
ลั่น!คุยพระวิหารต้องไม่เสีย'อธิปไตย'
"ยิ่งลักษณ์" ไฟเขียวตั้งคณะทำงานฯ ตามมติคุ้มครองของศาลโลกแล้ว "ผบ.สส." กร้าวต้องคุยโดยที่ "ไทย" ไม่เสีย "อธิปไตย" หนุนแนวคิดพัฒนาพื้นที่ร่วม "วิน-วิน" ทั้งคู่ "อภิสิทธิ์" ชี้ "ไทย" เสียเปรียบเหตุคุยในยุคปชป.ไม่ได้เป็นรัฐบาล
13มี.ค.2555 พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ( ผบ.สส. ) กล่าวถึงความคืบหน้าของคณะทำงานเพื่อปฏิบัติตามมติคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลกในปัญหาข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา หรือจีดับเบิ้ลยูเจว่า นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ช่วงนี้เจ้ากรมกิจการชายแดนทหารได้เดินทางไปที่ประเทศกัมพูชาเพื่อพบปะและพูดคุยในเรื่องนี้อยู่ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าขั้นตอนตามกฎหมายของไทยเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็จะเชิญมาหารือกัน คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี ครั้งล่าสุด ประเทศกัมพูชายอมทำตามทุกอย่างแล้ว โดยเฉพาะขั้นตอนตามกฎหมายในประเทศไทย ทางฝ่ายประเทศกัมพูชาก็ยอมรับในจุดนี้
“ทั้งนี้ ต้องยึดหลักพื้นฐาน ในการไม่เสียอธิปไตย ความโปร่งใส และ เท่าเทียม ไม่ใช่ใครได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ เพราะเมื่อศาลโลกได้กำหนดจุด เอ บี ซี ดี ออกมา เมื่อความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น เป็นเพื่อนกัน เจ้าหน้าที่ระดับล่างได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ตอนนี้ถือว่าสงบอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อมาคุยกันก็ยินดีที่จะทำให้ชายแดนสงบ อะไรที่เป็นปัญหา ก็ละวางไว้ แล้วก้าวไปข้างหน้า เพื่อให้ วิน-วิน ด้วยกันทั้งคู่ ขณะนี้พื้นที่เงียบ ไม่มีปัญหาอะไร ผมไปตรวจเยี่ยมโบกมือให้ทางฝั่งโน่น ซึ่งไม่มีปัญหา สิ้นเดือนนี้ผมจะไปประชุม ผบ.สส.อาเซียน จะได้ไปพบกับ ผบ.สส.กัมพูชาและ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ความจริงเราเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะประเทศอยู่ใกล้กัน ก็จะคุยกัน” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบาย ของ ผบ.สส.ต้องการรื้อ การกำหนดจุด เอ บี ซี ดี ที่ศาลโลกกำหนดใช่หรือไม่ ผบ.สส. กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด คิดนโยบายไม่ได้ แต่ด้วยความรู้สึกคือ ตอนแรกก็อยู่กันดี ๆ แล้วมาขีดเส้น ทางฝั่งกัมพูชาเป็นหน้าผา โดยปกติมนุษย์ก็ไม่อยู่ ฝั่งเราจะเป็นพื้นที่ราบ ซึ่งวันนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่าใครเป็นคนชี้จุดตรงนี้ แต่การตั้งคณะทำงานฯจะได้พูดกัน ซึ่งเป้าหมายของศาลโลกอยากให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ พูดกันรู้เรื่อง และ ตกลงกันได้จริง ก็อยากให้อยู่ด้วยกันอย่างสันติ ถ้าหยุดเรื่องที่มีปัญหา และมาร่วมกัน สิ่งที่ดีก็จะเกิด ก็มีแต่ได้กับได้ แต่ถ้าเราไม่ร่วมกัน ระบบเศรษฐกิจของสองชาติก็จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งนี้ คงตอบไม่ได้ว่าจะเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ แต่เราพร้อมปฏิบัติอยู่แล้ว เมื่อมี คณะทำงานฯ และเชิญเขามาแล้ว เราก็แสดงออกว่าเราพร้อมอยู่ร่วมในสังคม
ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุประเทศไทยเสียเปรียบประเทศกัมพูชานั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟัง แต่ในส่วนที่ทหารรับผิดชอบจะไม่ให้เสียเปรียบ เพราะหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะเห็นไปในทางที่ต้องปฏิบัติตามหมด แต่หน่วยความมั่นคงซึ่งยืนยันว่าไม่ควรทำ แต่ถ้าจะทำ ก็ต้องทำเท่าเทียมกัน เสมอภาคกัน เมื่อเป็นเพื่อนกันอยู่ข้างบ้านกันก็ไม่ควรเอาเปรียบกัน ถ้าเราดีด้วยกันทั้งคู่สิ่งดีก็จะตามมา เมื่อมีการตั้งคณะทำงานมาแล้ว จะได้คุยกันในรายละเอียด คุยแบบเปิดอก ในฐานะเพื่อนกัน สร้างสรรค์เรื่องดี สิ่งที่ดีในการพัฒนาประเทศร่วมกัน ปราสาทเขาพระวิหารก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว
สำหรับข้อเสนอ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการให้พัฒนาพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่นั้น ผบ.สส. กล่าวว่า อะไรที่ทำร่วมกันก็ดีทั้งนั้น เมื่อมีปัญหาและทะเลาะกันก็ไม่มีใครได้อะไรทั้งคู่ แต่ถ้านำจุดที่มีปัญหามาทำให้ไม่มีปัญหา และพัฒนาให้ดีขึ้นก็จะได้ทั้งคู่ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสม แต่ก็เป็นส่วนที่เราต้องไปคุยกับเขาอีกว่า จะพัฒนาในรูปแบบใดที่จะร่วมมือกัน
สำหรับข้อกังวลเรื่องผลการพิพากษาของศาลโลกนั้น คงต้องใช้เวลาดูว่าผลจะออกมาอย่างไร ระหว่างที่ยังไม่ตัดสิน เรามีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวอยู่ จะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันได้ สองประเทศมีวินัยทั้งคู่ ก็อยู่อย่างสบาย แต่การจะมีผู้สังเกตการณ์เข้ามานั้น ก็ต้องเข้าตามกฎหมาย กติกา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร อย่างไรก็ตาม อย่าไปกังวลต่อผลการวินิจฉัยของศาลโลก เพราะส่วนที่รับผิดชอบก็มีมาตรการรองรับอยู่แล้วว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 19 มี.ค.นี้ จะมีกลุ่มมวลชนเสื้อเหลือง ที่ศีรสะเกษออกมาชุมนุมคัดค้านการถอนทหารและต้านการมีผู้สังเกตการณ์ พล.อ. ธนะศักดิ์ กล่าวว่า คณะทำงานฯยังไม่ได้มีการประชุมกัน ทางประเทศอินโดนีเซียจะเข้ามาได้อย่างไร ตนได้เจอ ผบ.สส.อินโดนีเซียก็บอกว่าอยากให้ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาคุยกัน เขาก็มั่นใจว่าเราจะคุยกันได้ แต่ถ้าร้องขอเขาจึงจะเข้าปฏิบัติ ซึ่งการร้องขอนั้นต้องทำสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอ ดังนั้น ต้องรอคณะทำงานฯ เจรจา เมื่อได้ผลแล้วจึงจะมาเข้า จีบีซี และ นำเสนอรัฐบาล ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของ ม.190 ตามรัฐธรรมนูญ จึงจะมีผลบังคับใช้ ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่ ประเทศเป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะไปพูดตกลงได้
"อภิสิทธิ์"ชี้"ไทย"เสียเปรียบเหตุคุยในยุคปชป.ไม่ได้เป็นรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ถึงคดีเขาพระวิหาร ที่กัมพูชายื่นให้ศาลโลกตีความคำวินิจฉัยเมื่อปี 2505 อีกครั้งนั้น ดูแล้วแนวโน้มไทยเสียเปรียบนั้น ว่า หากจะมีความเสียเปรียบขึ้น เป็นเพราะมีการไปยอมรับการกระทำ หรือบางครั้งมีการไปช่วยเหลือประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะกรณีการขึ้นทะเบียนมรดกโลก และต้องถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลชุดนี้เต็ม ๆ เพราะการต่อสู้ในคดีหลักทั้งหมดทำในรัฐบาลชุดนี้
“ผมอยากจะบอกว่า ถ้าจะมีความเสียเปรียบก็ไปเสียเปรียบในช่วงที่รัฐบาลบางรัฐบาลไปยอมรับข้อโต้แย้งของกัมพูชา ก็ไม่ต้องบอกหรอกครับว่ายุคไหน แล้วก็ใครไปเกี่ยวข้อง ถ้าเกิดรัฐบาลยืนยันหนักแน่นว่าสิทธิของประเทศไทยเป็นอย่างไรนั้น มันก็จะไม่เสียเปรียบ ที่ผ่านมาที่เราเสียเปรียบทุกครั้งก็เพราะว่า มีลักษณะของการไปยอมรับการกระทำ การไปยอมรับหรือบางทีก็ไปช่วยเขาเสียอีกในการที่จะเหมือนกับยืนยันกับชาวโลก ว่าเป็นสิทธิ์ของเขา โดยเฉพาะกรณีการไปขึ้นทะเบียบมรดกโลก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



