
'ประตู..เช็กแบล็กลิสต์'
'ประตู..เช็กแบล็กลิสต์' : ขอดเกล็ดดาวเงิน พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.ตม.2
นับตั้งแต่วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ทั่วโลกต้องจับตามองประเทศไทยในฐานะประเทศที่เสี่ยงภัยก่อการร้ายอีกครั้ง หลังเกิดเหตุระเบิด 3 จุด ภายในซอยสุขุมวิท 71 ผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติสัญชาติอิหร่าน ซึ่งอาจเป็นเครือข่ายก่อการร้าย "ฮิซบอลเลาะห์" !!
เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น มองเห็นความร่วมไม้ร่วมมือระหว่างตำรวจนครบาลกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งประสานงานกันอย่างรวดเร็ว จนสามารถสกัดจับ "มูฮัมหมัด ซาซาอิ" หนึ่งในกลุ่มคนร้ายเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่คนร้ายรายนี้จะขึ้นเครื่องบินหนีกลับประเทศไปเสียก่อน
การจับกุม "มูฮัมหมัด ซาซาอิ" ทำให้ตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคง จับต้นชนปลายได้ถูก และได้รู้ว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการก่อการร้ายข้ามชาติ ไม่ใช่ระเบิดป่วนเมืองเหมือนที่ผ่านๆ มา
กระจอกข่าวมีโอกาสสนทนากับ พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.ตม.2 กำกับดูแลการตรวจสอบคนเข้าเมืองภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ประตูบานแรกของประเทศไทยที่เปิดรับคนจากทั่วโลก
ได้รับการยืนยันอย่างแข่งขันว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดเป็นต้นมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ทำงานอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิทุกคนทำงานกันอย่างขันแข็ง เข้มงวดมากขึ้น
โดยเฉพาะเที่ยวบินที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศที่มีความอ่อนไหวในเรื่องก่อการร้าย มอบหมายให้ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล ผกก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 จัดกำลังไปตรวจสอบชาวต่างชาติ ตั้งแต่เครื่องบินแตะรันเวย์ หากพบบุคคลที่ไม่พึงประสงค์เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศก็จะผลักดันออกนอกประเทศทันที โดยไม่ยินยอมแม้ให้เข้ามาภายในอาคารสนามบิน
ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายนนี้เป็นต้นไป สนามบินสุวรรณภูมิ จะนำระบบประตูอัตโนมัติ มาให้บริการ โดยจะแยกให้คนไทยที่เดินทางเข้า-ออกประเทศได้ใช้ช่องทางนี้ เพียงแค่นำพาสปอร์ตแตะประตูจะเปิดออกให้เดินผ่านได้อย่างสะดวก ยกเว้นบุคคลที่มีแบล็กลิสต์, วอทช์ลิสต์ ห้ามออกนอกประเทศประตูจะล็อกอัตโนมัติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงจะเข้าไปทำหน้าที่ตามขั้นตอนปกติ
"ทุกวันนี้มีคนไทยเดินทางเข้า-ออกประเทศเฉลี่ยประมาณ 3 หมื่นคนต่อวัน เมื่อระบบประตูอัตโนมัติถูกนำมาใช้ จะช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองลงได้มาก เจ้าหน้าที่จะได้มีเวลาในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่จะต้องผ่านช่องตรวจปกติได้อย่างเต็มที่ การคัดกรองบุคคลไม่พึงประสงค์ก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น" พล.ต.ต.ณัฐธรกล่าว
ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางเข้า-ออกบ้านเราผ่านสนามบินสุวรรณภูมิสูงเฉลี่ย 7 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ ตม.มีอยู่แค่หลักร้อย เทียบดูจำนวนเจ้าหน้าที่กับนักท่องเที่ยวแล้วน่าเห็นใจ การนำระบบกลไกทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่อนแรงได้บ้างนับเป็นเรื่องที่ดี
แต่ระบบฐานข้อมูลก็ยังค่อนข้างมีปัญหา ที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีบุคคลจะเดินทางออกนอกประเทศ เอกสารการเดินทางพร้อมสมบูรณ์เสร็จสรรพ แต่กลับเดินทางไม่ได้ เพราะระบบข้อมูลดันระบุมีคดีค้างเก่า ทั้งที่เรื่องราวเสร็จสิ้นมานับสิบปี พล.ต.ต.ณัฐธร ทราบแล้วเปลี่ยน!!



