
'ทักษิณ'เป็นคนไทยต้องอยากกลับบ้าน
'มท.1'ชี้'ทักษิณ' เป็นคนไทยต้องอยากกลับบ้านเป็นธรรมดา โยน 'เฉลิม' หาช่องทาง ยันจ่ายเงินเยียวยายุติธรรม หลังเปิดรับเยียวยาวันแรกวุ่นวาย ชี้เริ่มจ่ายได้ใน 1-2 สัปดาห์นี้
9 มี.ค.55 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทยปลายปีนี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทย ก็ต้องอยากกลับบ้านเป็นธรรมดา ส่วนจะเป็นช่องทางใดนั้น ร.ต.อ.เฉลิม คงมีความคิดในศีรษะของ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่
"ยงยุทธ"ยันจ่ายเงินเยียวยายุติธรรม
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธาน ปคอป. ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดรับการเยียวยาที่เกิดความวุ่นวายเรื่องแม่ผัว-ลูกสะใภ้ของผู้ตายที่อ้างสิทธิเเย่งกันรับเงินเยียวยาว่า เป็นธรรมดา ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร แต่ข้อเท็จจริงอยู่ที่ว่าใครเป็นคนอุปการะเขา หรือเขาอุปการะใครในข้อเท็จจริงก็ถามได้ และไม่ได้ใช้กฎหมายมรดก ใช้ข้อเท็จจริง ข้อพิสูจน์ ซึ่งจะแบ่งเป็นคนละส่วนว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องหลายรายก็จะต้องยุติธรรม ใช้ข้อเท็จจริงเป็นหลักมีพยาน มีการสอบถามว่าผู้ตายอุปการะใคร และใครเป็นคนอุปการะผู้ตาย หากมีหลายคนต้องแบ่งเป็นส่วนๆ ไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีที่ผู้ตายไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะทำอย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ถ้ามีการยืนยันว่า ได้อยู่อย่างสามีภรรยากันจริง มีลูก หรือไม่มี ก็ทราบกัน เพราะมีบ้านติดกัน คนนี้อยู่ติดคนนี้ การมาเป็นสามีภรรยากัน ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน เมื่อถามว่า พ่อแม่ผู้เสียชีวิต ก็จะได้รับ รวมถึงลูกเมียหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ใช่ ยุติธรรม ยืนยันให้ได้ ตนอยากเรียนเพิ่มเติมว่า สำหรับคนที่เคยกล่าวว่าเงินก้อนนี้แพงไปนั้น เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งได้พิพากษาเรียบร้อยแล้วกรณีนักศึกษาเอแบคที่ตกรถเมล์ศาลได้สั่งจ่าย 9.85 ล้านบาท หรือเกือบ 10 ล้านบาท ก็จะได้เป็นข้อยุติเสียทีกับข้อกล่าวหาที่ว่า ชีวิตมนุษย์แพงไป หรือถูกไป ก็อย่าพูดกันลอยๆ อย่างน้อยศาลก็มีคำพิพากษาที่เป็นหลักเกณฑ์แล้ว เพราะความประมาทเลินเล่อขององค์การขนส่งมวลชน และความประมาทของคนขับ ก็เป็นอุทาหรณ์ที่ทำให้สังคมรับได้
เมื่อถามว่า เรื่องเงินมีจำนวนเยอะมากเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการสร้างพยาน ให้ตัวเองได้รับเงิน นายยงยุทธ กล่าวว่า ในกรณีตายต้องมีหลักฐาน มีใบมรณะบัตร และมีข้อเท็จจริงที่สื่อมวลชนทุกคนก็ทราบ ชื่อพวกนี้มีการประกาศกันมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้ว สำหรับคนที่บาดเจ็บ พิการ ก็จะมีหลักฐานเอกสารอยู่ที่โรงพยาบาล และจะมีข้อมูลพยานเยอะแยะไปหมด ความหวั่นเกรงต่างๆ ก็ดี แต่ว่าทางคณะกรรมการเอง ต้องระมัดระวัง เพราะนี่เป็นเสียงเตือนจากสื่อมวลชนที่ทำให้คณะกรรมการก็ต้องระวังมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า การเยียวยาผู้ชุมนุมได้รับเงินอย่างรวดเร็ว แต่เรื่องเยียวยาน้ำท่วม 5,000 บาท ยังได้ไม่ครบก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก นายยุงยุทธ กล่าวว่า ก็เกือบจะหมดแล้วเรื่องน้ำท่วม ไม่มีอะไรเหลือแล้ว น่าจะเหลือทางภาคใต้ที่ท่วมช้ากว่าจังหวัดอื่น เเต่ก็ทำเร็วไม่มีการเลือกปฏิบัติ ยืนยันว่า เงินน้ำท่วม 5,000 บาท ก็ไปจ่ายครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถามว่า สำหรับผู้ลงทะเบียนและตรงตามหลักเกณฑ์มีกำหนดได้รับเงินเยียวยาเมื่อไหร่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เร็วที่สุดน่าจะ 1-2 สัปดาห์นี้ ก็จะเริ่มจ่าย เพราะว่า พวกเขาก็ทนกันมานานแล้ว เมื่อถามว่า จะลดปัญหาความวุ่นวายต่างๆ อย่างไร เพื่อให้เกิดความราบรื่น ให้คณะกรรมการทำงานได้โดยไม่ต้องมาแก้ปัญหาเหล่านี้ นายยงยุทธ กล่าวว่า ธรรมดาปัญหาจะเกิดขึ้นคู่กับมนุษย์กับโลกอยู่แล้ว คนที่เขาบอกว่า จะเป็นคนที่ทำงานได้ดี คือ ทุกปัญหาต้องมีทางออก แต่ปัญหานั้นจะต้องมี และคนที่ทำงานไม่สำเร็จก็เรียกว่าทุกทางออกมีปัญหาไปหมดเลย ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่มีทางออกทุกเรื่อง เพียงแต่เราต้องมีกฎเกณฑ์ มีความยุติธรรม
เมื่อถามว่า คณะกรรมการกลัวหรือไม่ว่า การที่คณะกรรมการชี้ขาดในแต่ละกรณีอาจมีการฟ้องร้องในส่วนของคนที่ไม่ได้ หรือไม่พอใจ คณะกรรมการจะลดแรงเสียดทานตรงนี้อย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า ลดได้ด้วยความยุติธรรม ดูข้อเท็จจริงให้มากที่สุด อย่างที่ถามว่า คนที่ไม่จดทะเบียนสมรสจะทำอย่างไร เราก็มีข้อเท็จจริง มีบ้านที่อยู่ติดกันก็มีคนเห็นว่า สามีภรรยาคู่นี้อยู่ด้วยกันมา หากไม่จดทะเบียนก็ไม่เป็นไรก็ให้ได้ เพราะเราไม่ได้ทำตามกฎหมายแพ่งหรือกฎหมายมรดก เราทำตามข้อเท็จจริงและก็จะสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ไปได้เยอะ
เมื่อถามว่า เวลาเพียงนิดเดียวก่อนการจ่ายเงินเยียวยา เรื่องความรอบคอบความระมัดระวังจะมีมากน้อยแค่ไหน นายยงยุทธ กล่าวว่า อยากกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ใช่ของส่วนตัวของรัฐบาล ไม่ใช่เงินส่วนตัวของตน แต่เป็นเงินภาษีอากรของประชาชนทุกคน ตนก็มารับภาระ เพียงแต่ว่าต้องดูแลให้เกิดความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นการจะใช้จ่ายเงินที่ไม่ใช่เงินของเราและเป็นเงินภาษีอากรของ ประชาชนจะต้องรอบคอบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนกรณีของครอบครัวที่ไม่ได้จดทะเบียนและยังมีอีกบ้านหนึ่งนั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า ก็ต้องเฉลี่ยไป ก็ต้องมีพยานยืนยันว่า อยู่บ้านนู้นด้วยอยู่บ้านนี้ด้วย ต้องให้เป็นส่วนๆไป ให้ทั้งเมียหลวงเมียน้อย หรือถ้ามี 3-4 ครอบครัวก็ให้หมด เพราะผู้ตายคงอุปการะทั้ง 3-4 ครอบครัวนี้ หากขาดผู้นำครอบครัวคงเดือดร้อน เมื่อถามว่า ภรรยากับแม่ใครจะได้มากกว่ากัน นายยงยุทธ กล่าวว่า คงได้คนละส่วน อาจจะให้เท่ากัน เมื่อถามว่า แม่ของผู้เสียหายเสนอว่าน่าจะให้เงินเป็นก้อนครั้งเดียวจบเลย นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่ได้ หลักเกณฑ์นี้จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ 3 ล้านจ่ายทันที 4.5 ล้านจะได้เป็นกองทุนยังชีพต่อไป
เมื่อถามว่า เงินเยียวยา 2,000 ล้านจะเพียงพอหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เพียงพอ เพราะเป็นวงเงินที่ใช้เฉพาะผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และคนพิการ ส่วนการเยียวยาผู้ประกอบการจะประชุมกันในวันที่ 12 มี.ค.นี้ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์



