ข่าว

โดนคุกอีก1เดือน'มือทุบรถวอยซ์ทีวี'

โดนคุกอีก1เดือน'มือทุบรถวอยซ์ทีวี'

12 มี.ค. 2555

โดนอีกการ์ด พธม. มือทุบรถ "วอยซ์ทีวี" ศาลตัดสินจำคุก 1 เดือนไม่รอลงอาญา คดีจิกหัว "สาวเสื้อแดง" แต่เปลี่ยนโทษเป็นกักขัง 15 วันแทน "พอ.ศิริชัย" แจง ลายเซ็นบนบัตรทหารพราน "แฝดมือชก" เป็นของปลอม มอบทนายรวมหลักฐานฟ้องกลับ ผบ.ทพ.26 ยันไม่ใช่ทหารในหน่วยแน่

            ที่ศาลแขวงดุสิต วันที่ 12 มี.ค. พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวงดุสิต ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกวีไกร โชคพัฒนเกษมสุข อายุ 33 ปี อดีตการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เป็นจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295  โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2552 ขณะที่มีการชุมนุมทางการเมืองจำเลยได้ใช้มือจิก กระชากผมนางมินตรา โสรส อายุ 44 ปี กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จกา(นปช) ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบหนีไป กระทั่งวันที่ 12 มี.ค. 2555 พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้อายัดตัว แจ้งข้อหาดำเนินคดี สรุปสำนวนส่งให้พนักงายอัยการพิจารณายื่นฟ้องดังกล่าว จำเลยให้การรับสารภาพ

             ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุก 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการกักขังแทนจำนวน 15 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายกวีไกรไปกักขังไว้ที่สถานกักขังกลาง(คลองหก) จ.ปทุมธานี ตามคำสั่งศาล 

             โดยก่อนหน้านี้ศาลได้พิพากษาจำคุกนายกวีไกร จำคุก 2 เดือนปรับเงิน 2,000 บาท ในคดีทุบรถของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี

 

"พอ.ศิริชัย"แจงลายเซ็นบนบัตรทหารพราน"แฝดมือชก"เป็นของปลอม


             พ.อ.ศิริชัย สร้อยแสน นายทหารพระธรรมนูญ กองบัญชาการกองทัพไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่มีลายเซ็นของตนเองอยู่บนบัตรประจำตัวทหารพรานสังกัดหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่26  ที่เคยออกให้พี่น้องฝาแฝด ซึ่งทำร้ายร่างกายนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า ตนได้รับเอกสารที่เป็นส่วนของบัตรที่ระบุว่ามีชื่อของตนเป็นผู้ออกบัตร  แต่เมื่อดูแล้วก็ไม่พบว่ามีรายชื่อของตนแต่อย่างใด มีแต่เพียงลายเซ็นเท่านั้น และลายเซ็นดังกล่าว ไม่ใช่ของตนอย่างแน่นอน   ทั้งนี้ตนจะเขียนรายงานถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นต่อไป

             พ.อ.ศิริชัยกล่าวต่อว่า ตนได้โทรศัพท์สอบถามพนักงานสอบสวนในคดีนี้ เพื่อติดต่อให้ทนายเข้าไปขอเอกสารต่างๆ ที่ทางผู้ต้องหานำไปขออนุญาตครอบครองอาวุธปืน (ป.4) ซึ่งทางพนักงานสอบสวนแจ้งมาว่า ได้นำเอกสารทั้งหมดยื่นต่อศาลเพื่อขอให้ศาลยกเลิกเพิกถอน ใบ ป.4 อยู่ หากเสร็จสิ้นแล้วก็จะแจ้งให้ทราบ

             "ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักทั้งสองคนมาก่อน แต่เขาจะรู้จักกับลูกน้องผมคนไหนหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ผมไม่อยากไปเป็นคนกลางให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง  ซึ่งกำลังให้ทนายดูอยู่ว่า เกี่ยวข้องกับผมตรงไหน และเข้าข่ายอย่างไรเพราะเท่าที่ดูไม่พบว่า มีชื่อของผมปรากฏอยู่ในบัตรประจำตัว เป็นเพียงผู้ต้องหาพูดออกมาเท่านั้น " พ.อ.ศิริชัยกล่าว

             ด้านพ.อ.ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 26 กล่าวว่า จากผลการตรวจสอบพบว่า ทั้งสองคนไม่เคยเป็นอาสาสมัครทหารพรานในหน่วยแต่อย่างใด ซึ่งถือว่า การสอบสวนในส่วนของหน่วยทหารพรานที่ 26 จบแล้วโดยตนได้ทำหนังสือผลการตรวจสอบถึงผู้บัญชาการทหารบก 2ข้อ คือ 1.ตรวจสอบแล้วพบว่าบุคคลทั้ง 2 คนไม่ใช่ทหารพราน และ 2.ขณะนี้ พ.อ.ศิริชัย ไม่ใช่กำลังพลของกรมทหารพรานที่ 26 แต่เคยรับราชการที่หน่วยทหารพรานที่ 26 ตั้งแต่ปี2529-2532 จากนั้นได้ไปรับราชการที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า บัตรประจำตัวทหารพรานที่ออกให้เป็นปี2551 แต่ขณะนั้นพ.อ.ศิริชัย ได้ย้ายมาอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพแต่อย่างใด ซึ่งจากการพูดคุยกับพ.อ.ศิริชัย เขายืนยันว่า ไม่รู้จักทั้งสองคน แต่เป็นการแอบอ้าง ซึ่งทางพ.อ.ศิริชัยจะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป