
'คาว-หวาน'ตำนาน3กษัตริย์
'คาว-หวาน' ตำนาน 3 กษัตริย์
ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเผยแพร่ความรู้ ด้านอาหารไทยและขนมไทยให้คนทั่วไปได้รู้จักและเห็นคุณค่า อ.วันดี ณ สงขลา ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงเรียนครัววันดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยในวังหญิง ได้ถ่ายทอดศิลปะการทำอาหารไทยผ่านข้อเขียนอันทรงคุณค่า และได้รับการตีพิมพ์ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 เรื่อยมา ล่าสุดใช้เวลากว่า 2 ปี รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำหนังสือ “ตำนานอาหารสามแผ่นดิน” พร้อมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว บริเวณศูนย์หนังสือจุฬาฯ ชั้น 4 อาคารจามจุรีสแควร์ วันก่อน
อ.วันดี กล่าวว่า ตำนานอาหารสามแผ่นดิน เป็นการรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารของพระมหากษัตริย์ไทย 3 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎมีเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ไว้ในเล่มเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงและเกียรติภูมิของพระมหากษัตริย์ไทย และอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้ว ยังทำให้คนเหล่านั้นรู้ว่าไม่เพียงแต่คนไทยหรือชาวต่างชาติเท่านั้นที่หลงใหลเสน่ห์อาหารไทย แม้พระมหากษัตริย์ของไทยก็ผูกพันกับอาหารไทยเช่นกัน
“ตำนานอาหารสามแผ่นดินเป็นการถอดตำรับอาหารจากบทพระราชนิพนธ์ ซึ่งนอกเหนือจากสูตรอาหารที่แสนอร่อยพร้อมรูปภาพประกอบที่สวยงามพิมพ์สีทั้งเล่มแล้ว ยังกล่าวถึงบทพระราชนิพนธ์ และพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์เอาไว้ด้วย ทำให้ได้เนื้อหาที่ได้อรรถรส สนุกสนาน ได้รับความรู้ในเรื่องการประกอบอาหารไทย และความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ไทยด้วย
โดยเนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนที่ 1 ตำรับอาหารคาวหวานในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 จากบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน” ส่วนที่ 2 ตำรับอาหารคาวหวาน ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บันทึกจากความหิว จากพระราชหัตถเลขา ฉบับที่ 42 ครั้งเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป พ.ศ. 2440 และส่วนที่ 3 ตำรับอาหารคาวหวาน จาก ”กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง” บทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6” ผู้เขียน แจกแจงรายละเอียด
นอกจากนี้ผู้เขียนยังกล่าวเสริมอีกว่า จากเมนูที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้ทำให้ทราบว่าอาหารไทยที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ ได้ถูกสืบทอดเป็นประเพณีมาหลายร้อยปีแล้ว และบางรายการเป็นอาหารที่เราไม่ได้พบเห็นอีกแล้ว แต่หนังสือเล่มนี้จะทำให้อาหารในตำนานปรากฏให้เราได้รู้จักอีกครั้ง และสืบต่อประเพณีอาหารไทยในตำนานต่อไป
ภายในงานยังการสาธิตการทำขนมไทยและอาหารไทย 3 ชนิด คือ “เกสรลำเจียก” จากบทพระราชนิพนธ์ เรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน “ข้าวคลุกกะปิ” จากพระราชหัตถเลขา ฉบับที่ 42 ครั้งรัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป พ.ศ. 2440 และ “ขนมเบื้องกรอบ” จากกาพย์เห่ชมเครื่องว่าง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการทำ “แกงมัสมั่นไก่" ที่สร้างชื่อเป็นอาหารที่ชนะเลิศ “อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก” ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นมาแล้ว



