ข่าว

ปชป.จวก'นายกฯ'ไม่รับหนังสือม็อบแรงงานสตรี

ปชป.จวก'นายกฯ'ไม่รับหนังสือม็อบแรงงานสตรี

09 มี.ค. 2555

"ปชป." จวกนายกใจดำไม่รับหนังสือ "ม็อบแรงงานสตรี" ขู่ฟันกองทุนพัฒนาสตรี ชี้อาจขัดรธน. เพราะให้ประโยชน์เฉพาะคนที่เป็นสมาชิก ทั้งที่เพศติดตัวมาแต่กำเนิด

          วันที่ 9 มี.ค.55  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอตั้งสโลแกนการบริหารงานรัฐบาลชุดนี้ว่า บริหารงานแบบละทิ้งปัญหา ไร้ความจริง และมั่วการบริหาร โดยในเรื่องของการละทิ้งปัญหาเห็นได้ชัดจากที่ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มอบให้รัฐมนตรี หรือบุคคลใดไปรับหนังสือจากกลุ่มสตรี ที่มาชุมนุมเรียกร้องเนื่องในวันสตรีสากล ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จนทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจ ถึงขนาดขว้างหนังสือร้องเรียนเข้าไปยังทำเนียบฯ นี่หรือรัฐบาลที่มีผู้นำเป็นสตรี และประกาศว่าจะดูแลปัญหาของผู้หญิง เรื่องนี้แสดงแสดงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ใจดำมาก ไม่สั่งการแม้กระทั่งให้คนไปรับข้อเสนอดังกล่าว และกลุ่มคนพวกนี้ประสบปัญหาหลายด้านทั้งการไม่ได้ ค่าแรง 300.-บาท ประสบภาวะตกงาน เป็นต้น
 
          ส่วนการบริหารงานนั้น นายชวนนท์ เห็นว่าเป็นการบริหารแบบไร้ความจริง เห็นได้ชัดจากการใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีสร้างความแตกแยก ล่าสุดทางพรรคกำลังให้ ส.ส. ในพื้นที่จ.สงขลา รวบรวมเอกสารหลักฐาน หลักฐานการเรียกเก็บในเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนดังกล่าวจำนวน 1.5 หมื่นบาทต่อราย โดยมีการยื่นเงื่อนไขว่าหากจ่ายเงินดังกล่าวแล้ว จะได้โควต้าการกู้เงินถึง 5 หมื่นบาท โดยไม่ต้องจ่ายหนี้คืน พรรคจึงได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรครวมรวบรายละเอียดเรื่องนี้ทั้งหมดเพื่อดำเนินการต่อไป ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะการเข้าถึงกองทุนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีการสมัคร เนื่องจากความเป็นเพศหญิงติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดอยู่แล้ว พรรคจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว และไม่จำเป็นต้องมีการสมัครเป็นสมาชิกกองทุน พร้อมกันนี้อยากให้รัฐบาลเสนอเรื่องนี้เป็น พ.ร.บ.เข้าที่ประชุมสภาด้วย แต่หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือสตรีจริงๆ ก็น่าจะผลักดันร่างพ.ร.บ.ที่ค้างอยู่ในสภา 2 ฉบับ คือร่าง พ.ร.บ.กองทุนส่งเสริมและพัฒนาบทบาทคุณภาพชีวิตสตรี และร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศที่รัฐบาลชุดที่แล้วเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภา แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่รัฐบาลชุดนี้ไม่มีการยืนยัน ทำให้กฎหมายทั้งสองฉบับต้องตกไป
 
          นายชวนนท์กล่าวต่อว่า  ส่วนเรื่องการมั่วการบริหาร จะเห็นได้จากการการจ่ายเงินเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่เกิดปัญหาการแย้งชิงเงินเยียวยา ระหว่างทายาท เช่นแม่สามี และลูกสะใภ้ ตบตีกัน การที่พี่น้องพากันแย้งเงินเยียวยา ถือเป็นการมั่วการบริหาร ทำงานโดยไม่มีหลักเกณฑ์ เริ่มตั้งแต่มั่วจำนวนตัวเลขเงินเยียวยา มั่วการจ่ายเงิน และยังมีการมั่วราคาพลังงาน ที่รัฐบาลประกาศจะขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี ในภาคขนส่ง และมีข่าวว่าจะมีการกระตุกขึ้นแก๊สแอลพีจี หรือแก๊สหุงต้มในภาคครัวเรือนให้เท่ากับภาคขนส่งด้วย อย่างไรก็พบ ยังพบอีกว่ารัฐบาลมั่วการบริหารในเรื่องการตั้งกองทุนประกันภัย ที่กองทุนดังกล่าวระบุว่าจะไม่จ่ายเบี้ยประกันให้กับบ้านที่อยู่ในพื้นที่ฟลัดเวย์หรือแก้มลิง แต่จนบัดนี้รัฐบาลยังไม่ประกาศให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ฟลัดเวย์และแก้มลิงบ้าง จึงไม่ทราบว่ามีการบริหารงานกันอย่างไร ปกปิดความจริง ไร้ความรับผิดชอบอย่างไรจะบริหารประเทศชาติให้รอดพ้นจากปัญหาได้อย่างไร