ข่าว

เทพไทตอก'ปู'เยื่อนยุ่นภาวะผู้นำเหลว

เทพไทตอก'ปู'เยื่อนยุ่นภาวะผู้นำเหลว

11 มี.ค. 2555

“เทพไท” ตอก “ยิ่งลักษณ์” เยือนญี่ปุ่นวุฒิภาวะผู้นำล้มเหลวแค่หุ่นเชิด "แม้ว" แขวะงานถนัด “ไทยไนท์” โชว์ชุดแฟชั่น เผย “มาร์ค” นัดถก “ปมแก้รธน.” 13 มี.ค.นี้ วงอภิปรายภาคปชช.แก้รธน. เสนอมีสสร.175 -

              11มี.ค.2555 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเยือนประเทศญี่ปุ่นของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ออกมาระบุถึงความสำเร็จว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมีเพียงตัวนายกฯและทีมงานเท่านั้น ที่ออกมาชื่นชมผลงานในครั้งนี้ ทั้งที่สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศไม่มีสื่อไหนที่ออกมาพูดถึงความสำเร็จ

              ตรงกันข้ามกลับถูกวิจารณ์จากสื่อต่างประเทศอย่างเสียหาย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปาฐกถาเป็นภาษาไทยโดยไม่มีคำแปล หรือการพบปะนักลงทุนที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการซักถาม เพราะสื่อสารทางเดียวซึ่งผิดปกติของผู้นำระดับชาติ ที่จะต้องสื่อสาร สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน พูดคุย ถึงปัญหาและสถานการณ์ การลงทุนในไทยด้วย หากนายกฯ ต้องการสื่อสารทางเดียวก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปให้เสีย งบประมาณแผ่นดิน ก็ขอให้ทำเป็นวีดีโอมัลติวิชั่นไปเปิดฉายให้นักลงทุนดูก็มีค่าเท่ากัน
   
              “การเดินทางครั้งนี้ในทางการทูตถือว่าล้มเหลว และเป็นการตอกย้ำวุฒิภาวะผู้นำของนายกฯของประเทศว่าเป็นได้แค่ นอมินี หรือหุ่นเชิดของพี่ชายโดยแท้จริง และสิ่งที่เป็นจุดเด่นของการเยือนในครั้งนี้คือ งานไทยไนท์ ซึ่งเป็นงานถนัดของนายกฯ ที่เกี่ยวกับการโชว์ชุดแฟชั่น และความสวยความงาม ที่เคยได้รับการกล่าวขวัญจากสื่อต่างประเทศ เมื่อครั้งไปประชุมที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แต่ในงานครั้งนี้กลับล้มเหลวไม่มีแม้คำชมจากสื่อต่างประเทศแม้สำนักเดียว” นายเทพไท กล่าว


เผย“มาร์ค”นัดถก“ปมแก้รธน.”13มี.ค.นี้

              นายเทพไท ในฐานะกรรมาธิการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี (พ.ศ.) ..... กล่าวถึง ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัปดาห์นี้ ว่า กรรมาธิการเสียงข้างมาก คงพยายามที่จะเร่งรัดให้พิจารณารายมาตรา และเพิ่มวันพิจารณาขึ้นอีก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ต้องเตรียมรับมือในประเด็นหลัก ที่จะมีการแก้ไขใน 4 ประเด็น คือ 1. จำนวนของส.ส.ร.และที่มาของ สสร.ว่า ควรจะมาจากกี่ประเภท และต้องใช้ สสร.จำนวนเท่าใด จะใช้ฐานประชากรคำนวณที่นั่ง สสร.หรือจะกำหนดให้มี สสร.จังหวัดละ 2 คน
   
              2. คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นสสร.ว่าเป็นอย่างไร จะกำหนดให้สมาชิกพรรคการเมือง อดีตส.ส.เครือญาติของนักการเมือง และวุฒิการศึกษา การเป็นบุคคลต้องคดีความต่างๆ จะสามารถลงสมัครเป็น สสร.ได้หรือไม่  3. เงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญที่เป็นจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ใน 3 ประเด็นที่ได้เรียกร้องความชัดเจน จะมีการบรรจุลงในเนื้อหาของร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร และ 4. กรอบระยะเวลาการทำงานของ สสร.และขั้นตอนต่างๆ รวมระยะเวลาถึงการลงประชามติ ควรใช้ระยะเวลาเท่าใด
   
              นายเทพไท กล่าวอีกว่า เ พื่อให้มีความเป็นเอกภาพ และตกผลึกในความคิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เชิญ คณะกรรมการติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคที่มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคเป็นประธาน ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมาธิการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการปรองดองในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มาประชุม ในวันอังคารที่ 13 มี.ค.นี้ เวลา 14.00 น.

 


  "มาร์ค"จี้"ปู"แจงแผนช่วย"ทักษิณ"กลับไทย



              ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนต่อการที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่ามีแผนการช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทยได้ในปีนี้ ว่า รัฐบาลต้องพูดให้ชัด เพราะเงื่อนไขนี้จะเป็นปมที่นำไปสู่ความขัดแย้ง อีกทั้งจะกระทบต่อประชาชน และเป็นตัวที่บ่งบอกว่าสิ่งที่รัฐบาลผลักดันตลอดมา เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การสร้างความปรองดอง มีเป้าหมายที่แท้จริงในการช่วย พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายกรัฐมนตรีจึงปัดความรับผิดชอบไม่ได้

              นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ที่ระบุว่าจะใช้พ.ร.บ.ปรองดอง ช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศ ด้วยว่า ยังไม่ทราบว่าจะเป็นรูปแบบใด ซึ่งในเรื่องของคดีที่ยังไม่เสร็จสิ้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่ศาลพิพากษาให้จำคุกไปแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณก็ต้องกลับมารับโทษ



“บุญยอด”ถามจุดยืน“ยิ่งลักษณ์”แก้“ม.112”หรือไม่


              นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน นางพวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และครก.112 ร่วมเสวนาเรื่อง "กฎหมายรัฐธรรมนูญกับประชาธิปไตยไทย" ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยังมีการล่ารายชื่อประชาชนให้มีการแก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า นักวิชาการกลุ่มนี้ ควรยุติการเคลื่อนไหว ที่จะสร้างความคิดเห็นที่แตกแยกในสังคมได้แล้ว มีหลายคนที่ไม่เห็นด้วย ไม่สบายใจ ทั้งนี้คนไทยส่วนมากยังยึดมั่น ในสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นไม่ควรลบหลู่ ดูหมิ่น เพราะเป็นสถาบันที่คนไทยเคารพสูงสุด และได้สร้างคุณูปการให้สังคมไทย อย่างใหญ่หลวง มาตลอด


              นายบุญยอด กล่าวว่า ฝากถามไปยัง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ว่าควรทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน จากรณีที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการ ที่ออกมาเปิดเผย ว่าเรื่องการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ  เคยแสดงเจตจำนงที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงมาตั้งนานแล้ว โดย นายสมศักดิ์ ได้อ้างอิง วิกีลีกส์ ซึ่งมีความว่า “หนึ่งในวาระของผม คือความจำเป็นจะต้องยกเลิก มาตราหมิ่นพระบรมเดชานุภาพออกจากกฎหมายอาญา ประเทศไทย ไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย ตราบเท่าที่ยังมีการคุกคามการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  และขอถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า มีทัศนคติ เดียวกับพี่ชายหรือไม่ ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ทำไมไม่จัดการห้ามปรามนักวิชาการเหล่านี้ หรือว่าเป็นผู้สนับสนุนให้คนกลุ่มนี้เคลื่อนไหว ก็ขอให้อธิบายกับประชาชนตรง ๆ เราจะได้รู้ว่ารัฐบาลนี้เป็นอย่างไร” นายบุญยอด กล่าว


วงอภิปรายภาคปชช.แก้รธน.ขอส่งเสียงบ้าง

 
              สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี จัดเวทีเสวนาโต๊ะกลม “กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ทั้งนี้เป็นการนำเสนอผลการประชุมถกแถลงในพื้นที่ที่เครือข่ายมีการจัดเสวนา เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย จ.นราธิวาส นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี และกรุงเทพ

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาที่แต่ละจังหวัดได้ทำการเสนอมานั้นเป็นไปอย่างหลากหลาย อาทิ จ.นราธิวาส มีข้อสรุปอย่างให้แต่ละจังหวัดมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จังหวัดละ1คน หรือมากกว่า ตามสัดส่วนจำนวนประชากร ขณะที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนได้เสียงเดียว และนับคะแนนตามลำดับจำนวน สสร.หากคะแนนเท่ากันให้จับสลาก ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่าง ให้มีตัวแทนจาก สสร. 15 คน มีผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆอีก 15 คน รวมเป็น 30 คน จ.เชียงใหม่ เสนอเลือกตั้งทางตรงจำนวน 300 คน ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และมีจำนวน สสร.ตามสัดส่วนจำนวนประชากร ขณะที่เมื่อถึงขั้นตอนการร่างให้สมามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่อำนาจการแก้ไขอยู่ที่ สสร.

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.อุบลราชธานี เสนอคุณสมบัติของ สสร.ที่ตัดขาดจากการเมืองในทุกมิติ พร้อมเสนอให้ใช้ระบบการคัดเลือกตัวแทนประชาชนในหมู่บ้าน แล้วในไปสู่ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัดต่อไป ส่วน จ.กรุงเทพฯ เสนอให้เลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวน สสร.ตามสัดส่วนประชากร แต่กำหนดให้มีจำนวน สสร.อย่างน้อย1คน อย่างมาก 10 คน ซึ่งจะนำไปรวมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆอีก 25 คน ทั้งนี้กำหนดเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2 ปีเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมและเรียนรู้ตลอดกระบวนการ พร้อมกันนี้ไม่ให้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งแข่งกัน รวมไปถึงเมื่อเป็น สสร.แล้ว ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือ ส.ว.เป็นเวลา 5 ปี เป็นต้น

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เริ่มจากนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนฝ่ายค้าน ได้เล่าแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า ยังเรียกร้องให้มีการวางหลักการไว้ใน 3 ส่วน คือ สถาบันกษัตริย์ องค์กรอิสระ และการไม่แก้ไขความผิดเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่จากการประชุมที่ผ่านมา กมธ.ได้แขวนเรื่องนี้ไว้ คงจะมีแต่ส่วนสถาบันฯที่ทุกฝ่ายเห็นร่วมกัน นอกจากนี้พฤติกรรมแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลดูเหมือจะเร่งรีบ และอาจทำให้เชื่อมโยงไปถึงความตั้งใจอื่นๆ อาทิ ความคิดที่จะแก้ไขในส่วนองค์กรอิสระและศาล การยุบศาลปกครอง เพื่อทำให้ปรับเปลี่ยนในการตรวจสอบ ถ่วงดุล และปิดช่องทางที่ประชาชนเคยใช้ต่อสู้กับอำนาจรัฐ

              ขณะที่นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้รธน.ไม่ได้ทำรวดเร็ว แต่เป็นไปตามที่แถลงต่อประชาชน ยืนยันว่าแม้พรรคเพื่อไทยจะได้เสียงเสียงข้างมาก แต่ไม่ลืมเสียงข้างน้อย อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผูกโยงกับการทำรัฐประหาร ซึ่งเมื่อถ้าเรายอมรับแล้ว ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย เมื่อมีประชาชนก็คืนควรอำนาจให้ประชาชนรับผิดชอบ โดยการตั้ง สสร.ในการพิจารณา

              ส่วนนายจอม เพชรประดับ ตัวแทนสื่อมวลชน เสนอความเห็นตอนหนึ่งว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จะประเด็นให้เกิดความขัดแย้งระลอกใหม่แน่นอน ดังนั้นต้องทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมาก โดยตนขอเสนอตั้งฟรีทีวีขึ้นมา 1 ช่องทำภารกิจปฏิรูปประเทศไทยในทิศทางที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน เพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทั้งนี้เริ่มจากการให้ข้อมูลด้านรัฐธรรมนูญตลอดช่วงระยะเวลาที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

              ด้านนายสมชาย หอมลออ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย และหนึ่งในคณะกรรมการอิสระตรวจสอบความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวตอนหนึ่งว่า เห็นด้วยกับการไม่กำหนดคุณสมบัติ สสร. เพราะบางครั้งความรู้อาจจะไม่คู่คุณธรรมก็ได้ ขณะนี้สำคัญคือทำอย่างไรให้กระบวนการร่างฯ เกิดการมีส่วนร่วมมากที่สุด เพื่อส่งเสริมการปรองดอง หากไม่ส่งเสริมจุดนี้อาจทำให้ความขัดแข้งเกิดขึ้น

              นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า เรื่องกรอบระยะเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญควรต้องดูอีกครั้ง แต่ระยะเวลาจัดทำ1ปี ในอดีตนั้นยังไม่เคยมีมาก่อน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเมื่อได้ร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องทำประชามติก่อนเพื่อให้เกิดความชอบธรรมแน่นอน รวมถึงเมื่อได้ร่างรัฐธรรมนูญจาก สสร.แล้ว ก็ควรจะเปิดสภาเพื่อร่วมประชุมพิจารณา ว่าร่างที่ได้มานั้นขัดกับหลักการใดหรือไม่

              นายโคทม อารียา นักวิชาการ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ข้อเสนอที่ได้ครั้งนี้จะรวบรวมให้กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นทางเลือกและร่วมพิจารณาในการแก้ไขมาตรา 291 รวมถึงตะเป็นการช่วยเพิ่มเนื้อหาในส่วนความคิดเห็นจากประชาชนอีกทางหนึ่ง เพราะที่ผ่านกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา ไม่มีโอกาสได้รับฟังประชาชนมากนัก ทั้งนี้ผลจากการรับฟังความคิดเห็นก็ได้ข้อสรุปร่วมกันในหลักใหญ่ๆ คือ จำนวน สสร.ทั้งหมด ที่ควรอยู่ในระดับประมาณ 150 - 200 คน และมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

              นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังขอเวลาในการยกร่างมากกว่า 180 วัน และมีกรอบระยะเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญอย่างน้อย1ปี หรือมากกว่าด้วย ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลถกเถียงกันถึงกันวางกรอบก่อนที่จะมี สสร.โดยเฉพาะการวางกรอบห้ามแก้ไขในประเด็นเรื่ององค์กรอิสระนั้น นายโคทม กล่าวว่า ยังไม่อยากพูดถึง เพราะขณะนี้ควรจะพิจารณาในประเด็นมาตรา 291 ก่อน แต่โดยส่วนตัวถ้าจะให้เขียนเป็นหลักการว่าห้ามเลยคงไม่ได้ มิเช่นนั้นสิ่งที่ สสร.ดำเนินการ อาจจะขัดกับหลักการภายหลัง และอาจทำให้ตัวแทนประชาชนไม่สามารถเสนอความต้องการได้อย่างที่ควรจะเป็น

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการถกเถียงร่วม 5 ชั่วโมง ที่ประชุมได้ข้อสรุปของร่างเวทีถกแถลงแก้ไขรัฐธรรมนูญจาก 7 จังหวัด ที่เตรียมจะยื่นต่อ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปนั้น มีเนื้อหาดังนี้ 1.เรื่องที่มาของ สสร.ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด โดยคำนวณจากจำนวนประชากร อยู่ในกรอบประมาณ 175 - 225 คน ซึ่ง สสร.1 คน แทนจำนวนเสียงประชากรประมาณ 3 - 4 แสนคน ส่วนประเด็นเรื่องการมีผู้เชี่ยวชาญนั้น ที่ประชุมเห็นควรว่า จะต้องมีที่มาเป็นไปได้สองทางเลือก คือ 1.เสนอชื่อ สสร.ผู้เชี่ยวชาญก่อนให้ประชาชนเลือก หรือเสนอชื่อ สสร.เชี่ยวชาญให้ สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการเลือกอีกที ทั้งนี้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สสร.สามารถเลือกได้เพียงเสียงเดียวและคนเดียวเท่านั้น 2.ด้านคุณสมบัติของ สสร.จะต้องไม่จำกัดวุฒิการศึกษา โดยถือสัญชาติไทยอย่างน้อย 5 ปี และอายุอย่างน้อย 25 ปีขึ้นไป 3.สสร.สามารถดำเนินการหาเสียงได้โดยการแสดงวิสัยทัศน์ โดยให้ กกต.มีหน้าที่จัดเวทีให้ 4.ด้านระยะเวลาร่างนั้น จะใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นให้มีการลงประชามติภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวจะส่งให้กมธ.ภายใน2สัปดาห์