
แจกใบสั่ง...ตัดช่องโจร
แจกใบสั่ง...ตัดช่องโจร : สารพันตำรวจ โดยรัฐพล ศิริบุญ
"ตำรวจมาแล้ว" สติกเกอร์ข้อความขนาดใหญ่ ติดอยู่หน้ารถตู้สีขาว ถึงไม่บอกก็รู้ว่าเป็น "รถตู้สายตรวจ" ของ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ กำลังออกตรวจตราตามหมู่บ้าน ชุมชน และห้างสรรพสินค้า ด้วยการนำป้ายเตือนภัยรูปแบบต่างๆ อาทิ เตือนภัยการสะพายกระเป๋า, การนั่งรถแท็กซี่, การอยู่อาศัยในคอนโด-หอพัก, การเดินขึ้นสะพานลอย บ่งบอกถึงข้อแนะนำต่างๆ เพื่อให้ปลอดภัยจากเหตุร้าย แถมยังมีการนำกระดาษใบเล็กๆ คล้าย "ใบสั่ง" ไปติดไว้ตามบ้าน, รถยนต์, คอมเพรสเซอร์แอร์ ฯลฯ แล้วใครจะต้องไปจ่าย
"ในพื้นที่มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นทั้ง ลักทรัพย์ ลักรถยนต์ รถจักรยานยนต์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ตามท้องถนน และก่อเหตุในเคหสถาน ทำอย่างไร ดังนั้น ต้องมีการดึงประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม เพราะประชาชนเป็นเหยื่อคนแรก หากรู้วิธีการป้องกันตัวเองโอกาสที่คนร้ายก่อเหตุสำเร็จจะน้อยลง จึงมีการทำ "ใบสั่งเตือนภัย" ขึ้นมา เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังพฤติกรรมเสี่ยง และรู้จักระมัดระวังทรัพย์สินของตนเอง" พ.ต.ท.เมธา เจียมไกรศรี รอง ผกก.ป.สภ.สำโรงเหนือ ไขความสงสัยถึงกระดาษที่คล้ายใบสั่ง
สำหรับ "ใบสั่งเตือนภัย" จะลักษณะคล้าย "ใบสั่งจราจร" แต่จะไม่มีข้อหา ไม่เสียค่าปรับ และไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย โดย "ใบสั่งเตือนภัย" จะมีการเตือนภัยอยู่ 3 รูปแบบ คือ ตัวบุคคล, ทรัพย์สิน และ เคหสถาน ส่วนเกณฑ์การเขียนใบสั่งเตือนภัยนั้น จะเน้นถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นใน 3 รูปแบบดังกล่าว เมื่อตำรวจออกตรวจพื้นที่แล้ว บ้านไหนเปิดหน้าต่างทิ้งไว้, มีการปลูกต้นไม้รกทึบ, มีคอมเพรสเซอร์แอร์อยู่ใต้หน้าต่าง, พบรถยนต์จอดในพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกทุบกระจกชิงทรัพย์, เก็บสิ่งของมีค่าไว้ในรถ, เปิดกระจกรถทิ้งไว้, จอดรถจักรยานยนต์ไม่ยอมล็อกคอ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ อาจเป็นช่องโอกาสให้โจรลงมือก่อเหตุได้ ตำรวจสายตรวจต้องเขียน "ใบสั่งเตือนภัย" ติดไว้ ให้เจ้าของบ้านหรือผู้ดูแลพื้นที่นั้นๆ รับทราบ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขป้องกันภัยที่อาจจะมาถึงตัวได้
นอกจากนี้ ตำรวจยังต้องมีหน้าที่คอยเตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยง อย่าง สตรีที่เดินถือกระเป๋าสะพายอย่างไร เสี่ยงต่อการถูกชิงทรัพย์ โดยจะให้คำแนะนำว่าไม่ควรแขวนกระเป๋าไว้ด้านหลัง หรือสะพายไว้ด้านข้างริมถนน อาจถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาประกบแล้วกระชากกระเป๋าไปได้ รวมถึงการเตือนภัยกรณีการสวมสร้อยคอทองคำ ลักษณะใดที่เสี่ยงต่อการถูกวิ่งราวทรัพย์ เป็นต้น
พ.ต.ท.เมธาบอกถึงความสำคัญของ "ใบสั่งเตือนภัย" ว่า เป็นการรวบรวมแผนประทุษกรรมของคนร้าย ที่เคยก่อเหตุมาบอกเตือนประชาชน โดยทาง พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ เน้นย้ำเสมอว่า ก่อนที่ตำรวจจะไปเตือนภัยบอกกล่าวประชาชน ตำรวจเองก็ต้องรู้แผนประทุษกรรมของคนร้ายก่อน จึงได้มีการอบรมตำรวจสายตรวจ และฝ่ายปราบปราม ก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ต่อประชาชน
"ใบสั่งเตือนภัย เริ่มดำเนินการมาแล้ว 4-5 เดือนแล้ว ซึ่งมีการตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ มีประชากรกว่า 4 แสนคน ในแต่ละวันจะต้องมีการออกใบสั่งเตือนภัยให้ได้วันละ 40 ใบขึ้นไป เพื่อให้เข้าถึงและทั่วถึงประชาชนทั้งหมด จะได้รับรู้ระมัดระวังป้องกันอาชญากรรมด้วยตนเอง นอกจากนี้ การออกใบสั่งเตือนภัย ยังเป็นการสะท้อนการทำงานของตำรวจด้วยว่าปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังออกตรวจพื้นที่ทุกคืน พอเช้าขึ้นมาประชาชนตื่นมาพบเห็นใบสั่งเตือนภัยติดอยู่ที่บ้านใด หรือรถคันใด ย่อมแสดงให้เห็นว่าตำรวจทำงานจริงๆ แม้ว่าการเตือนบางครั้งชาวบ้านอาจไม่พอใจ เคยมีครั้งหนึ่งตำรวจตักเตือนชาวบ้านว่าสะพายกระเป๋าแบบนี้อันตรายต่อการถูกชิงทรัพย์ แต่ชาวบ้านรายนั้นไม่เชื่อ ผ่านไปไม่ถึงเดือนก็ถูกชิงทรัพย์จริงๆ สุดท้ายกลับมาขอบคุณตำรวจว่ารู้อย่างนี้เชื่อตำรวจแต่แรกก็ไม่ถูกชิงทรัพย์แล้ว" พ.ต.ท.เมธายกตัวอย่าง...ไม่เชื่อตำรวจ ระวังเจอโจร (อิอิ)
ว่าแล้ว...พ.ต.ท.เมธาก็ยกทฤษฎีการเกิดอาชญากรรมมาย้ำเตือนอีกว่า วงรอบของอาชญากรรม มีอยู่ 3 ส่วน คือ เหยื่อ คนร้าย โอกาส เมื่อ 3 อย่างนี้มารวมกันก็จะเกิด "อาชญากรรม" ถ้าหาก "เหยื่อ" ที่เป็นประชาชน รู้วิธีป้องกัน ปิดช่อง "โอกาส" การที่ "คนร้าย" จะลงมือก่อเหตุก็น้อยลง แต่ถ้าไม่รู้วิธีป้องกัน ไม่ระมัดระวัง ก็เท่ากับเปิดช่องโอกาสให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุกับตัวเราได้ จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจต้องบอกให้ประชาชนรู้ว่า...คุณกำลังเปิดช่องโอกาสอยู่หรือไม่?!!
............
(หมายเหตุ : แจกใบสั่ง...ตัดช่องโจร : สารพันตำรวจ โดยรัฐพล ศิริบุญ)



