
ภัยแฝง'คีย์บอร์ด'อีโคไลเชื้อท้องร่วง
ภัยแฝง'คีย์บอร์ด' อีโคไล...เชื้อท้องร่วง : โต๊รายงานพิเศษ
"คีย์บอร์ด" กลายเป็นเป้าเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคไปแล้ว หลังจากพบ "ภัยเงียบ" ที่ซ่อนตัวอยู่ในอุปกรณ์สำคัญที่ผู้คนยุคคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องสัมผัสอยู่ทุกวัน โดยข้อมูลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน ฮอสพิทัล ระบุว่า คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่สกปรก คือแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียมากเกินกว่าปกติถึง 150 เท่า และพบว่าการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ร่วมกับคนอื่น อาจเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อโรคในหมู่พนักงานออฟฟิศด้วย ผู้ใช้งานอาจได้รับเชื้อโรคเข้าไปผ่านการสูดดม หรือใช้มือที่เพิ่งกดคีย์บอร์ดจับอาหารเข้าปาก ส่งผลให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย บางครั้งพบว่าเชื้อจุลินทรีย์ในคีย์บอร์ดมีมากกว่าปกติถึง 5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับโถนั่งชักโครกในห้องน้ำ!
นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเตือนว่าการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ร่วมกับคนอื่น เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการแพร่เชื้อโรคในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ เคยมีรายงานเกี่ยวกับพนักงานป่วยเป็นไข้หวัดและลำไส้อักเสบ แล้วแพร่เชื้อให้เพื่อนร่วมงานผ่านทางคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่ใช้ร่วมกัน ยิ่งไปกว่านั้นการนำอาหารมารับประทานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วทำให้เศษอาหารตกหล่น จะทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ผอ.โรคติดต่ออุบัติใหม่ และโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า "เชื้อจุลินทรีย์ที่พบบนคีย์บอร์ดส่วนใหญ่เป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ เช่น เชื้ออีโคไล และสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ถ้าร่างกายได้รับเข้าไปแล้วจะมีอาการท้องเสีย แบคทีเรียบางตัวทำให้เกิดอาการผิดปกติทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ รวมถึงเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่เคยระบาดก็สามารถติดกันได้ผ่านทางคีย์บอร์ด สาเหตุที่คีย์บอร์ดเป็นตัวการแพร่เชื้อได้มาก ก็เพราะขณะที่คนป่วยใช้คอมพิวเตอร์มักไอหรือจามไปด้วย เชื้อจะแพร่เข้าไปแฝงตัวในคีย์บอร์ด เมื่อมีผู้มาสัมผัสและใช้คีย์บอร์ดต่อ เชื้อตัวนั้นก็แพร่ติดไปทันที"
นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ประเทศไทยเคยประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับอันตรายของคีย์บอร์ดสกปรกมาแล้ว ผลของรายงานสอดคล้องกับการวิจัยที่ระบุว่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสพบได้ทั่วไปในคีย์บอร์ด เปียโน ลูกบิดประตู เม้าส์คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เมื่อเปรียบเทียบกับโถชักโครกในห้องน้ำแล้ว งานวิจัยพบว่าคีย์บอร์ดมีเชื้อโรคมากกว่าถึง 5 เท่า เพราะว่าคนทั่วไปส่วนใหญ่มักละเลยในการทำความสะอาดคีย์บอร์ด แต่โถชักโครกเรารู้ว่ามันสกปรกจึงทำความสะอาดบ่อยๆ
"อยากเตือนประชาชนให้ระวัง ก่อนจะหยิบอาหารกินนั้นควรล้างมือให้สะอาดก่อน โดยเฉพาะหลังจากใช้มือไปสัมผัสคีย์บอร์ด เพื่อความปลอดภัยควรทำความสะอาดคีย์บอร์ดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แต่ถ้าเป็นร้านอินเทอร์เน็ตควรทำความสะอาดทุกวัน เพราะมีคนจำนวนมากนิยมใช้บริการในร้านอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เหล่านี้ควรมีเจลล้างมือ หรือแอลกอฮอล์เหลวให้ลูกค้าด้วย ถือเป็นการป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อโรค ขณะเดียวกันกลุ่มคนทำงานในออฟฟิศที่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวหรือเครื่องส่วนรวมต้องหมั่นเช็ดถูคีย์บอร์ดให้สะอาด จะช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส หากเป็นไปได้ไม่ควรนำอาหารมากินหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเศษอาหารที่ตกหล่นกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้อีกทาง" โฆษกกรมควบคุมโรคแนะนำ
"คม ชัด ลึก" ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ โดย อรนภา แสงยู เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตย่านสุขุมวิท เล่าว่า ทุกๆ วันจะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้บริการผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ากันไป จึงต้องมีระบบทำความสะอาดคีย์บอร์ดทุกวัน เนื่องจากผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตชอบนำอาหาร ขนม มานั่งกินในร้าน จนกลายเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะเศษขนม และคราบน้ำจิ้มลูกชิ้นจะพบเห็นเป็นประจำ วิธีทำความสะอาดคือใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนคีย์บอร์ดจะต้องเน้นตรวจดูว่ามีเศษอาหารติดอยู่ตามซอกแป้นพิมพ์หรือไม่ เช่นเดียวกับ รัญศิญา เฟ้นดี้ พนักงานร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แห่งหนึ่ง เล่าว่า การทำความสะอาดภายในร้านนั้น ถ้าเป็นร้านที่เปิด 24 ชั่วโมง จะทำความสะอาดกันในช่วงที่เปลี่ยนกะ โดยร้านนี้จะมี 3 กะเปิด 24 ชั่วโมง การทำความสะอาดจะเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ถือเป็นบริการรักษาความสะอาดให้ลูกค้า
ไพฑูรย์ แก้วชัยสา เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตย่านศรีนครินทร์ ยอมรับว่า เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับอันตรายจากแบคทีเรียบนคีย์บอร์ดมาหลายครั้ง หลายคนห่วงร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ว่าจะเป็นตัวการแพร่เชื้อ ตนจึงต้องทำความสะอาดทุกวันก่อนเปิดร้าน แต่ลูกค้าประจำที่นี่เป็นกลุ่มวัยทำงาน เนื่องจากไม่ใช่ร้านเกม ดังนั้นจึงไม่ค่อยพบปัญหาการนำขนมมากินระหว่างเล่นคอมพิวเตอร์
"หากมองอีกด้าน จะเห็นว่าร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ส่วนใหญ่ไม่น่าเป็นห่วง มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว เพราะรู้ดีว่าลูกค้าเปลี่ยนหน้ามาใช้บริการตลอดเวลา กลุ่มที่ต้องเป็นห่วงคือ ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมากกว่า บางคนใช้อย่างเดียวไม่เคยทำความสะอาดเลย เขาอาจจะเสี่ยงกว่าลูกค้าที่ใช้คีย์บอร์ดของเราเสียอีก" ไพฑูรย์กล่าวทิ้งท้าย
..................
(หมายเหตุ : ภัยแฝง'คีย์บอร์ด' อีโคไล...เชื้อท้องร่วง : โต๊รายงานพิเศษ)



