ข่าว

ชลแม่นโทษโค่นบุรีรัมย์ผงาดแชมป์สมัยที่4

ชลแม่นโทษโค่นบุรีรัมย์ผงาดแชมป์สมัยที่4

11 มี.ค. 2555

"ฉลามชล" ชลบุรี โกงความตาย ไล่ตีเสมอ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 2-2 ก่อนมายิงจุดโทษชนะ 4-3 ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก มาครองได้สำเร็จ ทำให้เป็นแชมป์ถ้วยนี้สมัยที่ 4 และสร้างสถิติเข้าชิงชนะเลิศไม่เคยแพ้ ส่วน บุรีรัมย์

          การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก ครั้งที่ 77 ประจำปี 2555 ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011 พบ “ฉลามชล” ชลบุรี รองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011 โดยมี นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรีผู้แทนพระองค์ เป็นประธาน ท่ามกลางแฟนบอลทั้งสองทีมที่เข้ามาชมกันในวันนี้ร่วม 1 หมื่นคน

          เริ่มเกมขึ้นมา บุรีรัมย์ ทำเกมได้ดีกว่า นาที 3 เกือบจะได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ จิรวัฒน์ มัครมย์ ได้บอลหลุดขึ้นไปทางขวา ก่อนตัดสินใจยิงเต็มข้อ แต่บอลเหินข้ามคานออกไป เกมของชลบุรี ยังต่อบอลกันไม่ติดและยังส่งบอลพลาดกันหลายจังหวะ เปิดโอกาสให้บุรีรัมย์ เป็นฝ่ายกดดันได้ตลอด หลังจากเกมของ ชลบุรี เริ่มเสียขบวน ทำให้ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเอา พิภพ อ่อนโม้ ออกแล้วส่ง อัครวินท์ สวัสดี ลงไปเล่นแทน จนเกมมาถึงนาที 31 บุรีรัมย์ ก็มาเปิดสกอร์แรกได้ จากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน ได้บอลตรงระยะ 25 หลาด้านขวา ก่อนเลี้ยงเข้าในแล้วกดเต็มข้อบอลพุ่งแฉลบขาของ โฟเด บีอากีเด ของชลบุรี ทำให้บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูอย่างสุดที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล จะพุ่งคว้าไว้ได้ บุรีรัมย์ ขึ้นนำ 1-0

          อีก 2 นาทีถัดมา บุรีรัมย์ ก็มาบวกสกอร์เพิ่ม จากจังหวะที่ จิรวัฒน์ มัครมย์ ได้บอลทางขวาก่อนผ่านบอลยัดมาหน้าประตูจุดนัดพบก่อนที่ ฟรองค์ อาเชอัมปง พุ่งเข้าชาร์จไม่เหลือ บุรีรัมย์ หนี 2-0

          หลังจากเสีย 2 ประตู ชลบุรี พยายามเปิดเกมโหมบุกอย่างหนัก จนมาถึงนาที 45 มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ สุรีย์ สุขะ ผ่านบอลจากด้านขวามาให้ ลูโดวิค ทาคาม แตะบอลหนีกองหลังบุรีรัมย์ ก่อนยิงเต็มข้อ แม้จะไปตรงตัวของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน แต่รับไม่อยู่บอลกระฉอกออกมาเป็นจังหวะที่ อดุล หละโสะ เข้ามาซ้ำโล่งๆ ไม่เหลือ ไล่ขึ้นมา 1-2 ในครึ่งเวลาแรก

          ครึ่งหลัง ชลบุรี ที่สกอร์ตามหลังเป็นฝ่ายเร่งเกมเร็วขึ้น สามารถกดดันได้มากกว่า แต่ก็ยังหาจังหวะเข้าไปยิงไม่ได้ นาที 55 บุรีรัมย์ เกือบได้ประตูเพิ่มจากจังหวะที่ จักรพันธ์ แก้วพรม ได้บอลทางด้านขวา ทำชิ่งให้ ฟรองค์ โอฮองค์ซา ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวมาในครึ่งหลัง ได้ส่องนอกกรอบแต่ไปตรงตัว สินทวีชัย เกมของชลบุรี ยังพับสนามบุกอย่างหนัก และความพยายามของชลบุรี มาประสบความสำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย เมื่อ ชลทิตย์ จันทคาม ได้บอลมาทางขวา ก่อนเปิดไปเสาแรกให้ ลูโดวิค ทาคาม ชาร์จเสียบเสาเข้าไป หมดเวลา เสมอกัน 2-2 ต้องไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

          ปรากฏว่า ชลบุรี ยิงแม่นกว่าเป็นฝ่ายเอาชนะในการยิงจุดโทษ 4-3 รวมชนะ 6-5 คว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก เป็นสมัยที่ 4 และสร้างสถิติเข้าชิงทุกครั้งได้แชมป์ทุกครั้ง ส่วน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชวดแชมป์แรก

          ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเกมการแข่งขันช่วงที่แฟนบอลทั้งสองทีมกำลังจะเดินเข้าสู่สนาม เกือบจะมีเหตุปะทะกัน เมื่อรถแห่ของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มี “ซ้อต่าย” กรุณา ชิดชอบ ร่วมเดินทางมาด้วย แต่ดันไปผ่านทางฝั่งกองเชียร์ทีมชลบุรี ที่ออกมาขวางไม่ให้รถผ่าน ทำให้แฟนบอลที่นั่งมากับรถไม่พอใจ ต่างตะโกนด่ากัน แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย เจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุการณ์ได้ทันเวลา

          นอกจากนั้นบรรยากาศหน้าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีแฟนบอลกลุ่มหนึ่งร่วม 30 คนถือป้ายมาให้กำลังใจ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งให้กำลังใจกับ “เสธ.ตุ้ม” พล.ต.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน ซึ่งได้สร้างความประหลาดใจให้แฟนบอลพอสมควร เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวมาว่าจะมีแฟนบอลออกมาประท้วง นายวรวีร์ มะกูดี แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น