ข่าว

'เต้น'ไม่รู้'ทักษิณ'กลับไทยเมื่อไหร่

'เต้น'ไม่รู้'ทักษิณ'กลับไทยเมื่อไหร่

13 มี.ค. 2555

'ณัฐวุฒิ' ไม่รู้ 'ทักษิณ' กลับไทยเมื่อไหร่ อ้างเจ้าตัวน่าจะพิจารณาได้เองหากบ้านเมืองเป็น 'ปชต.'

                   เมื่อเวลา 09.00 น.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ครม.ถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะร่าง พรบ.ปรองดองแห่งชาติ แน่นอน แต่หลายฝ่ายแสดงความไม่เห็นด้วยว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง มีคนพูดเรื่องนี้ดังนี้ ร.ต.อ.เฉลิม  กมธ.ปรองดอง และกลุ่มอื่นๆ เรียนว่า ยังไม่ทราบสาระของร่างกฎหมายนี้ และเมื่อไม่ทราบแล้วตนไปแสดงความเห็นก็เกรงว่าจะสร้างความสับสนเพิ่มขึ้นให้สังคม จึงขอรอดูว่าหากมีการพูดถึงสาระและอธิบายรายละเอียดก็จะแสดงความเห็น

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะกลับประเทศไทยในปีนี้ เป็นไปได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ทราบกำหนดระยะเวลาแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรได้รับโอกาสและความเป็นธรรมจากประเทศไทยในการกลับเข้ามาและเป็นคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งกระบวนการยุติธรรมจะปฏิเสธไม่ได้ วันนี้สิ่งที่ตนคิดว่า สังคมต้องหาคำตอบร่วมกัน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการที่มาจากการรัฐประหารใช่หรือไม่ หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการดังกล่าว สังคมนี้ควรคืนความยุติธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช่หรือไม่

                 "หากบ้านเมืองที่มีนายกรัฐมนตรีที่จากการการเลือกตั้งของประชาชนแต่ไม่อาจได้รับความเป็นธรรม จะไม่มีหลักประกันเลยว่า ประชาชนคนอื่นๆ จะมีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรมในประเทศนี้ตรงนี้ คือ สาระสำคัญที่ควรจะพูดกัน ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้กลับบ้านเมื่อใดและอย่างไรนั้น ส่วนตัวแล้วตนอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเพียงแต่เวลาและสถานการณ์เป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะพิจารณาเอง และยังคิดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจหรือเป็นปฏิปักษ์ ตรงกันข้ามมั่นใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเช่นกัน ย้ำว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ เหตุผล สถานการณ์การเมืองในช่วงนั้นด้วย

                  อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า หากกลับมาจริง คดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ค้างการพิจารณานั้น จะกลับมาดำเนินต่อหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า บริบทนั้น ตนเรียนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นประชาธิปไตยโดยปกติตรงนี้ คือ หลักการพื้นฐาน แต่สถานการณ์การเมืองนั้นจะนำความเห็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาพิจารณาเพียงลำพังคงไม่ได้แต่ควรรอกระบวนการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งการเมืองของประเทศในช่วงห้าถึงหกปีที่ผ่านมาและจะแยกเรื่องนี้ออกจากการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองคงไม่ได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ ตัวละครหลักสำคัญที่สุดในสถานการณ์นี้ เวลานี้บางฝ่ายอธิบายว่าความขัดแย้งทางการเมือง และ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนละเรื่องกัน ความเห็นตนนั้นทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเดียวกัน การพิจารณากรณีดังกล่าวควรพิจารณาในภาพรวมแบบพร้อมกัน

                  เมื่อถามว่า หากนำ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านจะส่งผลกับอายุรัฐบาลนี้ว่าจะสั้นลง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้นั้นประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่เงื่อนเวลาแต่อยู่ที่สถานการณ์การเมืองในภาพรวมมากกว่า ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ถูกกระทำอย่างร้ายแรงและได้รับความเสียหายที่สุดในจำนวนหลายคนในช่วง 6 ปีแห่งความขัดแย้งที่ผ่านมา วันนี้ทุกคนบอกว่า ทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรมแต่มีการกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ออกไปจากวงความเป็นธรรมนี้ ตนไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมจึงคิดกันแบบนี้ นอกเสียจากว่า เป็นความเห็นของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่ปฏิเสธการดำรงอยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตัวเองเท่านั้น ตนเชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณแต่บางฝ่ายไม่มีอะไรเลยนอกจากวิญญาณพยาบาทเท่านั้น

                  นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เวลานี้มีคนไปเลือกอธิบายนั้นกลับแยกส่วนกันว่า การปรองดองนั้นต้องดำเนินการแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นกลับบ้านไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นสถานการณ์เดียวกันตั้งแต่ต้น หากจะแก้ปัญหานี้ต้องบูรณาการในภาพรวม คิดแยกส่วนไม่ได้เวลานี้บางกลุ่มพยายามบอกว่า ต้องปิดทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ทุกกรณี ตนไม่อยากให้คิดแบบนั้น ตนคิดว่าควรเปิดทุกทางให้บ้านเมืองออกจากวิกฤตความขัดแย้งไปให้ได้ บ้านเมืองนี้หากจะเป็นประชาธิปไตยและความยุติธรรมให้ทุกคนทำไมต้องพยายามปฏิเสธและสร้างความสับสน

                 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่า การสร้างความปรองดองนั้นเป็นไปได้ยากเพราะทุกฝ่ายยังไม่ก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเรียนแล้วว่า บางกลุ่มพยายามทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นสุดยอดจักรวาลชีวิต ไม่ว่าจะมีอะไรก็ระบุเพียงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศ หากไม่ช่วยกันแก้ไขคลี่คลายสถานการณ์อาจวิกฤตบานปลายเสียหายกว่าที่ผ่านมา หลายประเทศเคยมีความขัดแย้งรุนแรง ลึกซึ้งละเอียดอ่อนกว่านี้ในหลายเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ประเทศเหล่านั้นยังหาทางปรองดองกันได้เพราะทุกคนเปิดใจกว้างและจับมือเดินข้ามความขัดแย้งมาด้วยกัน แต่ประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องความขัดแย้งและผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นด้านหลักทำไมบางฝ่ายจึงไม่ยอมเปิดใจกว้างและหาหนทางให้ประเทศมากกว่าพยายามจะหาหนทางปิดกั้นคนที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองเพียงด้านเดียวเท่านั้น  

                 เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศนั้น จะกลับมาสู้คดีต่างๆในชั้นศาลเหมือนกับนายณัฐวุฒิที่โดนข้อหาก่อการร้ายแต่ไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศแต่กลับต่อสู้คดีในประเทศเพียงอย่างเดียว นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ต้องเข้าใจกระบวนการว่าคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นคดีความที่เกิดขึ้นจากกระบวนการและอำนาจรัฐประหาร ต่อมาคณะรัฐประหารแต่งตั้งคตส.ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน โดยกรรมการคตส.หลายคนนั้นบทบาทการเมืองเป็นปฏิปักษ์ชัดแจ้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้ปัจจุบันนี้ยังแสดงความปฏิปักษ์ชัดเจนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นเดิม กระบวนการยุติธรรมแบบนี้เป็นปัญหา

                เมื่อถามต่อว่า หากพิจารณาความเห็นของ พล.ต.สนั่น แล้ว ส่วนตัวมีความเห็นว่าเวลาใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรกลับมา นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เชื่อมั่นจากการทำงานและสนทนากับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด คือ ต้องการให้บ้านเมืองกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แลพบหาทางคลี่คลายวิกฤต ตนเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการแบบนี้ แน่นอนว่า ความเจ็บปวดจากการเป็นคนธรรมดานั้นย่อมรู้สึกได้และต้องการกลับบ้าน มันเป็นเรื่องปกติ แต่เบื้องลึกของหัวใจพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ตนเชื่อว่า จะดำรงอยู่ได้ในจุดยืนตามที่ตนระบุไว้ข้างต้นและจะเป็นผู้พิจารณาสถานการณ์เองว่าจะกลับประเทศเมื่อใดได้เอง

               “ ประเทศนี้เคยมีบุคคลสำคัญหลายคนในประวัติศาสตร์การเมืองที่ผ่านความเจ็บปวด เช่น นายปรีดี พนมยงค์ นายป๋วย อึ้งภากรณ์ วันที่สองคนนี้ลาลับและใช้ชีวิตในต่างประเทศ จากนั้นหลายสิบปีคนไทยในประเทศจึงให้ความยกย่อง สถานการณ์วันนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นไม่ควรปล่อยให้เป็นแบบนั้น”นายณัฐวุฒิระบุ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศจะชุมนุมทันทีหาก พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทยอย่างมีการให้ความเป็นธรรม รวมทั้งมีการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อคนๆ เดียวและการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขอเรียนว่า การให้ความยุติธรรมกับคนใดคนหนึ่งไม่น่าที่จะมีการสกัดขัดขวางยกเว้นแต่ว่ามีกระบวนการเหล่านั้นพร้อมสร้างประเด็นเพื่อจะต่อต้านความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯนั้นตนเคารพ ยืนยันว่าดำเนินการได้ภายใต้รัฐบาลนี้ โดยจะชุมนุมทางการเมืองอย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธที่ไหนและอย่างไรนั้นเป็นเสรีภาพ แต่หากดูผลการสำรวจของผู้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯครั้งล่าสุดนั้นแสดงออกมาถึงความชัดเจนบางอย่างเพราะว่าสมาชิกส่วนใหญ่ระบุว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะชุมนุมใหญ่จนกว่า ทหาร ตุลาการ องค์กรที่มีอำนาจจะเห็นด้วยและแสดงความมีส่วนร่วม ตรงนี้มันชัดเจนว่าที่ผ่านมากลุ่มพันธมิตรฯเคลื่อนไหวภายใต้การสนับสนุนของใครบ้าง

                 “ตนเห็นว่าการที่มีผลสำรวจออกมาแบบนี้ กองทัพ ตุลาการและฝ่ายต่างๆในบ้านเมืองต้องระวังและรอบคอบในการแสดงออกต่อสถานการณ์การเมืองเป็นอย่างยิ่ง”นายณัฐวุฒิ กล่าว