ข่าว

ยุบ'อีลิทการ์ด-สสปน.'เลยดีไหม!?

ยุบ'อีลิทการ์ด-สสปน.'เลยดีไหม!?

12 มี.ค. 2555

ชาวบ้าน ร้านตลาด : ยุบ 'อีลิทการ์ด' - 'สสปน.' เลยดีไหม? : โดย ... ภาณุมาศ ทักษณา

          สำหรับแฟนประจำคอลัมน์นี้ คงจำได้ว่าสองสามปีที่แล้ว ผมเคยเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ทบทวน” ถึงความจำเป็นที่จะต้องมี 3 หน่วยงานของรัฐไว้ต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ดูจากผลประกอบการตลอดจนภารกิจแล้ว ผมเห็นว่าบางหน่วยน่าจะหมดความจำเป็นต้องมี และบางหน่วยก็กลายเป็น “สถานที่หล่อเลี้ยง” คนของพรรคการเมืองบางพรรค และนำเงินของหน่วยงานนั้นไปใช้จ่ายผิดประเภท เช่น เบิกจ่ายให้คนของพรรคการเมืองหนึ่งเดินทางไปดูงานต่างประเทศโดยไม่จำเป็น ทั้ง 3 หน่วยงานที่ผมเสนอไปคือ 1.บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ที่จำหน่ายบัตรอีลิทการ์ด ให้แก่นักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการต่างๆ ในประเทศได้ราวกับเทวดา 2.สำนักงานการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี และ 3.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  

          ข้อบกพร่องของแต่ละแห่งตามที่ปรากฏเป็นข่าวคือ กรณีของอีลิทการ์ดประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากบางประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจทำให้ยอดขายบัตรไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย มีลูกค้าถือบัตรจริง แต่ทำไปก็ไม่คุ้มกับการให้บริการ ส่วน สสปน.ซึ่งมีหน้าที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดประชุมและแสดงนิทรรศการ ซึ่งเป็นองค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่หวังผลกำไรนั้น ในระยะเริ่ม คือช่วงที่ภาคเอกชนยังไม่แข็งแรงพอก็ควรมีนะครับ แต่ในขณะนี้สถานที่จัดงานประชุมและจัดงานต่างๆ ของภาคเอกชนต่างก็เจริญรุดหน้ามีโปรแกรมจัดงานเต็มตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือศูนย์แสดงสินค้าไบเทค ที่บางนา สสปน.จึงไม่จำเป็นต้องมีต่อไปอีก ส่วน สสว.นั้นในช่วงที่ผมเสนอให้ยุบนั้น เนื่องจาก สสว.ขาด “มืออาชีพ” ที่จะเข้ามาบริหารงาน แต่เมื่อได้ คุณยุทธศักดิ์ สุภสร เข้ามารับหน้าที่ และดูจากแนวนโยบายในการบริหารงาน ตลอดจนประสบการณ์แล้ว ผมจึงคิดว่าน่าจะไปรอด จึงไม่ได้แตะต้องอีก

          ผลปรากฏว่า ข้อเรียกร้องของผม รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สนใจ ได้มอบหมายให้ คุณชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา สมัยโน้นและกลับมาเป็นในสมัยนี้กลับไปศึกษาธุรกรรมของอีลิทการ์ดว่าควรจะมีต่อไปหรือไม่ ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า ควรยกเลิกกิจการนี้เนื่องจากทำไปไม่คุ้มการลงทุน ตอนได้ข่าวใหม่ๆ ผมก็โล่งใจที่เงินงบประมาณแผ่นดินไม่ถูกนำไปใช้อย่างเปล่าประโยชน์อีก จึงไม่ได้ตามข่าวคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นว่าได้มีการประวิงเวลาในการยุบเลิกบริษัท ด้วยข้ออ้างว่ามีภาระที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือบัตร กรรมการของอีลิทการ์ดจึงให้บริษัทดูแลลูกค้าเก่าไปก่อน แต่ไม่ต้องหาลูกค้าใหม่ ระหว่างนั้นก็ยังคงมีการจ้างงานพนักงานแผนกต่างๆ ให้ทำงานและจ้างออกด้วยเงินตอบแทนก้อนใหญ่  กระทั่งล่าสุดมีข่าวว่าคุณชุมพล ศิลปอาชา ได้เดินทางไปขอความเห็นคุณทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้ให้กำเนิดอีลิทการ์ดว่าจะให้อยู่ต่อหรือจะให้ยุบทิ้ง ซึ่งอีกไม่กี่วันคงทราบผล

          ในส่วนของ สสปน.ที่ผมเขียนวิจารณ์ไปจนถูกแจ้งความว่าหมิ่นประมาท แต่ได้รับความเมตตาจากท่านอัยการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องเพราะเห็นว่าผมไม่ได้มีเจตนาร้ายกับใครนั้น ล่าสุดมีข่าวว่า คุณอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ สสปน.ได้ยืนใบลาออกจากตำแหน่งเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์  ซึ่งตามข่าวบอกว่าเนื่องจากถูกบีบจากคุณชุมพล ศิลปอาชา ที่ต้องการเอาตำแหน่งนั้นไปให้ลูกสาวคุณบรรหาร ศิลปอาชา แทน เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไรก็ต้องรอดูกันไปนะครับ แต่ในความเห็นผม ผมว่ารัฐบาลควรฉวยจังหวะนี้สั่งยุบ สสปน.ทิ้งไปเลยครับ นอกจากจะเป็นการป้องกันข้อครหาแล้ว ผมอยากให้รัฐบาลหันไปให้ความสำคัญกับปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศชาติครับ อย่าให้ปัญหาเล็กๆ แบบนี้กลายเป็นเป้าให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านหยิบไปโจมตีเลยครับ การยุบหน่วยงานที่ไม่จำเป็นเพื่อประหยัดเงินงบประมาณแผ่นดินนั้น ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้จะได้รับการสรรเสริญว่ามาถูกทางแล้วอย่างแน่นอนครับ

 

 

----------

(หมายเหตุ : ชาวบ้าน ร้านตลาด : ยุบ 'อีลิทการ์ด' - 'สสปน.' เลยดีไหม? : โดย ... ภาณุมาศ ทักษณา)

----------