
คุก2เดือน!มือทุบกระจกรถ'วอยซ์ทีวี'
ศาลสั่งจำคุกมือทุบกระจกรถวอยซ์ทีวี 2 เดือน พร้อมปรับ 2,000 บาท เจ้าตัวยังนิ่งไม่ให้สัมภาษณ์ ขณะที่สาวเสื้อแดงที่ถูกกระชากผมควงทนายความ ประสานให้อายัดตัว ระบุเสียใจที่ไม่สำนึกผิดก่อเหตุซ้ำซาก
12 มี.ค.55 จากกรณี นายกวีไกร โชคพัฒนเกษมสุข อายุ 33 ปี ขับขี่ จยย.เข้าไปทุบรถของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี โดยกลุ่มพันธมิตรได้ช่วยกันจับตัวผู้ต้องหา และส่งเจ้าหน้าที่ ตร.สน.ลุมพินี เพื่อสอบสวนต่อไป ภายหลังจากนั้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำไปด้วยความสะใจ แต่ไม่ได้รู้สึกโกรธนักข่าวเป็นการส่วนตัวทางพนักงานสอบสวนจึงตั้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ร.ต.อ.นักรบ ศิริพันธ์ พงส.(สบ1)สน.ลุมพินี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตร.ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ควบคุมตัว นายกวีไกร โชคพัฒเกษมสุข ผู้ต้องหาคดีทุบรถของสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี มาส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องฝากขัง ในคดีทำให้เสียทรัพย์
ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 6 โดยศาลแขวงปทุมวันได้นั่งบัลลังค์อ่านคำพิพากษาตัดสินคดี นายกวีไกร โชคพัฒเกษมสุข ผู้ต้องหาคดีทุบรถของสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ทีวี ว่า จำคุก 2 เดือนปรับเงิน 2,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี โดยให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลทุกๆ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาได้มีการจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาทแล้ว ภายหลังจากเสร็จสิ้นการพิจารณาคดี พ.ต.ท.มานิต นิปัจการนันท์ พงส.(สบ3) สน.ดินแดง ได้มาควบคุมตัวเพื่อไปดำเนินคดีต่อที่ สน.ดินแดง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน น.ส.มินตรา โสรส อายุ 44 ปี อาชีพช่างเสริมสวย ผู้เสียหาย จากกรณีถูกผู้ต้องหากระชากผมในเหตุการณ์ชุมนุมเสื้อแดง ย่านดินแดง เมื่อวันที่ 13 เม.ย.52 พร้อมด้วย นายกิตติ นิลผาย ทนายความได้เดินทางมายังศาลแขวงปทุมเพื่อให้ทนายความดำเนินการอายัดตัว นายกวีไกร ที่ตนได้เคยแจ้งความกับทาง สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 52 แล้วทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด จนกระทั่งตนได้เห็นภาพข่าวจากทางสื่อมวลชนแล้วแต่ตนไม่แน่ใจว่า ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง ตนจึงประสานกับทางทนายความแล้วเดินทางมายังศาลด้วยตนเอง
"ฉันรู้สึกเสียใจมากที่ถูกกระทำจากผู้ต้องหารายนี้ ที่กลับมาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำ โดยไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดแต่อย่างใด" น.ส.มินตรา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายกวีไกร มาส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องฝากขัง มีสีหน้าที่เรียบเฉย อีกทั้ง ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด นอกจากนี้ ที่ สน.ลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่คุมขังของตัวผู้ต้องหา โดยไม่มีญาติเข้ามาเยี่ยมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจากการสอบถามผู้ต้องขังรายอื่นที่ถูกคุมขังในห้องขังเดียวกัน ได้เห็นนายกวีไกร ได้แต่นั่งร้องไห้ทั้งคืน



