ข่าว

31ส.ว.โล่งกกต.ยกคำ'เรืองไกร'ร้องค้าน

31ส.ว.โล่งกกต.ยกคำ'เรืองไกร'ร้องค้าน

11 มี.ค. 2555

"31 ส.ว." โล่ง กกต. ยกคำร้องคัดค้าน ชี้บทเฉพาะกาลให้ ส.ว. สรรหาชุดแรกลงสมัครอีกได้ "เรืองไกร"เตรียมร้องศาลต่อหาความเป็นธรรม

             11มี.ค.2555 นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาส.ว.ได้ร้องคัดค้านการสรรหาส.ว.ของผู้ได้รับการสรรหาเป็นส.ว. 31 รายเคยเป็นส.ว.สรรหาและลาออกก่อนครบวาระซึ่งอาจทำให้ยังพ้นจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่เกิน 5 ปีว่า ที่ประชุมกกต.เมื่อวันที่ 8 มีนาคมได้พิจารณาในประเด็นดังกล่าวที่นายเรืองไกรได้ร้องเข้ามาพิจารณาพร้อมกับการที่กกต.ได้เพิกถอนสิทธิการสรรหา ส.ว.ของนายสัก กอแสงเรือง แล้ว

             ที่ประชุมกกต.ได้มีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้องในประเด็นที่นายเรืองไกรได้ร้องคัดค้านว่า ส.ว. 31 รายที่เคยได้รับการสรรหาเป็นส.ว.ชุดแรกแต่ลาออกก่อนครบวาระ3 ปีแรกไม่อาจนำบทเฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 297 มาบังคับใช้ซึ่งอาจมีผลให้มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 115 (9)ที่ยังพ้นจากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่เกิน 5 ปีจนถึงวันได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาส.ว.

             นางสดศรี กล่าวว่า กกต.ยกคำร้องของนายเรืองไกรที่ร้อง ส.ว.สรรหา 31 รายอาจขาดคุณสมบัติ เนื่องจากพิจารณาตามบทเฉพาะของรัฐธรรมนูญ มาตรา 297 ที่กำหนดให้ ส.ว.ที่มาจากการสรรหาครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2550 ให้มีวาระ 3 ปีและมิให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 1 วาระมาบังคับใช้กับบุคคลดังกล่าวในการสรรหาคราวถัดไปหลังจากสิ้นสุดสมาชิกภาพ ดังนั้น ส.ว.สรรหา 31 รายที่ได้รับการสรรหาแต่ได้ลาออกก่อนครบวาระเพื่อเข้ารับการเสนอชื่อสรรหาส.ว.เมื่อปี 2554 จึงยังเข้ากับบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ สามารถเข้ารับการสรรหาต่อไปได้เช่นเดียวกับการที่ส.ว.สรรหาชุดแรกอยู่จนครบวาระจนพ้นตำแหน่งก็ยังสามารถได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาได้อีก

             นางสดศรี กล่าวว่า กรณีของนายสักที่ กกต.ให้เพิกถอนการสรรหาก็เป็นการร้องนั้นเป็นการพิจารณาคนละประเด็นกันกับ 31 ส.ว. เพราะนายเรืองไกรได้ร้องว่านายสักยังพ้นจากส.ว.เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 จนถึงวันได้รับการเสนอชื่อจากสภาทนายความยังไม่เกิน 5 ปี ทำให้กกต.มีมติเอกฉันท์ให้เพิกถอนการสรรหาและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีซึ่งเหมือนกับการที่กกต.ให้ใบแดง(เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)ส.ส.หลังการประกาศผลการเลือกตั้ง และเมื่อศาลฎีการับคำร้องจากกกต.แล้วก็จะมีผลให้นายสักต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ว.จนกว่าศาลจะมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ส่วนกรณีที่กกต.มีมติเสียงข้างมากให้ดำเนินคดีอาญากับนายสักและสภาทนายความนั้นเนื่องจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยบางคณะเห็นว่าผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเป็นผู้รู้กฎหมายดีเมื่อรู้กฎหมายมากแล้วเลี่ยงกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีอาญา

             "เรื่องดังกล่าวคณะกรรมการสรรหาส.ว.จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการสรรหาส.ว. อีกทั้งสำนักงานกกต.โดยเลขาธิการกกต.ทำหน้าที่ธุรการในการตรวจสอบองค์กรที่ได้เสนอชื่อบุคคลและจะต้องเสนอผลการตรวจสอบคุณสมบัติไปยังกรรมการสรรหาส.ว.6 คน ซึ่งกรณีของนายสักก็อาจมีคนมองว่าละเลยในแง่การตรวจสอบ ส่วนสำนักงานกกต.โดยเลขาธิการกกต.จะเลยหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยยืนตามกกต.ก็อาจมองว่ากรรมการสรรหาส.ว.ได้ละเลยการตรวจสอบได้หรือไม่ แต่หากจะให้ฟ้องกกต.4 คนที่วินิจฉัยก็คงไม่เกี่ยว เพราะกกต.ได้พิจารณาตามที่มีผู้ร้องคัดค้านเข้ามาเท่านั้น" นางสดศรี กล่าว


"เรืองไกร"เตรียมร้องศาลต่อหาความเป็นธรรม


             นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้ กกต. มีมาตรฐานเช่นไร เพราะเป็นกรณีเดียวกับนายสักที่กกต. มีมติเพิกถอนไปก่อนหน้านี้ เพราะพ้นจากการเป็น ส.ว. ไม่ครบ 5 ปี   ส.ว.ทั้ง 31 คน ที่ลาออกไป ก็ควรต้องรอ 5 ปีเช่นกัน  หมายถึงต้องรอ 18 ก.พ. 2559 จึงจะสมัครได้

             "กรณีที่ลาออกหมายถึงไม่ได้เป็นติดต่อกัน ดังนั้นก็จะเป็นมาตรฐานเดียวกับคุณสักคือพ้นจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ครบ 5 ปี  หากคนที่ลาออกแล้วไปสมัครไม่ผิด งั้นก็เป็นผมสิที่ไม่ลาออกแล้วไปสมัครเป็นคนผิด ผมอ่านรัฐธรรมนูญตีความยังไงก็อย่างนั้น   เมื่อยื่นลาออกไปมันจะต่างอะไรกับคุณสัก เรื่องนี้เป็นการใช้ดุลพินิจซึ่งผมจะหาทางร้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมแน่นอน"นายเรืองไกรกล่าวและว่า

             ถ้า กกต. ตัดสินเช่นนี้ก็แปลว่าตนผิด และต้องไปกล่าวหาตนที่ศาล เนื่องจากตนไม่มีคุณสมบัติ  กกต. ควรจะทำให้สุดทางและกล่าวหาตนด้วย   เพราะเรื่องนี้มันต้องมีคนที่ผิด
   


อดีตสสร.50ยันส.ว.เลือกตั้งปี43เป็นส.ว.ชุดใหม่ไม่ได้


             นายศรีราชา เจริญพาณิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะ ส.ส.ร. ปี 2550 กล่าวถึงกรณีที่ กกต. มีมติให้เสนอต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนนายสัก กอแสงเรือง จาก ส.ว.รรหา พร้อมทั้งเสนอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งว่า เรื่องนี้ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญก็ได้มีการหารือถึงเรื่องนี้และกำหนดว่า ส.ว. ชุดแรกนั้นไม่ควรมาเป็น ส.ว. ชุดใหม่ตามรัฐธรรมนูญ  เราก็มีตัวบทที่ล็อกเอาไว้   นอกจากนี้ในการพูดคุยก็ได้บันทึกอยู่ในเจตนารมณ์ของ สสร. ซึ่งไปหาดูได้ที่ห้องสมุดของรัฐสภา

             นายศรีราชากล่าวว่า กรรมการสรรหาต้องทำตามคุณสมบัติ แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเขาหลุดหรือเปล่า เพราะคนที่เป็นกรรมการสรรหา ก็ไม่ได้เป็น สสร.  คาดว่าในการสรรหาก็คงใช้ความละเอียดละออพอสมควร แต่ก็อาจจะหลุดได้หรืออาจจะลืมนึกไปก็ได้

             "กลุ่มที่ทำหน้าที่เป็น เลขากรรมการสรรหาต้องตื่นตัวให้มากกว่านี้ เขาต้องรู้รายละเอียด หากมองว่ากรรมการสรรหาผิดก็คงไม่ผิดฝ่ายเดียว แต่ผู้ปฏิบัติงานเลขานุการก็ต้องผิดด้วย และไล่กันเป็นลูกระนาด" นายศรีราชา กล่าว

             เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวถึงขั้นขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ถือว่าหนักเกินไปหรือไม่ นายศรีราชากล่าวว่า ที่เป็นเช่นนี้เข้าใจว่าจะอยู่ในกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งก็ต้องทำตามกฎหมาย