
'ยุทธศักดิ์'รับรุนแรงใต้เอี่ยวตั้ง'ปัตตานีมหานคร'
'ยุทธศักดิ์'กำชับอย่าประมาท รับเหตุรุนแรงใต้ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากข้อเสนอตั้ง 'ปัตตานีมหานคร' คาดได้บทสรุปเหตุคนร้ายวางระเบิดทหารที่รือเสาะ 1-2 สัปดาห์นี้ พร้อมต่ออายุ พรก.ฉุกเฉิน ใต้ อีก 3 เดือน
9 มี.ค.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายบุกโจมตีฐานปฏิบัติการหมวดปืนเล็กที่ 2 กองร้อยปืนเล็กที่ 1 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 และกองบังคับการชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นการโจมตีพร้อมกันทั้งสองฐาน เพื่อไม่ให้ฐานใหญ่ส่งกำลังเข้าไปช่วยฐานเล็กได้ โดยคนร้ายใช้เครื่องยิงเอ็ม 79 เข้าไปก่อน จากนั้นพยายามจะเข้าไปในฐานปฏิบัติการหมวดปืนเล็กที่ 2 แต่ยามที่ฐานเห็นก่อน จึงเป่านกหวีดเรียกให้ทุกคนตื่นตัว พร้อมทั้งยิงป้องกันตัวเองก็สามารถป้องกันได้ จนกระทั่งคนร้ายไม่สามารถเข้าฐานได้ และล่าถอยไปในที่สุด
"การที่คนร้ายโจมตีกองบังคับการชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ซึ่งเป็นฐานใหญ่ ในคราวเดียวกันเพื่อป้องกันไม่ให้ส่งกำลังเข้าไปเสริมฐานเล็กได้ แต่ภายใน 10 นาที เราก็สามารถส่งกำลังไปช่วยได้ ทุกอย่างก็เรียบร้อย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นาย และเฝ้าดูอาการอีก 6 นาย" พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าว
รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับเจตนาของคนร้ายนั้น พยายามจะเข้าไปในฐานปฏิบัติการหมวดปืนเล็กที่ 2 เพื่อต้องการอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ ส่วนเรื่องความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ ยังไม่สามารถประเมินจำนวนกลุ่มคนร้ายไม่ได้ เนื่องจากเกิดขึ้นในเวลากลางคืน และผู้ก่อเหตุแบ่งเป็นสองส่วน แน่นอนว่าเมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ทุกหน่วยก็ต้องตื่นตัวและระมัดระวังป้องกันฐานให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมถึงเกิดเหตุในช่วงนี้ หลังจากหายไปพักใหญ่ รองนายกฯกล่าวว่า กำลังตรวจสอบดูว่าสถานการณ์ตอนนี้มันมีอะไรที่น่าจะสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้นในพื้นที่
เมื่อถามว่า เป็นแนวทางที่จะทำให้เกิดเป็นเขตปกครองพิเศษหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการก่อเหตุครั้งนี้ ขอพูดด้วยความสัตย์จริงว่ายังไม่เห็นร่าง พรบ.ปัตตานีมหานคร ตามที่ นายประสพ บุษราคัม ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน (กปพ.) ระบุว่า ส่งมาหน่วยงานด้านความมั่นคง ตนได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก รวมทั้ง สมช. และกอ.รมน. ก็บอกตรงกันว่ายังไม่ได้รับ และสรุปว่า นายประสพ ส่งไปให้ใคร ตนอยากจะดูรายละเอียดที่เขาส่งมาแล้วไปศึกษาผลดีผลเสีย ประโยชน์ที่จะได้รับ
เมื่อถามว่า จะมีการผลักดันค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เท่ากับผู้ได้รับผลระทบจากการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ในกองทัพมีระเบียบดูแลตรงนี้อยู่แล้ว ซึ่งเงินชดเชยจะมีการทยอยจ่ายตกทอดไปถึงบุตรและภรรยา ซึ่งรวมแล้วอาจจะได้มากกว่าเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่ดูแลด้านความมั่นคง ยืนยันได้หรือสถานการณ์ภาคใต้เอาอยู่ รองนายกฯกล่าวว่า “เอาอยู่ครับ”
คาดได้บทสรุปเหตุคนร้ายวางระเบิดทหารที่รือเสาะ 1-2 สัปดาห์นี้
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคนร้ายลอบวางระเบิดถล่มชุดทหารที่กลับจากภารกิจคุ้มครองพุทธศาสนิกชนในวันมาฆบูชาจนมีผู้เสียชีวิต 4 ราย ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ว่า คาดว่า จะสรุปได้ภายใน 1 -2 สัปดาห์ โดยจะเต้องเน้นย้ำกับผู้ที่ปฏิบัติงานว่า อย่าละเลย ประมาทเลินเล่อ ต้องเข้มงวดเรื่องการระวังป้องกัน เช่น ต้องมีการลาดตระเวนรอบฐานปฏิบัติการ ไม่ใช่เข้ามานอนอยู่ฐานทั้งหมด ฉะนั้นต้องเข้มงวดในเรื่องที่ยุทธวิธีที่ได้ฝึกกันมา การเคลื่อนย้ายถ้าสงสัยว่าจุดใดอาจเป็นจุดที่มีการวางระเบิดเราต้องหยุด แล้วส่งกำลังเข้าไปสำรวจเส้นทางล่วงหน้าก่อนถึงจะเคลื่อนย้าย ไม่ใช่ขับรถไปจนถึงเป้าหมายสุดท้าย ตลอดจนเรื่องการใช้เส้นทาง ไม่ใช่ว่าเช้าใช้เส้นทางนี้ เย็นกลับมาด้วยเวลานี้ แบบนั้นไม่ใช่ยุทธวิธี เพราะสอนว่าเมื่อไปเส้นทางไหนก็ต้องกลับอีกเส้นทางหนึ่ง ถ้าเราปฏิบัติกันตามยุทธวิธีอย่างเคร่งครัด เราก็จะไม่ตกเป็นรองของฝ่ายตรงข้าม
ต่ออายุ พรก.ฉุกเฉิน ใต้ อีก 3 เดือน เช็คสถานการณ์ ก่อนหารือยกเลิกบางพื้นที่หรือไม่
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) เพื่อพิจารณาการขยายเวลาการต่อ พรก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 รวมทั้งรายงานต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วงตั้งแต่ปี 2551 ที่ได้มีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน เป็นต้นมา เหตุการณ์ร้ายแรงและการสูญเสียมีจำนวนลดลง ที่ประชุมจึงสรุปให้มีการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉิน ออกไปทุกพื้นที่เช่นเดิมเป็นเวลาอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. - 19 มิ.ย. โดยนับว่า เป็นการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินในพื้นที่ภาคใต้เป็นครั้งที่ 27 แล้ว ซึ่งจะนำเสนอให้ครม.พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 13 มี.ค.นี้
"แม้เหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้จะลดลงก็ตาม แต่สถานการณ์ทุกครั้งที่เกิดขึ้นก็ยังรุนแรงอยู่ โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กอ.รมน.,ศอ.บต. และทุกกระทรวงที่เข้าไปทำงานในพื้นที่ต่างก็เห็นด้วยที่จะให้มีการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินออกไปเพื่อให้การปฏิบัติงานง่ายขึ้น และเพื่อให้ประชาชนมีความอบอุ่นใจมากขึ้น ส่วนพื้นที่ต่างๆที่ประกาศยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ไปแล้วก่อนหน้านี้ คือ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ 4อำเภอในจ.สงขลา ก็คงจะยังให้ใช้ พรบ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ต่อไป
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีหลายพื้นที่ที่แสดงความถึงความสงบสุขเพิ่มขึ้น โดยผู้อำนวยการ กอ.รมน.ได้อนุมัติการใช้ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ใหม่ให้นำไปใช้ก่อน ฉะนั้นเราจะพิจารณาว่าภายใน 3 เดือน หลังจากการใช้ยุทธศาสตร์ใหม่และ พรก.ฉุกเฉิน สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อนำมาพิจารณาในการประชุมกบฉ.ครั้งหน้าว่าพื้นที่ใดที่ควรจะยกเลิกหรือคงไว้



