
'เฉลิม'ชี้คิดพรบ.ปรองดอง'แม้ว-ปู'ไม่เกี่ยว
'เฉลิม' แจงคิด พรบ.ปรองดองเอง 'แม้ว-ปู'ไม่เกี่ยว ย้ำ'ทักษิณ'ไม่ผิด โวหากเปิดเผยต้องครางฮือ เพราะทุกคนได้ประโยชน์ พร้อมตรวจสอบข่าว 'คนใส่สูท' ตั้งโต๊ะเรียกเงินย้ายตำรวจ
12 มี.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขอฝากไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดคาดคั้นให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดชัดเจนถึงการออกร่าง พรบ.ปรองดอง ที่ตนได้ปราศรัยไว้ เมื่อปี 2552 ซึ่งตนขอบอกว่า การปราศรัยดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่เข้ามาเล่นการเมือง รวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยคุยเรื่องนี้กับตน และตนไม่เคยคุยกับท่านเช่นกัน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย และพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่เคยบอกกับตน แต่เป็นดุลพินิจของตน และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่เกี่ยวข้องเพราะท่านเป็นพี่น้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้านายอภิสิทธิ์ อยากรู้ก็ให้มาถามตน อีกทั้งรัฐบาลไม่ได้คิดทำเรื่องนี้
"ขอให้นายอภิสิทธิ์ไปอ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 142 ที่ระบุไว้ว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติ(พรบ.)ทำได้ 4 ช่องทาง คือ 1.คณะรัฐมนตรี 2.สส.จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน 3.ศาลหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และ 4.ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนเข้าชื่อรวมไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคนขึ้นไป ผมจะใช้แนวทางตาม มาตรา 142 (2) คือ สส.จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน เข้าชื่อกัน ซึ่งตนมีเสียง สส.ไว้จำนวนหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ อย่าแปลความให้ประชาชนสับสน ผมทำตามช่องทางของรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์มาเดือดร้อนอะไรด้วย" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า เมื่อตนเสนอร่าง พรบ.นี้ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ประธานสภาฯ จะบรรจุเข้าวาระการประชุมสภาฯ จากนั้นเป็นเรื่องที่ตนจะโน้มน้าวที่ประชุมให้เห็นด้วยว่าบ้านเมืองมีปัญหา จึงต้องออก พรบ.ปรองดอง ที่ตนได้ยกร่างแล้ว 6 มาตรา และทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจะได้ประโยชน์ทั้งหมด จึงขอให้ นายอภิสิทธิ์ เลิกพูดเสียทีว่า ตนจะล้างความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งตนไม่จำเป็นต้องล้าง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ทำผิด และไม่เคยสั่งฆ่าใคร ส่วนคนที่ถูกฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ สรุปจบแล้ว
ขณะที่ คดีการซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกนั้นก็ไม่ใช่การทุจริต เพราะเดิมบอกว่าเป็นการซื้อจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน แต่เมื่อมีการปฏิวัติ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)กลับบอกว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ จึงมีการดำเนินคดี ต่อมาศาลแพ่งพิจารณาสัญญาซื้อขายแล้วตัดสินว่าสัญญาเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น แล้วสิ่งที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินออกมาจะทำอย่างไร นี่เป็นสิ่งที่ตนคิด
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่ออีกว่า การที่ตนยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดร่าง พรบ.นี้ได้ เพราะต้องทำให้ประชาชนเข้าใจวัตถุประสงค์ของการออกกฎหมายฉบับนี้ก่อน คาดว่าจะใช้เวลา 4-5 เดือน แล้วจึงเสนอต่อสภาฯได้ ถ้าไม่ทันในสมัยประชุมนี้ก็จะเสนอในสมัยประชุมหน้า และถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย ก็ไม่ต้องยกมือให้ในการพิจารณาของสภาฯ ทั้งนี้ ในช่วงที่ปิดประชุมสภาฯสมัยนี้แล้ว ตนจะเดินสายชี้แจงประชาชนให้มากที่สุดจนกว่าบรรยากาศจะเหมาะสมแล้วจึงเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาฯ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ตนจะไปชี้แจงมอบนโยบายยาเสพติด แก้ปัญหาอาชญากรรม และหลักความเป็นธรรม กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จ.ชลบุรี จากนั้นตนจะไปชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จ.กาฬสินธุ์
เมื่อถามว่า พรบ.ปรองดอง นั้น ดูเหมือนจะสอดคล้องกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศว่าจะกลับประเทศไทยภายในปีนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ พรบ.ปรองดอง ของตนไม่เหมือนกับใครที่เคยเสนอมา เพราะทุกภาคส่วนได้หมด และทุกฝ่ายสง่างาม ไม่ต้องหลบซ่อน รวมถึงลืมความหลังเริ่มต้นใหม่ แต่เชื่อว่าถ้าเปิดเผยแล้ว จะครางกันฮือแน่นอ ส่วนที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่เสนอ พรก.นิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะคิด แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นไม่เคยทำผิด จึงอาจจะไม่จำเป็นต้องนิรโทษกรรม
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อไปว่า พรรคประชาธิปัตย์ไปขึ้นป้ายทำไมว่าไม่ให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพราะรัฐบาลไม่แก้ไขกฎหมายนี้ เนื่องจากสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ร้องขอมา 100 ข้อ ซึ่งมีข้อหนึ่งว่าขอให้รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว
“เฉลิม” ตรวจสอบข่าว "คนใส่สูท" ตั้งโต๊ะเรียกเงินย้ายตำรวจ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายตำรวจ ว่า ตนอ่านข้อมูลจากสื่อมวลชนก็บอกว่ามีคนใส่สูท ที่ไม่ใช่ตำรวจไปเรียกนายตำรวจมาพบ ซึ่งตนกำลังตรวจสอบอยู่ว่าจริงหรือไม่ หากจริงในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วันที่ 23 มี.ค.นี้ ก็ต้องพูดคุยกัน และจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อถามว่าคนใส่สูทที่มายุ่งกับการโยกย้ายตำรวจครั้งนี้ เป็นใคร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงเป็นบุคคลภายนอก ที่ไม่ใช่ตำรวจและ ก.ตร.



