ข่าว

ว.วชิรเมธีแนะออกแบบวัฒนธรรมปชต.ควบคู่รธน.

ว.วชิรเมธีแนะออกแบบวัฒนธรรมปชต.ควบคู่รธน.

11 พ.ค. 2552

หากศาลรธน.ไม่รับตีความเงินกู้วิปรัฐถามฝ่ายค้านจะรับผิดชอบ อะไร "นวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์" ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ แนะรัฐหยุดพาประเทศเป็นทาสทุนนิยม หันมาพึ่งตนเองมากขึ้น กก.สมานฉันท์ โควต้าภูมิใจไทย เผยพรุ่งนี้เตรียมเสนอทำประชามติแก้ รธน."อดิศร” ยันเปิดดี

 (11 พ.ค.) พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี ปาฐกถาพิเศษ เรื่องปรีดี พนมยงค์ หรือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม กับพระพุทธศาสนาในวันปรีดี ประจำปี 2552 ว่า ขณะนี้ผู้บริหารประเทศควรทบทวนระบบการศึกษาให้กับเยาวชนให้มากขึ้น ส่วนคำว่าประชาธิปไตยนั้น ไม่ใช่เฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ควรสัมพันธ์กับการเป็นวัฒนธรรมประชาธิปไตยด้วย รวมทั้งสัมผัสกับกฎหมายที่มีความศักดิ์สิทธิ์

 ทั้งนี้ เห็นว่านอกจากการออกแบบรัฐธรรมนูญแล้วควรออกแบบวัฒธรรมที่เป็นประชาธิปไตยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขอให้ร่วมพิจารณาให้การเมืองได้สัมผัสกับธรรมะ ซึ่งจะส่งผลให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขได้

หากศาลรธน.ไม่รับตีความเงินกู้วิปรัฐถามฝ่ายค้านจะรับผิดชอบ อะไร

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.เงินกู้ ขัดรัฐธรรมนูญว่า ไม่กระทบต่อการทำงานของรัฐบาล ทุกอย่างยังคงขับเคลื่อนไปตามขั้นตอน แต่ถ้ามีการยื่นเรื่องจริงต้องดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่

 ทั้งนี้ อยากให้พรรคเพื่อไทยศึกษาให้ดีก่อน เพราะที่ผ่านมีหลายเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับตีความเรื่องที่พรรคเพื่อไทยยื่นคำร้อง ดังนั้นพรรคเพื่อไทยควรแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะการเมืองไม่ควรมีซ้ายและขวาตลอด แต่ควรมีความร่วมมือต่อกันด้วย ไม่อย่างนั้นคนไม่เรียกว่า ฝ่ายค้านในระบอบประชาธิปไตย

 "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์"แนะรัฐหยุดพาประเทศเป็นทาสทุนนิยม

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ กล่าวให้สัมภาษณ์ภายหลังการเดินทางมาร่วมงาน “พุทธทาสรำลึกสู่พุทธทาสวิถี” ที่วัดโนนกุดหล่ม ต.โพนเขวา อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ วันนี้ (11 พ.ค.)ว่า ปัจจุบันประเพณีบุญบั้งไฟได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว ซึ่งเรื่องนี้อาจารย์นิธิ เอี่ยวศรีวงษ์ ได้เขียนถึงบุญบั้งไฟที่จังหวัดยโสธรว่าประเพณีบุญบั้งไฟจากเดิมที่เคยเป็นเรื่องวิถีชีวิตของชาวบ้าน วันนี้ได้กลายเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมีการประสานงานลงไปที่จังหวัดผ่านผู้ว่าฯ ทำให้ประเพณีอันดีงามกลายเป็นเรื่องของธุรกิจการท่องเที่ยวไป

 นายเนาวรัตน์ กล่าวต่อว่า บุญบั้งไฟถือเป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เกิดขึ้นตามความเหมาะสม เกิดขึ้นเองตามฮีต 12 คอง 14 ที่ชาวอีสานยึดถือปฏิบัติมา ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา เป็นความผูกพันกันในสังคมเกษตร ที่ให้ความเคารพต่อธรรมชาติ  การจัดงานบุญบั้งไฟขึ้นแต่ละปีนั้นเพื่อบูชาแถน ซึ่งก็คือบูชาธรรมชาติ

 “วันนี้สังคมเกษตรของเราได้ล่มสลายลงไปแล้ว ประเพณีต่างๆ จึงกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ ไม่เกิดความศักดิ์สิทธิ์ และไม่มีความจำเป็นต่อวิถีชีวิตอีกต่อไป งานบุญประเพณีจึงเป็นเรื่องของธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเป็นเรื่องธุรกิจ บุญบั้งไฟจึงตกเป็นเหยื่อของนักธุรกิจหัวใสที่จะโกยรายได้จากการขายประเพณีกิน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บุญบั้งไฟจะกลายเป็นบ่อนบั้งไฟดังเช่นปัจจุบัน”

 นายเนาวรัตน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลเองก็ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลก็หลงไปกับวิถีทุนนิยม วัตถุนิยมอย่างหนัก คิดแต่ว่าทำอย่างไรจะกู้เงินต่างชาติให้ได้มากที่สุด ไม่คิดที่จะพึ่งตนเองจึงตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจประเทศมหาอำนาจ สังคมไทยจึงล่มสลายและเกิดปรากฎการณ์ขายประเพณี ขายวัฒนธรรมตัวเองกิน ประเพณีอันดีงามจึงกลายเป็นงานบุญกึ่งบาปขึ้น ดังเช่นบ่อนบั้งไฟ นี่เป็นแค่เพียงเสี้ยวหนึ่งของปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องโทษโครงสร้างสังคมไทยที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอจากรัฐบาล ทำให้ชาวบ้านตกเป็นเหยื่อของกระแสบริโภคนิยม สังคมเกษตรกรรมล่มสลาย เพราะรัฐไม่ให้ความสำคัญ สังคมชนบทเปลี่ยนวิถีเป็นสังคมเมืองมากขึ้น จึงดำเนินชีวิตแบบคนรวย ไม่คิดที่จะสร้างฐานการผลิตของตัวเองจึงตกเป็นทาสของเงินตรา ชีวิตจึงอยู่แบบเงินต่อเงินเพื่อที่จะได้เงินมาอีกรอบ หมุนเวียนอยู่อย่างนี้  ถ้าจะแก้เรื่องนี้ต้องแก้ที่โครงสร้างใหญ่อย่างเดียว 

ภูมิใจไทยเตรียมเสนอกก.สมานฉันท์ทำประชามติก่อนแก้รธน.

 ที่พรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน  นายประกิจ พลเดช ประธานพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์วันที่ 12 พ.ค. ตนจะเสนอเรื่องการทำประชามติ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้พิจารณา และหลังได้ข้อยุติ จะมีการเชิญรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้ออกประชามติ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.)ผู้รับผิดชอบเรื่องการทำประชามติ มาร่วมแสดงความคิดเห็นต่อไป

 "ผมเชื่อว่าประชามติจะช่วยลดผู้ที่ต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญได้ทั้งในคณะกรรมการสมานฉันท์ อาทิ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กลุ่ม 40 ส.ว. ร่วมถึงกลุ่มภายนอก ที่สำคัญ อย่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ ส.ส.ร.50 ร่วมทั้งจากพรรคเพื่อไทยที่ต้องการเร่งรัดให้แก้รัฐธรรมนูญ ให้มาฟังเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ก่อนว่าจะควรจะให้ดำเนินการส่วนใหญ่ ซึ่งตนเชื่อว่าเมื่อผลของการลงประชามติออกมาทุกฝ่ายจะยอมรับ" นายประกิจกล่าว

"อดิศร"ฟื้นดีสเตชั่น18พ.ค.นี้อ้างแกนนำจ่อถูกจับอีก

นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แกนนำคนเสื้อแดงและประธานกรรมการสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น กล่าวถึงการเปิดสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่แทนดีสเตชั่นที่ถูกปิดไปว่า ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้จะเปิดสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่แทนสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่นเดิม เพื่อเป็นตัวเลือกให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารนอกเหนือจากข้อมูลที่ได้รับจากรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งอาจจะใช้ชื่อว่า “นิวส์ ดีสเตชั่น” หรือ “ดี สเตชั่น 2” โดยยังคงรูปแบบรายการและเนื้อหาตามดีสเตชั่นตามแบบเดิมทั้งหมด ซึ่งการดำเนินการเปิดสถานีโทรทัศน์ครั้งนี้จะใช้ช่องทางเดียวกับเอเอสทีวีทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการผลิต หรือการส่งสัญญาณจากดาวเทียมต่างประเทศ

 ผู้สื่อข่าวถามว่าดีสเตชั่นจะส่งข้อมูลที่มีอยู่เรื่องการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ นายอดิศรกล่าวว่า ในส่วนนี้คงจะต้องช่วยกัน ถ้าคณะกรรมการต้องการข้อมูลอะไรก็สามารถขอมาได้ ซึ่งทางดีสเตชั่นก็พร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลที่มีอยู่

 นายอดิศรกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอเรื่องนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคทุกพรรคที่ถูกยุบว่า ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการนิรโทษกรรม เพราะไม่เคยยอมรับกฎกติกาที่ร่างขึ้นโดยเผด็จการอยู่แล้ว ส่วนจะช่วยผ่อนคลายวิกฤตความขัดแย้งให้บ้านเมืองหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าคำว่าสมานฉันท์จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากรัฐบาลยังไล่จับแกนนำคนเสื้อแดงอยู่ทุกวัน ซึ่งล่าสุดตนทราบว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้รัฐบาลจะออกหมายจับแกนนำคนเสื้อแดงกว่า 100 คน

 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การปราศรัยในพื้นที่ใกล้วัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง ถือเป็นครั้งแรกหลังได้รับการประกันตัวจากศาล แต่ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการพูดเพื่อปลุกระดมและไม่กังวลว่าจะกระทบต่อเงื่อนไขการประกันตัว ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวได้คำนึงถึงบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช.มาโดยตลอด

บุญจงอัดวีระจิตเสื่อมกล่าวหาทำฝนเทียมไล่เสื้อแดง

 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายวีระ มุกสิกพงษ์ แกนนำคนเสื้อแดง ระบุว่า สาเหตุที่มีฝนตกหนักลงมาเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ลานข้างวัดไผ่เขียว เป็นเพราะรัฐบาลทำฝนเทียมว่า “จิตวิปริต จิตเสื่อม ฟ้าร้องฟ้าผ่าคนตาย ใครจะทำได้ ”

 นายบุญจง ยังได้ประเมินการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า เป็นการแสดงสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย หากไม่ทำผิดกฎหมายก็สามารถกระทำได้ รวมถึงการประกาศว่าอาจจะเคลื่อนไปชุมนุมไปล้อมทำเนียบรัฐบาลในเร็วๆ นี้ด้วย แต่อยากเตือนสติผู้ที่จะเข้าร่วมว่าขณะนี้ประเทศชาติเสียหายมามากแล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงจะไม่น่ากังวล ซึ่งรัฐบาลจะไม่ยอมให้เกิดการจราจลอย่างเช่นเหตุการณ์ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาอีกแน่นอน

 สำหรับการเตรียมพร้อมในการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่จังหวัดภูเก็ต นั้น นายบุญจง กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ที่รับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ส่วนกระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ดูแลความเรียบร้อย และหากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอย่างเช่น ที่พัทยา จะไม่คาดโทษ แต่จะพิจารณาเลย

 ส่วนแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญของพรรค นายบุญจง กล่าวว่า พรรคสนับสนุนที่จะแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 237 เรื่องการยุบพรรค จะให้ลงโทษเฉพาะผู้กระทำผิดเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด อย่างที่ผ่านมา แต่ก็ยังสามารถยุบพรรคการเมืองได้เช่นเดิม แต่ย้ำว่าต้องไม่เหมารวมคณะกรรมการบริหารพรรคที่ไม่มีส่วนรู้เห็นต่อการกระทำเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งด้วย นอกจากนี้ยังเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องทำประชามติ หรือประชาพิจารณ์ ก่อนที่จะแก้ไข ส่วนเรื่องนิรโทษกรรมยังมีความเห็นเช่นเดิมว่าพรรคไม่เห็นด้วยเพราะเป็นการออกกฎหมายเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งผิดหลักการออกกฎหมาย

 ส่วนกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง ที่ปรึกษา คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม นายบุญจง กล่าวว่า เป็นสิทธิของนายเสนาะ แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะมติเรื่องนี้เป็นอย่างไร

 ด้านนายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวถึงท่าทีของพรรคที่ไม่สนันสนุนนิรโทษกรรมว่า นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้บอกว่าอยากทำงานอยู่เบื้องหลังเพราะสามารถทำงานได้มากกว่าอยู่ฉากหน้าเสียอีก อีกทั้งสังคมได้พิพากษานายเนวินไปแล้ว ดังนั้นการกลับมาทำงานข้างหน้าอาจจะมีปัญหา ซึ่งนายเนวิน ยังเคยบอกว่า ต้องการให้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปเรื่อยๆอย่างไม่มีกำหนดจะดีกว่า