
ทูต'ไทย-เขมร'ชี้สัมพันธ์ปท.แน่นแฟ้น
เขตแดนไทย-เขมรสัมพันธ์แน่นแฟ้น ร่วมมือกันหาจุดตรวจด่านถาวร ขณะที่ ทูตไทย-กัมพูชา มองบรรยากาศดีขึ้น
สระแก้ว-เริ่ม 5 มีนาคมนี้ เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของไทย-กัมพูชา เข้าสำรวจพื้นที่เปิดจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่บริเวณ บ้านหนองเอี่ยน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กับบ้านสตึงบท จ.บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของทั้งสองฝ่ายเข้าไปสำรวจพื้นที่เพื่อให้การเปิดด่านดังกล่าวไม่กระทบกับเขตแดน ด้วยการตกลงร่วมกันในเรื่องที่ตั้งของเขตแดน สำรวจและตรวจสภาพหลักเขตแดนที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ตอนที่ 5 (หลักเขตที่ 1-23) และหารือถึงการจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ
ทั้งนี้ เป็นไปตามกรอบการทำงานของเจบีซี หลังจากที่เจบีซีไม่ได้ประชุมร่วมกันในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา จึงนับเป็นความหวังที่ประเทศทั้งสองสามารถปรึกษาหารือและสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
ขณะเดียวกันด้านกระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดพิมพ์หนังสือให้ข้อมูลกับประชาชนด้วยการประมวลคำถามของประชาชนว่ามีข้อสงสัย ข้อกังวลอะไรบ้าง ในเรื่องปราสาทพระวิหาร โดยจะใช้หนังสือเล่มนี้เป็นกลไกหนึ่งในการตอบคำถามเหล่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก มีข้อกฎหมายระหว่างประเทศเข้าไปเกี่ยวข้อง มีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะที่เข้าใจง่าย ด้วยการกลั่นกรองย่อยข้อมูลและมีเอกสารเพิ่มเติม
สมุดปกขาวเล่มนี้ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงกับประชาชน ข้อมูลที่ประชาชนไทยควรทราบ ให้มีพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องในการมีข้อเสนอหรือข้อคิดเห็นใดๆ แบ่งเป็น 8 ส่วน ความเรื่องตัวปราสาทพระวิหาร เรื่องสนธิสัญญาที่กำหนดเขตแดนระหว่างสยามและฝรั่งเศส เรื่องคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เรื่องการดำเนินการของ 2 ฝ่ายในการแก้ไขปัญหาเขตแดนระหว่างกัน มาถึงปัจจุบัน คือ เรื่องการที่กัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลโลกให้มีการตีความ และเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
จากการประมวลความกังวลของคนไทย คำถามยอดฮิตในอดีตที่ผ่านมา เรื่องสถานะ เรื่องสถานที่ เรื่องเอ็มโอยู ปี 2543 ว่าเราเสียเปรียบหรือไม่ อย่างไร
หนังสือเล่มนี้ตอบคำถามนี้ เล่าถึงที่มาที่ไปของเอ็มโอยู 2543 เรื่องการจัดตั้งเจบีซี และตอบคำถามว่า ทำไมเราต้องไปศาลโลกอีก หลังจากคดีปราสาทพระวิหาร ปี 2505 เราไม่รับเขตอำนาจของศาลแล้ว ทำไมครั้งนี้เราถึงต้องไปให้ข้อมูลว่าเราไม่รับเขตอำนาจศาลตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา แต่การที่กัมพูชาขอให้ตีความคำพิพากษาเดิม ถือเป็นคดีต่อเนื่อง ศาลมีอำนาจในการตีความคำพิพากษาเดิมตามคำร้องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตามกฎบัตรของสหประชาชาติ เราต้องปฏิบัติตาม ถามว่าเราไม่ไปได้ไหม ได้ แต่ศาลยังพิจารณา กัมพูชาก็ไปให้ข้อมูลอยู่ดี ศาลจะฟังความข้างเดียว เราจะเสียเปรียบ เราต้องไปเพื่อให้ข้อมูลโต้แย้งต่างๆ ของฝ่ายกัมพูชา
เรื่องตัวปราสาท เป็นเรื่องที่กัมพูชาให้ความสำคัญมานานแล้วในการขึ้นทะเบียนมรดกโลก เดิมทีทั้งสองฝ่ายเคยคุยกัน จะทำให้เป็นผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย เราได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาหากดำเนินการอะไรให้แจ้งให้เราทราบด้วย ปัญหาเกิดขึ้นตอนที่กัมพูชาพยายามผลักดันให้คณะกรรมการมรดกโลกขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก กัมพูชาไม่ได้แจ้งให้เราทราบ เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก หลังจากมีการเผยแพร่ เราดูแล้วเห็นว่ากระทบกับอธิบไตยของไทย เราจึงได้คัดค้าน เรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ก่อนที่จะดำเนินการในส่วนนี้
ศาลโลกรับคำร้องเมือปีที่แล้ว แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าอยู่ในเขตอำนาจหรือไม่ การที่มีคำสั่งมาตรการ ไม่ได้หมายความว่าเขามีเขตอำนาจ ไทยได้ให้ข้อมูลกับศาล ยื่นข้อสังเกตเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 ศาลกำหนดให้ ภายในวันที่ 8 มีนาคม 2555 หลังจากกัมพูชายื่น เราจะได้มาดู และดูแล้วก็ต้องแย้ง ศาลกำหนด ภายในวันที่ 21 มิถุนายน ข้อมูลที่ศาลมีเพียงพอหรือไม่ อาจจะให้การด้วยวาจา ถ้าศาลเห็นว่าข้อมูลเพียงพอ คาดว่าข้อสรุป ปลายปีนี้เป็นอย่างเร็ว
ในสมุดหน้า 61-64 อธิบาย ขอให้ตีความอะไร ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว ว่าจะตีความว่าอะไร
หนังสือจำนวน 19,500 แจกจ่ายให้กับห้องสมุด สถาบันการศึกษา นักวิชาการ หน่วยงานทั่วประเทศ เผยแพร่ทางเว็บไซต์ นอกจากนี้มีโครงการทำเอกสารเพิ่มเติม เป็นลักษณะถาม-ตอบ ให้เข้าใจมากขึ้น
----------
ทูตไทย-กัมพูชา มองบรรยากาศดีขึ้น
นายสมปอง สงวนบรรพ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชาช่วงชายแดนตึงเครียดจนพฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม สัมพันธ์ดีขึ้น บรรยากาศดีขึ้นแต่ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาสาระจะเปลี่ยน เพราะกัมพูชาต้องรักษาผลประโยชน์ของกัมพูชาเต็มที่
ในการประชุมระดับจีบีซี ของทั้งสองประเทศนั้น ที่เป็นรูปธรรมที่ตกลงกันไว้ในรัฐบาลก่อนคือเปิดจุดผ่านแดนบ้านนอกเอียดตรงปอยเปต ของเขมร ติกับ จ.สระแก้ว จะผ่อนคลายระบายจราจรเป็นช่องรถสินค้า
ทำงานกันปีสองปีแล้วเขตแดนตรงนั้นเป็นทางน้ำต้องสร้างสะพาน มีรายละเอียดต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง มีความคืบหน้าขึ้นพอสมควร แต่ยังติดด้านเทคนิค ความคืบหน้าบอกยาก แต่ตกลงกันแล้วเจ้าหน้าที่แผนที่ต้องไปดูรายละเอียดจุดพิกัด
"แม้บรรยากาศไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงการชะงักช่วงยิงกันก็ไม่ถึงกับไม่พูดจากัน แม้ตอนนี้บรรยากาศดีแต่บางอย่างบางอย่างมีเหตุผลที่ต้องรอก็ต้องรอ"
การลงทุนของไทยในต่างประเทศของไทยมีหลายปัจจัยขนาดโฮจิมินห์ที่ไดนามิคมากก็ยังไม่ค่อยมีคน พม่าตอนนี้เปิดกว้าง ก็อยากไปเพราะการเข้าไปลงทุนต่างประเทศของนักลงทุนไทยมีหลายเหตุผล
นักลงทุนบางคนอาจจะมองว่าอีกหน่อยค่าแรงไทย 300 บาทก็ต้องหาแหล่งใหม่ที่ถูกกว่าแต่ก็ขึ้นกับอุตสาหกรรมด้วย เช่น รองเท้า เสื้อผ้า ต้องออกไปแต่ถ้าเป็นอุตสาหกรรมไฮเทคก็ยังไม่จำเป็น ดังนั้นการออกไปลงทุนต่างประเทศมีหลายปัจจัย มีเหตุผลประกอบคืออาเซียนเพราะเป็นอาเซียนแล้วทุกอย่างก็โตขึ้นก็ยิ่งต้องออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นยิ่งทำให้โตขึ้น
----------



