ข่าว

พท.รวบรวมเอกสารยื่นกกต.ยุบ ปชป.

พท.รวบรวมเอกสารยื่นกกต.ยุบ ปชป.

11 มี.ค. 2555

“เพื่อไทย” เตรียมยื่น กกต.ยุบ “ประชาธิปัตย์” หลังปรากฏภาพ กลุ่ม ส.ส.สงขลา ขึ้นป้ายค้านแก้รัฐธรรม ทำผิด พ.ร.บ.พรรคการเมืองให้ร้ายเพื่อไทย ขณะที่ " โฆษก พท." ซัด “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ทำเกินหน้าที่ ก้าวก่ายฝ่ายบริหาร เล็งปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคตจรวจสอบหน้าที่ หล

          วันท่่ 11 มี.ค.55  เวลา 10.00 น.  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงพร้อมแสดงภาพ กรณีที่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นป้ายต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคใต้ว่า เป็นการกล่าวหาพรรคเพื่อไทยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญว่าเพื่อหวังล้มสถาบัน แก้ไขมาตรา112 และหวังทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้มีประชาชนในจ.สงขลา ร้องเรียนมายังพรรคเพื่อไทยซึ่งตนมองว่ากลุ่ม  ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ทำเกินหน้าที่ ขึ้นป้ายบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนสับสนและอาจเข้าข่ายเป็นปรปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่อาจอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคม และยังถือว่าฝ่าฝืนพ.ร.บ.พรรคการเมือง ฯ มาตรา 94 ชัดเจน ที่นำไปสู่การร้องสู่การยุบพรรคได้ ดังนั้นในสัปดาห์หน้าตนจะรวบรวมเอกสาร หลักฐานนำไปยื่นต่อ กกต.ให้พิจารณาและเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุด ส่งเรื่องยุบพรรค ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68
 
          ทั้งนี้ นายพร้อมพงศ์ ยังแถลงถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คน มีมติ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ไม่ได้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามประมวลจริยธรรมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2551 ด้วยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คนมีมติชัดเจนแล้ว ขณะที่นายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดินให้สัมภาษณ์ จี้นายกฯ ทบทวนการแต่งตั้งรัฐมนตรี  ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่าการแต่งตั้งรัฐมนตรีทั้งสองคนของนายกฯ ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องอยู่ในกรอบของกฏหมาย

          ขณะที่การเข้ามาเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองเข้ามาทำหน้าที่ได้ไม่กี่วัน จึงควรให้โอกาสทั้งสองคนทำหน้าที่ไปก่อน แต่หากมีการประพฤติผิด หรือส่อทุจริต ไม่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถดำเนินการตรวจสอบได้  การที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกมาระบุให้นายกฯต้องทบทวน ถือเป็นการก้าวก่ายงานฝ่ายบริหาร ทั้งที่มีการแบ่งหน้าที่การทำงานอย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งตนมองว่าอาจเป็นการก้าวก่ายแทรกแซง ดังนั้นอาจมีการปรึกษาทีมกฏหมายตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินว่าเกินเลยต่อหน้าที่ รวมทั้งการยื่นร้องเรียนดังกล่าวของกลุ่มกรีน ก็มีการเชื่อมโยงกับการเมืองกลุ่มหนึ่ง ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงานของกลุ่มกรีนก็เป็นกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงมองว่าน่าจะใช้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นเครื่องมือทางเมือง




ชมเสื้อเหลืองชุมนุมเรียบร้อย พร้อมโต้ข้อกล่าวเป็นรบ.เผด็จการสภา 

 
          โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมที่สวนลุมพินีเมื่อวันที่ 10 มี.ค. และกล่าวพาดพิงรัฐบาลยิ่ง ลักษณ์ หลายประเด็น ว่า ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมพันธมิตรฯที่ได้ทำตามกรอบกฎหมาย เป็นนิมิตรหมายที่ดีของภาคประชาชน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวทางการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ส่วน กรณีที่นายณรงค์ โชควัฒนา นักธุรกิจสายพันธมิตรฯ กล่าวหารัฐบาลชุดนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย มาจากเผด็จการรัฐสภาฯเปรียบเหมือนรัฐบาลฮิตเลอร์ ถือว่า มองโลกในแง่ร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริง ถามว่านายณรงค์ เคยลงเลือกตั้งหรือไม่ ไม่อยากให้เอามันกล่าวหาอย่างเดียว
 
          นายพร้อมพงศ์ แถลงกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนมายังพรรคเพื่อไทยราคาสินค้า อาทิ มะนาว นมข้น-นมจืดว่ามีราคาแพงเกินจริงหรือไม่ ว่า จากการตรวจสอบพบว่าราคามะนาว และนมข้น นมจืด ถือว่าเป็นไปตามกลไกลของตลาด อีกทั้งการที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ว่าสร้างภาระแพงทั้งแผ่นดิน นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นการสรุปที่มองโลกในแง่ร้าย และเป็นการดิสเครดิตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะจากการตรวจสอบราคาสินค้าเป็นไปกลไกของตลาด ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ก็กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อยู่



ยันพท.แก้ระน.ไม่แตะหมวดสถาบัน พร้อมปัดส.ส.บินพบ "แม้ว"

 

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาให้พรรคเพื่อไทยแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 291 ไม่แตะใน 3 ประเด็นหลักนั้น ว่า กรณีหมวดว่าด้วยสถาบันพรรคเพื่อไทย ไม่แตะอยู่แล้ว แต่กรณีศาลและองค์กรอิสระ ก็แล้วแต่ส.ส.ร.แต่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการที่จะมัดปากทางเพื่อไทย และกล่าวหาว่าหากมีการแตะต้องใน2 ประเด็นหลัก ก็จะกล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์
 
          ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมากล่าวหาบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าส.ส.เพื่อไทยบินไปประเทศฮ่องกงเพื่อไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อรับใบสั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพ.ต.ท. ทักษิณ ตนขอปฏิเสธและไม่เป็นความจริง เพราะเป็นลักษณะที่พูดโดยไม่รับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์ และยังเป็นการกล่าวให้ร้ายพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ตนเห็นว่า ส.ส.ของพรรคมีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ที่จะไปพบใครก็ได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามไว้และไม่เชื่อว่า ทักษิณ จะมาสั่งส.ส.ของพรรคเพื่อไทยได้ อีกทั้งยังไม่มีใครทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ประเทศใด การกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์เป็นการจินตนาการให้ร้าย
 
          ทั้งนี้ขอให้นายอภิสิทธิ์ อบรมสั่งสอนลูกพรรค เพราะการกล่าวหาว่าไปรับใบสั่งจากทักษิณ เป็นการเข้าข่ายหมิ่นประมาท ผิดประมวลกฏหมายอาญา โดยตนจะดำเนินการทางอาญากับคนของพรรคประชาธิปัตย์ที่พูดในกรณีดังกล่าว ยืนยันพรรคเพื่อไทย เป็นสถาบันทางการเมือง จึงรับใบสั่งไม่ได้ และที่มีการระบุว่าพรรคเพื่อไทยถูกชี้นำจากพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่เป็นความจริง และที่มีการระบุว่าสมาชิกของพรรคเพื่อไทยรับหน้าที่เป็นกรรมาธิการปรองดองเพื่อช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านก็ไม่เป็นความจริง จึงขอให้เลิกบิดเบือนเรื่องดังกล่าวนี้ อย่างไรก็ตามตนจะปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อดำเนินการฟ้องร้องอีกรอบ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากมีการรับใบสั่งจริงก็ขอให้ผู้ที่กล่าวหาแสดงหลักฐานระบุให้ชัดเจน และให้พรรคประชาธิปัตย์เตรียมข้อมูลเพื่อไปแสดงในชั้นศาล
 
          เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทย มีพิมพ์เขียวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้แล้ว นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ยังไม่มีร่างพิมพ์เขียว เพราะวันนี้ส.ส.ร ยังไม่เกิด อีกทั้งคนยกร่างแก้ไข ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย แต่เป็นส.ส.ร 99 คน ก็เป็นหน้าที่ของส.ส.ร ที่จะพิจารณาว่าจะแก้ไขมาตราใดบ้าง จึงขอให้พรรคประชาธิปัตย์อย่าบิดเบือนใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยและทักษิณ ว่ามีร่างพิมพ์เขียวอยู่แล้ว ทั้งนี้ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยในมาตราใด ก็เสนอผ่านส.ส.ร ตามช่อองทางของรัฐสภาได้