศึกษาข้อดีข้อเสียตลอดจนอุปสรรคในการดำเนินการต่างๆ เนื่องจากตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส ดำเนินการได้เพียง 2-3 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดที่จะเสนอให้เพิ่มผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยอาจเพิ่มขนาดสัญญาซื้อขายระดับ 100 บาททองคำเป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ แยกออกจากสัญญาขั้นต่ำที่ซื้อขายกันอยู่ระดับ 50 บาททองคำต่อสัญญา
ส่วนกรณีที่โบรกเกอร์ในตลาดอนุพันธ์เสนอให้เปลี่ยนค่าธรรมเนียมการซื้อขายเป็น 250 บาทต่อสัญญา เป็นเวลา 1 ปีนั้น ไม่เห็นด้วย เนื่องจากตลาดดังกล่าวเพิ่งเริ่มเปิดการซื้อขาย ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าสมควรจะเปลี่ยนแปลงระบบการซื้อขาย
ทั้งนี้ แนวโน้มราคาทองคำในระยะกลางและยาว คาดว่าจะทำสถิติใหม่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2552 เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอนและปัญหาสถาบันการเงินไม่น่าจะสงบ โดยคาดว่าราคาทองคำจะทะลุสถิติใหม่ จากเดิมสูงสุดที่ 1,034 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และระยะสั้นคาดว่าราคาทองคำแกว่งตัวที่ระดับ 870-920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากไตรมาส 2 เป็นช่วงซบเซาของตลาดค้าทองคำ เพราะเพิ่งผ่านปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน และช่วงเปิดเทอมที่คนหันมาขายทองเพื่อนำเงินไปใช้จ่าย ขณะเดียวกันนักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุนและรอจังหวะเข้าใหม่ ดังนั้นในส่วนตัวจึงมองว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมในการลงทุน เพราะราคาทองคำอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก
นายสาธิต วรรณศิลปิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทจีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำในปีนี้น่าจะขยับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์ให้เห็นได้อีกครั้ง และประเมินว่า ปีหน้าราคาน่าจะผันผวนและมีโอกาสอ่อนตัวลง โดยตลาดสินค้าประเภททองคำน่าจะมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นนักลงทุนควรจะหันมาเรียนรู้และใช้ตลาดอนุพันธ์ในการบริหารพอร์ตลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต



