ข่าว

'ปรองดอง' ต้องมาก่อน
'แม้ว' สยบขัดแย้งทุกจุด

'ปรองดอง' ต้องมาก่อน 'แม้ว' สยบขัดแย้งทุกจุด

12 มี.ค. 2555

เริ่มมีความเคลื่อนไหว และส่งสัญญาณถี่ขึ้นอีกครั้ง สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากภายในประเทศไทยมีความชัดเจนในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และมีแนวโน้มว่าบรรยากาศของการปรองดองเป็นไปด้วยดี

เริ่มมีความเคลื่อนไหว และส่งสัญญาณถี่ขึ้นอีกครั้ง สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากภายในประเทศไทยมีความชัดเจนในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และมีแนวโน้มว่าบรรยากาศของการปรองดองเป็นไปด้วยดี


 ที่เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ระหว่างไปร่วมการประชุม 'ภาวะผู้นำเอเชีย' ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกาหลีใต้ เกี่ยวกับการเมืองไทยว่า ความขัดแย้งของคู่แข่งทางการเมืองในประเทศไทย จะสามารถหาทางปรองดองได้ในปีนี้ และจะสามารถหลีกเลี่ยงการปะทะกันอย่างรุนแรงเหมือนเช่นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

 รวมถึงกล่าวถึงรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวแท้ๆ ของตนว่า มีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพ
 ที่สำคัญไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ (29 ก.พ.) พ.ต.ท.ทักษิณ ยังให้สัมภาษณ์เอาไว้อย่างน่าสนใจ กับตัวแทนกอง‌บรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ และบางกอกโพสต์ นำโดย พิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์ บรรณาธิการอำนวย‌การโพสต์ พับลิชชิ่ง ที่เดินทางไปสัมภาษณ์ถึงเมืองดูไบ


 ประเด็นสำคัญก็คือ เรื่องปรองดองที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นว่า ดีขึ้นทุกจุด
 "เหลืออยู่ที่‌เดียวพรรคประชาธิปัตย์ อย่างเรื่องโฟรซีซั่นส์นี่ สุดๆ"


 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 พ.ต.ท.ทักษิณ หวังว่า ถ้ารัฐธรรมนูญมาจากตัวแทน‌ประชาชนจะคำนึงถึงความเป็นกลางมากขึ้น ถ้า‌รัฐธรรมนูญมีกติกาที่ดี ต่อไปก็ต้องคิดว่า แล้วคนที่‌จะมารักษากติกาจะยึดโยงกับประชาชนได้ไหม ถ้า‌ได้ ทุกคนก็จะยอมรับ ถ้าไปยึดโยงแต่กับแกน‌อำนาจ ก็จะอยู่กับแกนอำนาจไม่อยู่กับประชาชน ‌ถ้ายึดโยงกับประชาชนแล้ว วันนี้ทำไม่ดี วันหนึ่งกลับ‌ไปหาประชาชน ประชาชนก็ไม่เอา


 สำหรับประเด็น แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลายประเด็นที่ถูกจับตามองว่า พรรคเพื่อไทย อาจมีการแก้ไขนั้น ฟังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ชัดเจนว่า 'ไม่แตะต้อง' ทั้งสิ้น


 นับตั้งแต่ เรื่ององค์กรอิสระ แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีความเห็นว่า องค์กรอิสระ ไม่ใช่แต่งตั้งจากใครก็ไม่รู้มา 8-‌9 คน แล้วสามารถปลดนายกฯ ที่ประชาชนเลือกมา ‌10 กว่าล้านคนได้ง่ายๆ บางทีเป็นเรื่องบริหาร‌ธรรมดาก็ตั้งกรรมการสอบ มีมูลชี้มูล


 "ผมว่ามัน‌เป็นปาหี่ มันไม่ใช่กติกา ต้องดูว่าคนเหล่านี้เป็น‌ใครยึดโยงกับประชาชนไหม ต้องถูกตรวจสอบถ่วง‌ดุลด้วยไหม เหมือน ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ตรวจคนอื่นหมด แต่‌ตัวเองถูกตรวจไม่ได้ ป.ป.ช.ก็ต้องแสดงบัญชี‌ทรัพย์สินด้วย ต้องเอาให้ชัด ต้องให้โปร่งใส ไม่ใช่‌บางองค์กรมีอำนาจล้นฟ้า แต่ไม่ต้องรับผิดชอบ‌อะไรเลย"


 แต่ถามว่า องค์กรอิสระเหล่านี้ ควรอยู่ต่อไปหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นว่า องค์กรพวกนี้ควรมีอยู่ แต่ต้องปรับปรุงเรื่อง‌การตรวจสอบถ่วงดุล เรื่องการยึดโยงอำนาจอยู่‌กับประชาชน เช่น มาจากประชาชนโดยตรง หรือ‌การคัดสรรจากหน่วยงานใดที่ยึดโยงกับอำนาจ‌ประชาชน


 หรือเกี่ยวกับการยึดโยงกับประชาชน ที่เถียงกันมากอีกอย่างก็คือ การ‌ตั้งประธานศาลฎีกา ต่อไปต้องมาขอการรับรอง‌จากสภาฯ หรือไม่นั้น


 พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า "ผมขออนุญาตไม่พูดอะไรเป็นการชี้นำ ‌รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เป็นการแก้ทั้งฉบับ ไม่มีการ‌แก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์ หมวดอื่น ส.ส.ร.ไปยก‌ร่างมา รัฐบาลพูดชัดว่า จะไม่แตะหมวดนี้"