ข่าว

พท.ลั่นแก้รธน.291เป็นปชต.

พท.ลั่นแก้รธน.291เป็นปชต.

09 มี.ค. 2555

'เฉลิม' ยัน แก้ 291 เป็นปชต. ยัน มี สสร. คือการให้ ปชช. มีส่วนร่วม ชี้ ศาลเดี่ยว เหมาะกับไทย ค้าน ลงสัตยาบัน ระบุ ชี้นำ สสร.

          ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอนายสามารถ แก้วมีชัย ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ… ที่เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง และส.ว. ร่วมลงสัตยาบัน เพื่อไม่ให้ สสร.เขียนข้อกังวลใจของประชาชน ลงไปในรัฐธรรมนูญใหม่ว่า ถ้าไปวางกรอบก่อนมี สสร. จะถูกมองว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย

          "พรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อให้มี สสร.เข้ามาร่าง เพราะต้องการให้มีความเชื่อมโยงจากประชาชน อีกทั้ง ระหว่างยกร่างยังต้องเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม"

          เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่ม สสร.50 มองว่า การแก้รัฐธรรมนูญโดยการตั้งสสร. ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่อยากให้ประชาชนหรือสมาชิกรัฐสภา เป็นผู้แก้ไข ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สาเหตุที่ให้มี สสร.มาแก้ไข เพราะต้องการให้เป็นประชาธิปไตย และรัฐสภาไม่มีส่วนได้เสีย

          เขาบอกว่า หากดำเนินการตามที่ผู้คัดค้านเสนอ โดยให้สมาชิกสภา เป็นผู้แก้ไข ก็ยิ่งง่าย รัฐบาลมีเสียงข้างมาก และไม่จำเป็นต้องตั้ง สสร. ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็จะถูกด่าอีก พวกที่ค้านส่วนใหญ่ก็ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ยิ่งเล่นเรื่องนี้ก็มีแต่จะเสีย

          ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และข้อห่วงใยจากหลายฝ่ายว่า จะมีการเข้าไปรื้อสถาบันตุลาการว่า สมัยเป็นรมว.ยุติธรรม เมื่อปี 2538 เคยเสนอรูปแบบองค์กรศาลมาแล้วว่า ประเทศไทยเหมาะสมกับระบบศาลเดี่ยวมากกว่า คือ ศาลยุติธรรม เพราะสามารถตรวจสอบการทำงานของผู้พิพากษาได้ มีคณะกรรมการกต. ในการคัดเลือกผู้พิพากษามาตัดสินคดี

          ทั้งนี้ หากผู้เสียหายหรือจำเลย พบว่า ผู้พิพากษาเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง สามารถร้องให้เปลี่ยนตัวผู้พิพากษาได้ และหากเป็นคดีใหญ่จะตัดสินคดีหนึ่ง จะมีการประชุมจากที่ประชุมใหญ่คัดเลือกองค์คณะมาตัดสิน และใช้เพียงคดีเดียวตัดสินเสร็จก็เปลี่ยนองค์คณะ

          "ที่สำคัญยังมีความเป็นประชาธิปไตย เพราะมีการเลือกตั้งจากศาลด้วยกันเอง ซึ่งแตกต่างจากระบบศาลคู่ ที่มีศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญแยกออกมา และไม่สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งระบบการตรวจสอบด้อยกว่าศาลยุติธรรม โดยระบบศาลคู่ เหมาะสมกับประเทศที่เจริญแล้ว อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมัน"

          อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ ไม่อยากชี้นำมาก เพราะเคยเสนอมานาน ตั้งแต่ปี 38 จึงไม่อยากพูดมาก จะกลายเป็นการกดดัน สสร. ที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง

          "ในส่วนคดีนักการเมือง ที่ได้รับการตัดสินจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ 2550 ผมก็เห็นว่า มีความเหมาะสมแล้ว เพราะไม่ได้มีการตัดสินเพียงศาลเดียว อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ยังสามารถอุทธรณ์และนำเสนอข้อเท็จจริงใหม่ได้ 30วัน"

 

'เชิดชัย' ชี้ ศาลอำนาจมากไป

          ด้าน น.พ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สายคนเสื้อแดง ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงวันนี้ มีการแทรกแซงก้าวก่ายศาลมาก เพราะให้อำนาจมากเกินไป เข้าไปยุ่งได้ทุกอย่าง ขนาดเขียนลงไปในรัฐธรรมนูญให้ศาลปฏิบัติหน้าที่ได้จนถึงอายุ 70 ปี

          "ในฐานะที่เป็นหมอ คนเราทำงานได้ถึงอายุ 65 ปี น่าจะไปเลี้ยงหลานได้แล้ว ถึง 70 ปี รู้สึกว่า จะมากไป มันคล้ายกับขัดขวางคนอื่นไม่ให้ก้าวขึ้นมาใช่หรือไม่ ตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ตำแหน่งปลายเปิด ดังนั้นอย่าไปเห็นแก่ตัวมากมาย จะมาอ้างว่าอยู่เพื่อทำหน้าที่ให้องค์กรก็ไม่ได้ เพราะในองค์กรยังมีคนรอทำหน้าที่อีกหลายคน"

 

แนะเชิญตัวแทนศาล แสดงความคิดเห็น กมธ.

          น.พ.เชิดชัย กล่าวว่า หากจะมีการแก้ไขเกี่ยวกับองค์กรศาล เราไม่ควรคิดแทนเขา แต่ควรให้ตัวแทนศาลเข้ามาแสดงความคิดเห็น ในชั้นกรรมาธิการด้วยว่า ประเทศไทย จะมีศาลเดี่ยวหรือศาลคู่ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ต้องฟังความเห็นจากศาล เช่นเดียวกับองค์กรอิสระ ต้องเชิญตัวแทนมาพูดถึงข้อดีข้อเหมือนกัน เพราะคงไม่มีใครรู้ดีเท่ากับคนที่ปฏิบัติ

          ส่วนปัญหาข้อห่วงใย ที่บางกลุ่มอ้างว่า มีประชาชนกลุ่มใหญ่ห่วงใย ไม่อยากให้มีการแก้ไข ก็อยากถามว่า ถ้าอีกลุ่มอ้างประชาชนอีกกลุ่มใหญ่ เขาก็ห่วงใยเหมือนกัน แล้วจะเป็นอย่างไร เพราะแต่ละฝ่ายก็มีประชาชนกลุ่มใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ อย่างนี้ไม่ตีกันตายก่อนหรือ

 

'สุรสิทธิ์' ระบุ ลงสัตยาบัน เหมือนชี้นำ สสร.

          นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอการลงสัตยาบันว่า ไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ที่จะไปตีกรอบให้ สสร. ว่า ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขามีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ข้อที่ควรกำหนดและเขียนให้ชัดเจนคือ สถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพของคนไทย ต้องไม่แตะต้อง

          "พรรคเพื่อไทยได้ยืนยันชัดเจนหลายครั้งว่า จะไม่เข้าไปแตะต้องอย่างเด็ดขาด ส่วนหมวดอื่นๆ ถ้าไม่มีความเป็นธรรม ก็ต้องแก้ไขให้หมด"

          ส่วนพวกที่ค้าน สงสัยว่า ที่ไม่อยากให้แก้ไข ไม่รู้ว่า ได้ประโยชน์จากองค์กรเหล่านั้นใช่หรือไม่ ถึงได้หวงนักหวงหนา ไม่อยากให้กลุ่มต่าง ๆ ตีตนไปก่อนไข้ วันนี้ ยังไม่มี สสร. จะรู้ได้อย่างไรว่า เขาจะแก้หรือไม่แก้ในเรื่องใด