
สัญญาณการเมืองใหม่ในโลกอาหรับ
สัญญาณการเมืองใหม่ในโลกอาหรับ : วิถีมุสลิมโลก โดย ศราวุฒิ อารีย์
ล่วงเข้าสู่ปีที่ 2 แล้วสำหรับกระแสการลุกฮือต่อต้านผู้นำอาหรับ (Arab Spring) ซึ่งถึงแม้จะยังมองไม่เห็นจุดจบของปรากฏการณ์ดังกล่าวและยังมีอีกหลายประเทศที่ตกอยู่ในสภาพสับสนวุ่นวาย แต่ผลพวงประการหนึ่งที่มองเห็นเด่นชัดคือ การเติบโตของกระแสการเมืองอิสลาม (Political Islam) อันดูได้จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาครั้งต่างๆ ที่ขบวนการเหล่านี้ได้รับชัยชนะ กวาดที่นั่งส่วนใหญ่ในรัฐสภาของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตูนีเซีย โมร็อกโก หรืออียิปต์
ผู้นำขบวนการอัล-นะห์เฎาะฮ์แห่งตูนีเซียอย่าง รอซีด กาห์นโนซี ออกมาอธิบายต่อสังคมว่า “เราจะยังคงเดินหน้าการปฏิวัติต่อไป เพื่อทำจุดมุ่งหมายแห่งความเป็นตูนีเซียที่มีอิสรภาพ เสรีภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรือง ให้กลายเป็นความจริง ซึ่งสิทธิของพระเจ้า ศาสนทูต ผู้หญิง ผู้ชาย ผู้นับถือศาสนา และผู้ที่ไม่มีศาสนา จะได้รับความคุ้มครองปกป้อง เนื่องจากตูนีเซียนั้นเป็นของทุกคน”
ทำนองเดียวกัน หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของ กลุ่มภราดรภาพมุสลิมแห่งอียิปต์ (Muslim Brotherhood) ได้เขียนบทความลงใน Washington Post ซึ่งอธิบายไว้ตอนหนึ่งว่า “ชาวอียิปต์ต้องการเสรีภาพจากระบอบทรราชที่กดขี่ ต้องการระบอบประชาธิปไตย และการสานเสวนาที่รวมเอาทุกฝ่ายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อพูดคุยหารือถึงเป้าหมายและอนาคตของชาติ อันปราศจากการแทรกแซงจากต่างประเทศ”
ข้อความที่สื่อออกมาข้างต้นนี้สำคัญยิ่ง เพราะเป็นสัญญาประชาคมที่พรรคการเมืองอิสลามเหล่านี้จะต้องปรับรูปโฉมวัฒนธรรมการเมืองในโลกอาหรับเสียใหม่ ให้เป็นวัฒนธรรมแห่งการยอมรับความหลากหลาย เป็นการเมืองที่เปิดพื้นที่ให้กลุ่มคนทุกฝ่าย และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตย
ขณะเดียวกันในอียิปต์ ศาลได้ตัดสินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายต้องโทษจำคุก 7 ปี ในข้อหาทำร้ายทุบตีและใช้วิธีทรมานประชาชนจนถึงแก่ความตายในช่วงการลุกฮือชุมนุมประท้วงคำตัดสินของศาลดังกล่าวนับเป็นสัญลักษณ์ที่มีนัยยิ่งต่อเหยื่อผู้เสียชีวิตและผู้ที่ถูกตัดสินความผิด ซึ่งเป็นตัวอย่างของสามัญชนพลเมืองอียิปต์ที่ถูกละเมิดโดยรัฐบาลที่มีอำนาจล้นเหลือ รัฐบาลที่ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้
การตัดสินในชั้นศาลของกรณีดังกล่าว ตลอดจนการดำเนินคดีต่ออดีตผู้นำอย่างประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่า อนาคตประชาธิปไตยของอียิปต์จะให้ความสำคัญกับหลักการ “การตรวจสอบได้” (accountability) ทั้งการตรวจสอบได้ในทางกฎหมาย (อันหมายถึง การที่เจ้าหน้าที่รัฐทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง ถูกศาลตรวจสอบว่าได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ตามหลักการ “การปกครองโดยหลักนิติรัฐ”) และการตรวจสอบได้ในทางการเมือง (อันหมายถึงการที่รัฐบาลหรือฝ่ายบริหารถูกตรวจสอบได้โดยรัฐสภาและสาธารณชน)
ทั้งหมดนั้นถือเป็นสัญญาณการเมืองใหม่ในโลกอาหรับ เป็นระเบียบการเมืองที่กฎกติกามิได้ถูกร่างขึ้นหรือถูกชี้นำโดยผู้ปกครองเพียงไม่กี่คนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ความมุ่งมาดปรารถนาของประชาชนพลเมืองต่างหากที่เป็นตัวกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้กรอบของหลักการอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่พวกเขาส่วนใหญ่ยึดมั่นถือมั่น



