ข่าว

มาร์คชี้ปกติ'ปู'ไม่พูดอังกฤษที่ญี่ปุ่น

มาร์คชี้ปกติ'ปู'ไม่พูดอังกฤษที่ญี่ปุ่น

09 มี.ค. 2555

"อภิสิทธิ์" ชี้ "ยิ่งลักษณ์" ไม่พูดอังกฤษโอกาสปาฐกถาต่อนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นเรื่องปกติ อัดผู้จัดต้องมีคนแปลให้นักลงทุนฟัง "สุรนันท์" ยันไม่ปล่อยไก่ เหตุได้ตกลงกับ "ญี่ปุ่น" ให้สองฝั่งพูดภาษาของตัวเอง ระบุ กต. ส่งจดหมายชี้แจงสื่อต่างชาติแล้ว

            9มี.ค.2555 นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ทางสถานีโทรทัศน์ Blue Sky Channel  ถึงกรณีหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล (Wall Street Journal) วิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาต่อนักลงทุนญี่ปุ่น โดยกล่าวเป็นภาษาไทยไม่ใช้ภาษาอังกฤษนั้นว่า  ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ผู้จัดก็ควรจะคิดถึงคนฟังด้วยว่าจะมีลักษณะของการแปลที่เขาเรียกว่า Simultaneous คือแปลพร้อม ๆ กัน แล้วมีหูฟัง แม้จะมีการแจกเอกสารการปาฐกถาก่อนหน้าอยู่แล้ว แต่ก็คิดว่าจะได้ความรู้สึกว่าตกลงแล้วฟังนายกฯ กำลังพูดอะไรอย่างไร ถ้าแจกแบบนี้เฉย ๆ เขาไม่ต้องเข้าร่วมงานก็ได้ ทั้งนี้การที่นายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามนั้นก็ควรมอบหมายให้ผู้อื่นตอบแทน

            ส่วนการที่ Newsweek จัดอันดับให้น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในอันดับที่ 150 จากการจัดอันดับยกย่องให้เป็นหญิงนักสู้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนขอแสดงความยินดีที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการประกาศจะขจัดความยากจนให้หมดไปนั้น นายกฯ ควรทำให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นด้วย

            นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทย ในปี 2555 เพราะเห็น พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม และหากแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ก็ยังมีวิธีอื่นนั้น ว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยอ้างว่าต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพัฒนาการเมือง แต่เหตุใดวันนี้จึงบอกว่าต้องการนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน

            ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องศาลปกครองนั้น นายอภิสิทธิเห็นว่า ศาลปกครองเป็นองค์กรที่ช่วยแบ่งเบาภาระจากศาลแพ่ง และศาลอาญา ทำหน้าที่ดูแลความชอบด้วยกฎหมายของการปฏิบัติราชการ ทั้งคดีระหว่างราชการต่อราชการ และราชการกับประชาชน ซึ่งประชาชนสามารถไปใช้สิทธิ์ในการต่อสู้กับราชการได้โดยง่าย จึงเป็นการสะท้อนว่าการมีศาลปกครองเพื่อประชาชนนั้น เป็นหลักพื้นฐานของสิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย

            “ผมไม่รู้ว่าได้ด๊อกเตอร์มาด้วยประโยคนี้หรือเปล่า ไม่ต้องมาอ้อมค้อมอะไรกัน ข้อเท็จจริงที่เราต้องยอมรับก็คือ คุณทักษิณถูกศาลพิพากษาให้จำคุก การพยายามจะบอกว่ากลับมาโดยไม่มีปัญหา กลับถึงบ้านอย่างสง่างาม ไม่ติดคุก ไม่อะไรต่าง ๆ ก็คือสรุปง่าย ๆ ว่าคุณทักษิณนั้นอยู่เหนือกฎหมาย นอกจากจะมีการไปปรับปรุงแก้ไขอะไร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน ที่น่าสนใจก็คือที่มีการบอกว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ก็ยังมีวิธี สรุปก็คือว่า ที่จะแก้รัฐธรรมนูญก็เพื่อจะเอาคุณทักษิณกลับบ้าน

            ส่วนเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามาของพรรคเพื่อไทยนั้นเขียนชัด บอกว่า องค์กรตุลาการ องค์กรอิสระต่าง ๆ ขณะนี้ไม่มีคนไปถ่วงดุล และประเด็นที่ผมอภิปรายในวันนั้นที่เป็นประเด็นสำคัญผมถึงบอกว่า เวลานี้ถ้าตั้งโจทย์อย่างนี้การเมืองถอยหลังแน่ เพราะว่าปัญหาของประเทศขณะนี้ไม่ใช่ว่าองค์กรตุลาการไม่มีการถ่วงดุล เท่ากับฝ่ายบริหารนั้นไม่มีการถ่วงดุล แล้วก็เป็นความต้องการของพรรคเพื่อไทย ซึ่งพยายามจะพูดว่าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก ตรงนี้ก็คือว่า ศาลปกครองนั้นก็มาทำหน้าที่ในการดูความชอบด้วยกฎหมายของการปฏิบัติราชการ ซึ่งอาจจะเป็นคดีระหว่างราชการด้วยกันเอง หรือราชการกับประชาชน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                

"สุรนันท์"แจงตกลงกับ"ญี่ปุ่น"ให้สองฝั่งพูดภาษาของตัวเอง

            นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ โฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอชี้แจงกรณีนี้หลังมีกระแสวิจารณ์ว่า ตนตรวจสอบไปยังญี่ปุ่น ทีมงานนายกฯและกระทรวงการต่างประเทศแล้วว่า งานนี้เป็นการจัดขึ้นระหว่างหอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่นร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ แต่มีเวลาจำกัด รูปแบบการเปิดงานนั้นเป็นการเปิดสัมมนาระหว่างนักธุรกิจไทยและญี่ปุ่น โดยมีตัวแทนของหอการค้าฯญี่ปุ่นกล่าวก่อนเจ็ดนาทีที่พูดภาษาญี่ปุ่นแล้วแจกคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นนายกฯกล่าวอีกเจ็ดนาทีโดนกล่าวเป็นภาษาไทยและแจกคำแปลเป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น เรื่องนี้มันเป็นข้อตกลงของสองเจ้าภาพ

            นายสุรนันทน์กล่าวว่าการแจกคำแปลนั้นแจกตั้งแต่ผู้เข้าร่วมสัมมนาลงทะเบียนและเป็นระเบียบปฏิบัติที่หอการค้าฯดำเนินการเป็นประจำในกรณีที่มีเวลาจำกัด ฉะนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้โดนวิจารณ์ว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้และเหตุใดไม่มีการแปลภาษา เรื่องนี้มีการยืนยันจากญี่ปุ่นแล้วว่ามีคำแปลและดำเนินการตามที่ตกลงไว้กับเจ้าภาพ ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าสื่อต่างประเทศบางฉบับที่เสนอข่าวนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะส่งจดหมายไปชี้แจงว่ากระบวนการเป็นอย่างไรและยืนยันว่าได้ทำหน้าที่ครบถ้วนในการแจกจ่าย หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ต้องชี้แจง

            “เรื่องนี้ไม่มีอะไรและทำกันตามข้อตกลงที่มีมา การสัมมนานั้นประสบความสำเร็จเพราะผู้เข้าร่วมสัมมนามีการเจรจาหารือกัน ทั้งสองฝ่ายก็ดำเนินกิจกรรมต่อไป วันนั้นและวันต่อๆมานายกฯมีหลายภารกิจ ฉะนั้นการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนที่ตกลงไว้”นายสรุนันทน์กล่าวและว่า

            ในญี่ปุ่นนั้น ส่วนหนึ่งนั้นตัวแทนไทยจะกล่าวเป็นภาษาไทยและญี่ปุ่น ล่ามก็จะแปลสองภาษาและชาวญี่ปุ่นนั้นส่วนใหญ่ไม่พูดภาษาอังกฤษ ฉะนั้นการพูดภาษาไทยที่นอกจากแสดงเอกลักษณ์ไทยนั้น ก็ยังไม่แตกต่างกับการพูดภาษาอังกฤษ ยืนยันเป็นข้อตกลงเพราะฝ่ายนั้นพูดภาษาญี่ปุ่น นายกฯจึงพูดภาษาไทย หากมีข้อตกลงว่าต้องพูดภาษาอังกฤษคงต้องกระทำตามนั้น แต่ข้อตกลงดังกล่าวเป็นแบบนั้นจึงไม่มีอะไรที่คิดว่านายกฯพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะคำแปลก็มีอยู่ในเอกสารแล้วครบถ้วน

            เมื่อถามว่าข้อตกลงดังกล่าวระบุไว้หรือไม่ว่าจะเป็นการกล่าวเปิดสัมมนาอย่างเดียวหรือเปิดให้มีการสอบถามได้ นายสุรนันทน์กล่าวว่าเป็นการกล่าวเปิดสัมมนาอย่างเดียว เหมือนการกล่าวต้อนรับและเปิดสัมมนา ไม่มีอย่างอื่น และไมมีการแถลงข่าว เมื่อถามว่า กรณีนี้เกิดข้อบกพร่องของฝ่ายประสานงานและอาจเข้าใจกันผิด นายสุรนันทน์กล่าวว่าตอนนี้มีการไล่เรียงขั้นตอนกัน นายกฯสั่งการแล้วว่าต้องไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเข้าใจผิดเช่นนี้อีก กระทรวงการต่างประเทศได้รับนโยบายนี้ไปแล้ว และอย่าไปมองกันเลยว่ากรณีนี้เป็นความผิดของใคร ตนคิดว่าเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นโดยแต่ละฝ่ายมีเจตนาที่ดีที่ต้องการให้งานนี้ที่มีเวลาจำกัด รวมทั้งเป็นการเปิดสัมมนาปกติที่ต้องการให้เอกชนมีเวลาหารือมากขึ้นกว่าการนั่งฟังการพูดแล้วแปลกันไปมา จึงมีการประหยัดเวลาคือพูดภาษาหนึ่งแล้วมีคำแปลออกมาเป็นเอกสาร

            ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเป็นเช่นนี้นายกฯจะโดนโจมตีเรื่องคำพูดในการสื่อสารเช่นเคย นายสุรนันทน์กล่าวว่า ขอความเห็นใจเพราะนายกฯไปญี่ปุ่นก็เหนื่อยเพราะภารกิจค่อนข้างแน่นเพราะพบนักการเมือง นักธุรกิจ และอื่นๆแบบต่อเนื่อง การที่นายกฯเดินทางไปด้วยความตั้งใจดีและสิ่งที่สื่อสารออกไปกับผู้ร่วมเจรจาและผู้ร่วมสัมมนานั้นตนติดตามแล้วพบว่าได้ผลดีเลิศ เพราะการหารือต่างๆมีการนำเสนอข่าวครบถ้วน นายกฯอยากให้การสื่อสารเข้าใจจริงๆแต่หากมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติก็กำชับฝ่ายปฏิบัติไปแล้วว่าให้เกิดความเข้าใจที่ดีและขั้นตอนต้องไม่บกพร่องและมีช่องโหว่

            เมื่อถามว่าสื่อต่างประเทศเสนอข่าวนี้ขึ้นนั้นมีเบื้องหลังใดๆหรือไม่ นายสรุนันทน์กล่าวว่าไม่อยากมองแบบนั้นเพราะบางครั้งอาจเกิดช่องโหว่ขึ้นได้ บางครั้งเวลาไปร่วมงานแล้วไม่ได้คำแปลหรือได้รับเอกสารมาทั้งหมดในช่วงลงทะเบียนแต่อาจไม่ทราบว่าในนั้นมีอะไรและอาจเห็นหรือไม่เห็นบ้าง ตนคิดว่าอย่าไปตำหนิใครเป็นพิเศษเลยเพียงแต่มีช่องโหว่ตรงนี้กระทรวงการต่างประเทศก็กำลังส่งจดหมายไปชี้แจง

            เมื่อถามว่าเหตุที่มาชี้แจงนั้นเป็นเพราะนายกฯมีจุดอ่อนด้านการใช้ภาษาอังกฤษและการสื่อสาร นายสุรนันทน์กล่าวว่าไม่มี เวทีต่างๆทั้งในและต่างประเทศจะพบว่านายกฯพูดภาษาอังกฤษและสื่อสารทำความเข้าใจได้ จึงไม่มีปัญหาตรงนี้ นายกฯไม่มีปัญหาการพูดภาษาไทยและอังกฤษ และแน่นอนว่านายกฯไม่ได้พูดภาษาญี่ปุ่น ฉะนั้นตรงนี้ไม่ได้เป็นข้อบกพร่องของนายกฯแต่การประสานงานอาจมีช่องโหว่บ้างจึงต้องทำความเข้าใจกัน

            เมื่อถามว่านายกฯปล่อยไก่บ่อยมากเพราะนายกฯมักมีข้อผิดพลาดแบบนี้บ่อยๆ นายสุรนันทน์กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นไก่ ไก่วิ่งที่ไหน ไม่มี ยืนยันว่านายกฯมีเจตนาที่ดีที่ทำงานเพื่อประเทศ สิ่งที่ทำในทุกวันนี้นายกฯพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายในการทำงานนั้นแน่นอนว่าการทำงานอาจเกิดข้อบกพร่องและเข้าใจผิดกันได้บ้างไม่ว่าในระดับใดก็ตามตนขอความเห็นใจให้นายกฯด้วยเพราะนายกฯทำงานเพื่อประเทศเต็มที่

            เมื่อถามว่าการออกมาชี้แจงในช่วงนี้จะทันต่อเหตุการณ์หรือไม่ เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารวันนี้รวดเร็ว นายสุรนันทน์กล่าวว่า ต้องพึ่งสื่อไทยในวันนี้ที่ให้โอกาสและช่วยกันเผยแพร่ มันเป็นเรื่องของประเทศไทย กระบวนการนี้ในญี่ปุ่นนั้นกระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่าหอการค้าฯจะทำจดหมายชี้แจงเรื่องนี้ด้วยจึงไม่น่ามีปัญหา

            ส่วนการจัดรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนในช่วงเช้าวันที่10 มี.ค.นั้น นายสุรนันทน์กล่าวว่า มีการบันทึกเทปรายการไว้แล้วโดยจะให้นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯมาออกรายการแทน ส่วนการแถลงข่าวหลังกลับมาจากญี่ปุ่นนั้น คงต้องดูอีกครั้งว่านายกฯจะแถลงข่าวเมื่อใด

 

กต.ผิดหวัง"วอลสตรีท เจอร์นัล"โจมตี


              เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีรายงานข่าวของสำนักข่าว "วอลสตรีท เจอร์นัล" ของสหรัฐ ระบุถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวสุนทรพจน์ไม่มีล่ามแปลว่า งานสัมมนา หัวข้อ "Strengthening Thailand-Japan Business Partnership" ระหว่างภาคเอกชนไทยกับญี่ปุ่น โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว มีการกล่าวเปิดงานโดยนายกรัฐมนตรีและนายทาดาชิ โอคามุระ ประธานบริหารของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น หรือ เจซีซีไอ กล่าวต้อนรับและเปิดงานเป็นภาษาญี่ปุ่น จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงานเป็นภาษาไทย ซึ่งเป็นรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ล่วงหน้า เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเวลา

              นายธานี กล่าวว่า ในพิธีเปิดงานดังกล่าว มีการแจกคำแปลคำกล่าวของประธานบริหารเจซีซีไอเป็นภาษาไทย และคำแปลคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งรูปแบบของการจัดการสัมมนา โดยการเผยแพร่เอกสารคำแปลในงานเช่นนี้ เป็นการจัดตามมาตรฐานสากล เมื่อมีข้อจำกัดด้านเวลา ขณะที่ในช่วงการสัมมนาธุรกิจกลุ่มย่อยรายสาขารวม 7 กลุ่มอุตสาหกรรมภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ ได้มีการจัดเตรียมล่ามภาษาไทย-ญี่ปุ่น สำหรับนักธุรกิจญี่ปุ่นและไทยที่เข้าร่วมตลอดการสัมมนา

              นายธานี กล่าวด้วยว่า เป็นที่น่าเสียดายที่เนื้อหาของข่าวที่ถูกนำเสนอไม่ได้ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระของคำกล่าวทั้งของฝ่ายไทยและฝ่ายญี่ปุ่น แต่มุ่งเน้นที่จะกล่าวถึงรูปแบบในภาพย่อยซึ่งไม่ใช่ภาพรวมของภารกิจของนายกรัฐมนตรีในการเยือนญี่ปุ่นในครั้งนี้ นอกจากนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักข่าว วอลสตรีท เจอร์นัล เพื่อทำความเข้าใจและแสดงความผิดหวังแล้วด้วย

              ทั้งนี้ รายงานข่าวดังกล่าวของวอลสตรีท เจอร์นัล ระบุถึงบรรยากาศการเดินทางไปญี่ปุ่นของนายกรัฐมนตรีไทยเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักธุรกิจญี่ปุ่นกลับคืนมา หลังไทยประสบกับมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อปีที่ผ่านมา โดยกล่าวถึงการกล่าวสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีไทยเป็นภาษาไทย นาน 7 นาที โดยไม่มีล่ามแปล ก่อนจะคำนับและเดินลงจากเวที ส่งผลให้ผู้เข้าฟังกว่าร้อยคนต้องอ่านคำแปลจากเอกสารคำแปลที่ได้รับแจกก่อนเริ่มงานแทนระหว่างรับฟังสุนทรพจน์ดังกล่าว

              มีรายงานว่า วอลสตรีท เจอร์นัล อ้างคำกล่าวจากนักธุรกิจคนหนึ่งที่เข้าร่วมงานดังกล่าวว่า ตนรู้สึกปลื้มนายกรัฐมนตรีไทยพยายามที่จะเพิ่มความเชื่อมั่นและอธิบายถึงมาตรการรับมือน้ำท่วมใหม่ของรัฐบาล แต่แปลกใจที่คณะของนายกรัฐมนตรีไทยไม่ใช้ล่ามแปลภาษาไทยเป็นญี่ปุ่นด้วย

              นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวของวอลสตรีท เจอร์นัล ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การที่นายกรัฐมนตรีไทยไม่เลือกพูดภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางแทนภาษาไทย อาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีความมั่นใจในทักษะด้านภาษาดังกล่าว พร้อมยังกล่าวความถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวคำว่าต้อนรับผิด จาก "เวลคัม" เป็น "โอเวอร์คัม" ระหว่างทักทายนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ เมื่อครั้งเดินทางเยือนไทยช่วงเกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554