
'เฉลิม'สั่งDSIสอบคดีลักยาแก้หวัด
'เฉลิม' สั่ง 'ดีเอสไอ' สอบคดีลักยาแก้หวัดออกจากโรงพยาบาลส่งผลิตยาบ้า ขณะที่ 'ธาริต' เผยแกะรอยเส้นทางยาแก้หวัด พบถูกส่งไปรวมปลายทางที่เชียงใหม่
10 มี.ค.55 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีพบการลักลอบนำยาแก้หวัดที่มีซูโดอีเฟดรีนเป็นส่วนประกอบ และสามารถสกัดเป็นสารตั้งต้นของยาบ้าและยาไอซ์ได้ ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ(ผอ.ศพส.) สั่งการให้ดีเอสไอเข้าไปสอบสวนเรื่องดังกล่าวโดยตรง หากพบว่าคดีมีความเชื่อมโยงการกระทำความผิดเป็นขบวนการใหญ่ให้ดีเอสไอเร่งเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) เพื่อรับเป็นคดีพิเศษได้ทันที
นายธาริต กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เพื่อประสานขอข้อมูลสำคัญในการดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง และได้มอบหมายให้พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทร์ขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และโรงพยาบาลทองแสนขันธ์ จ.อุตรดิตถ์ พบว่ามีการยักยอกนำยาออกนอกระบบรักษาพยาบาลจริง
โดยดีเอสไอต้องการทราบข้อมูล 2 ส่วนหลักคือ ข้อมูลเฉพาะส่วนของโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งที่ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบแล้วพบความผิดปกติ และข้อมูลการเบิกจ่ายยาแก้หวัดให้โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ทราบถึงยอดการผลิต การสั่งยา และการเบิกจ่ายทั้งระบบของแต่ละโรงพยาบาล โดยดีเอสไอตั้งข้อมูลจากต้นทางและสอบสวนย้อนกลับจากปลายทางว่าโรงพยาบาลมีการสั่งยาแก้หวัดมาจำนวนเท่าใด และยาถูกจ่ายในระบบรักษาพยาบาลตรงตามจำนวนที่สั่งยาหรือไม่ หากพิจารณาข้อมูลเสร็จสิ้นจะทำให้เห็นภาพรวมระบบที่ชัดเจนและดีเอสไอสามารถเจาะเข้าไปตรวจสอบโรงพยาบาลที่พบความผิดปกติได้ทันที ทั้งนี้ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีคืบหน้าการตรวจสอบโรงพยาบาลอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย
ด้านพ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทร์ขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวว่า ชุดสอบสวนมุ่งประเด็นการสอบสวนเพื่อให้ทราบถึงแผนประทุษกรรมทั้งระบบ ก่อนส่งยาแก้หวัดออกไปต่างประเทศ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบการลักลอบนำยาแก้หวัดส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนของยาแก้หวัดประมาณ 83% จะใช้วิธีลักลอบนำยาแก้หวัดออกไปส่งต่างประเทศโดยไม่ผ่านระบบรักษาพยาบาล ส่วนอีก 17% เป็นการนำยาแก้หวัดที่อยู่ในระบบรักษาพยาบาลออกไปส่งต่างประเทศ ดีเอสไอจะตั้งต้นการสอบสวนกรณีที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ คือ การนำยาออกจากระบบรักษาพยาบาลซึ่งพบว่ามีการดำเนินการทั้งในส่วนของร้านยา คลินิก และโรงพยาบาล
ทั้งนี้ ดีเอสไอเริ่มเห็นโครงสร้างความเชื่อมโยงแล้วหลายส่วนแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางการนำยาที่รวบรวมได้ไปไว้ที่ปลายทาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และคนกลางซึ่งทำหน้าที่เป็นคนรับยาไปส่งต่อในต่างประเทศ



