
วิจัยชี้น้ำท่วมแรงงานยังไม่ได้รับเยียวยา
นักวิชาการชี้หลังเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ ความไม่เป็นธรรมที่แรงงานไทยได้รับชัดเจนขึ้น รัฐบาลยังเน้นแก้ปัญหาให้นายทุน ขณะที่การแก้ปัญหาแรงงานนั้นไม่ชัดเจน มีการปิดโรงงาน ย้ายเครื่องจักร เลิกจ้าง โดยแรงงานไม่มีความเข้มแข็งพอที่จะต่อรองกับภาครัฐ ขณะที่ค่าครองชี
ที่รร.รัตนโกสินทร์ วันที่ 11 มี.ค. ผศ.ดร.นภาพร อติวานิชยพงศ์ หัวหน้าโครงการวิจัยความไม่เป็นธรรมด้านเศรษฐกิจและแรงงาน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการศึกษา เรื่อง ค่าจ้างและข้อเสนอเพื่อการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้านแรงงาน ได้ศึกษากลุ่มแรงงานไทยหลายกลุ่ม ได้แก่ ศึกษาทัศนะคติเรื่องความไม่เป็นธรรมแรงงานในระบบ,แรงงานนอกระบบ เช่น ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ขายของ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ขับแท็กซี่ แรงงานข้ามชาติ แรงงานไร้รัฐ และแรงงานไทยในต่างประเทศ พบว่าในทุกกลุ่มยังประสบความไม่เป็นธรรม
โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาพบความไม่เป็นธรรมชัดเจนขึ้น รัฐบาลยังเน้นการแก้ปัญหาให้นายทุนและผู้ประกอบการ ขณะที่การแก้ปัญหาแรงงานนั้นไม่ชัดเจน ว่าหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม มีการปิดโรงงาน ย้ายโรงงานแล้ว แรงงานจะทำอย่างไรต่อ เป็นต้น อีกทั้งกรณีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่มีผลบังคับในเดือนเมษายนนี้ ใน 7 จังหวัด โดยจะคงอัตรา 300 บาทเป็นระยะเวลา 2-3 ปี เพื่อรอจนกว่าจังหวัดอื่นปรับขึ้นเท่ากัน ซึ่งนับว่าไม่เป็นธรรมต่อแรงงาน เมื่อรัฐบาลได้ประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงเสียง แต่ในทางปฏิบัตินั้นไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม แรงงานเองก็ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะต่อรองเพื่อกดดันรัฐบาลได้
ด้านนายศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการด้านแรงงาน ผู้ร่วมวิจัย แนะว่ากระบวนการที่ควรเริ่มทำเพื่อผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมของกลุ่มแรงงานอกระบบของไทยคือ แรงงานนอกระบบ ผู้รับจ้างอิสสระต่างๆ ควรรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อเจรจากับรัฐบาล หรือผู้ว่าจ้าง ให้เกิดการตกลงร่วมกัน ในหลายเรื่อง รวมทั้งอัตราค่าจ้าง ซึ่งรัฐบาลจะต้องเป็นผู้จัดการให้เกิดการเจรจาขึ้น ตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ปี 2518 รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิการรวมตัวกัน , อนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 และ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทิมนุษยชนรับรองสิทธิการรวมตัว ซึ่งหากทำสำเร็จ จะเกิดอัตราค่าแรงกลางของการประกอบอาชีพแต่ละอาชีพ โดยยึดหลักตามเกณฑ์ค่าแรงขั้นต่ำประกอบด้วย
ผศ.ดร.นภาพร กล่าวว่า แรงงานนอกระบบ เริ่มมีแนวโน้มเรื่องการได้รับสวัสดิการที่ดีขึ้น ตั้งแต่ได้รับสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนมาตรา 40 ของแรงงานนอกระบบ แต่เรื่องอัตราค่าจ้างนั้น ยังไม่มีการทำระบบอัตราที่ชัดเจน ซึ่งแรงงานนอกระบบมีอำนาจต่อรองแย่กว่าแรงงานในระบบที่มีสหภาพแรงงาน เช่น การคำนวณ ควรคิดจาก ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ในเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง ดังนั้น แรงงานนอกระบบที่รับจ้างทำงานก็ควรได้ในอัตราขั้นต่ำเดียวกัน เป็นต้น
ทั้งนี้ เช้าวันที่ 11 มี.ค.มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ค่าจ้าง และข้อเสนอเพื่อการสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำด้านแรงงาน” ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ มีนักวิจัย และนักวิชาการด้านแรงงานตัวแทนสหภาพแรงงานจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ มาร่วมแบ่งปันปัญหาความไม่เป็นธรรมของลูกจ้างในแต่ละอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงานที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
น.ส.นารายณ์ บุญสังข์ ประธานสหภาพแรงงาน-สิ่งทอสมุทรสาคร กล่าวว่า หลังน้ำท่วม โรงงานขายเครื่องจักร พร้อมประกาศปิดกิจการในวันที่ 31 มีนาคมนี้ แต่ทางสหภาพแรงงานมองว่าเป็นความพยายามปิดสหภาพแรงงานมากกว่า โดยจะเปิดรับสมัครพนักงานให้เข้าทำงานในโรงงานอีกแห่ง เช่นเดียวกับ ตัวแทนจากสหภาพแรงงานจากโตชิบา ซึ่งหลังน้ำท่วม บริษัทขายกิจการให้กับ ดับบลิวดี (WD) หรือ Western Digital โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไรกับลูกจ้าง ทั้งเรื่องที่ทำงาน เรื่องสวัสดิการ เป็นต้น สำหรับการศึกษาความไม่เป็นธรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยความไม่เป็นธรรมด้านเศรษฐกิจและแรงงาน ของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำผลเสนอและผลักดันเป็นนโยบายต่อไป คาดว่า การศึกษาความไม่เป็นธรรมแรงงานนั้นจะแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม นี้ และต้องนำไปรวมกับการวิจัยของกลุ่มเกษตรกร นิเวศน์วัฒนธรรม และกลุ่มสังคมอื่นๆ ด้วย
สปส.แจงเพิ่มสิทธิ์ผู้ประกันตน ครอบคลุมป่วยโรคไตก่อนเป็นผู้ประกันตน
นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงการเพิ่มสิทธิประโยชน์ของ สปส.ที่ออกประกาศไปก่อนหน้านี้ว่า มีผลบังคับใช้แล้วทุกรายการ เช่น กรณีการเพิ่มสิทธิผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง มีผลใช้ได้แล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังก่อนมาเป็นผู้ประกันตนก็ได้รับสิทธิเพิ่ม และหากได้รับอนุมัติให้ล้างไตแล้ว การรักษาหรือประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ยากระตุ้นเม็ดเลือดก็จะได้รับตามแบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องทำเรื่องขออนุมัติอีก ถ้าไม่กล้าไปสมัครงานเพราะกลัวว่าเป็นผู้ประกันตนแล้วจะไม่ได้รับสิทธิ เพราะป่วยมาก่อน ขอยืนยันว่าได้รับความคุ้มครองแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2554
ส่วนกรณียา จ.2 หรือยาราคาแพง สปส.ได้ออกประกาศปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการแล้ว เนื้อหาคือ ต่อไปนี้แทนที่จะจ่ายเงินให้โรงพยาบาลไปซื้อยาเอง สปส.จะซื้อยาแล้วส่งให้โรงพยาบาล มีผล 1 ม.ค.2555 และที่ผ่านมา สปส. ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ สปสช.และกรมบัญชีกลางในการซื้อยาราคาแพงร่วมกันซึ่งจะทำให้ราคายาลดลง ขณะที่ชุดสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ยืนยันว่าสิทธิประโยชน์แทบจะเหมือนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
“เรื่องยาอะทาสนาเวียร์สำหรับต้านไวรัสเอชไอวีก็มีระบบแบบเดียวกัน ปกติ สปส.ใช้สูตรยาต้านไวรัส สูตรเดียวกับ สปสช. แต่จะมีคนไข้บางคนที่กินยาต้านไวรัสแล้วไขมันในเส้นเลือดเพิ่มขึ้นจนควบคุมไม่ได้ วิธีแรกที่ผู้เชี่ยวชาญเขาจะให้คือให้ยาลดไขมันเพื่อควบคุม แต่ถ้ายังคุมไม่ได้ ต้องใช้ยาอะทาสนาเวียร์ ซึ่งทำให้ไขมันในเลือดไม่สูง แต่ราคาแพงจะให้ทุกคนมากินอย่างนี้ไม่ได้ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูจนถึงที่สุดแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ยาตัวนี้ รวมทั้งเรื่องรักษาโรคเรื้อรังไม่เกิน 180 วัน สปส.ออกประกาศใช้แล้ว โดยเปลี่ยนเป็นรักษาต่อเนื่องถ้ามีเหตุผลทางการแพทย์ มีความหมายเท่ากับรักษาได้ไม่จำกัดระยะเวลา” รองเลขาฯ สปส. กล่าว
ส่วนเรื่องทันตกรรม รองเลขาฯ สปส.กล่าวว่า สปส.ให้เบิก ไม่เกิน 2 ครั้ง 600 บาทต่อปี ยืนยันว่าพอถ้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐ หรือ รพ.สต. เช่น รพ.สต.คิดบริการโดยทันตภิบาล 80-100 บาท รพ.รัฐและชุมชน 150 - 200 บาท ถ้าคนไข้อยากสะดวกจะไปเข้าคลินิกซึ่งราคาแพงกว่า ก็อาจต้องร่วมจ่ายบ้าง3



