
ร้องจ่ายค่าเสียหาย'ส้มโอ'น้ำท่วม
ชาวสวนส้มโอกว่า 1,000 คนชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยค่าเสียหายของสวนส้มโอที่ถูกน้ำท่วมกว่า 7,000 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 21,000 ล้าน บุรีรัมย์เปิดจุดรับจำนำมันสะปะหลังเพิ่มอีก 1 จุด แก้ไขปัญหาเดือดร้อนให้เกษตรกร ขณะที่เกษตรกรเรียกร้องให้รัฐเร่งจ่ายเงิ
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 8 มี.ค. ที่หอประชุมอำเภอนครชัยศรี จ.นครปฐม ได้มีชาวสวนส้มโอกว่า 1,000 คน เดินทางมาร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือชดเชยค่าเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาทำให้สวนส้มโอจมน้ำได้รับความเสียหาย 7,000 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 21,000 ล้านบาท โดยมีนายประวิทย์ บุญมี ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส้มโอนครชัยศรี,นายหยด ถัดมาลี อายุ 60 ปี ประธานกลุ่มส้มโอตำบลห้วยพลู อ.นครชยศรี และนายบุญสม ประเสริฐมรรค ผู้นำชาวสวนส้มโอเขตพื้นที่ อ.สามพราน ร่วมเป็นแกนนำและเป็นตัวแทนในการยื่นหนังสือต่อนายอดุลย์ ธํญญเจริญ เกษตรอำเภอนครชัยศรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชยค่าเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมที่ผ่านมา
นายหยด กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลหรือหน่วยงานราชการเข้ามามีส่วนร่วมในการชดเชยความเสียหายในการปลูกส้มโอแล้วถูกน้ำท่วม ซึ่งในการปลูกส้มโอแต่ละครั้งนั้นต้องใช้เวลานานกว่า 15 ปี และมีต้นทุนสูงถึงไร่ละ 1 แสนกว่าบาท จึงจะได้เก็บลูก ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลชดเชยให้เพียงไร่ละ 5,098 บาทเท่านั้น ซึ่งในวันนี้เรามาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ถ้ารัฐบาลไม่ปล่อยน้ำมาท่วมอีก 10 ปี และ 15 ปี ข้างหน้าพวกเราก็ยังได้เก็บผลผลิตอยู่ และยังมีรายได้ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 1,600,000 บาทเสียอีก
นายบุญสม กล่าวว่า การที่พี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวสวนส้มโอเดินทางมา ก็เพราะที่ผ่านมาหลังจากสวนส้มโอถูกน้ำท่วมการชดเชยของพืชยืนต้นที่ต้นทุนสูงนั้น ยังไม่คืบหน้า โดยเฉพาะที่อำเภอนครชัยศรีพืชหลายจำพวกเกษตรกรหลายประเภทที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนความเสียหายก็มี และส่วนที่ขึ้นทะเบียนความเสียหายไปกับเกษตรแล้วนั้น เราก็อยากจะติดตามผลว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
นายราตรี บุญยงค์ นายอำเภอนครชัยศรี กล่าวว่า ตอนนี้ทางเกษตรอำเภอและปลัดอาวุโสกำลังรวบรวมหนังสือที่ชาวบ้านยื่นเข้ามา ว่าต้นทุนของพืชยืนต้นที่เสียหายไปในช่วงน้ำท่วมน้ำนั้นมีต้นทุนความเสียหายเท่าไหร่ ทั้งพืชล้มลุกด้วย ซึ่งจะส่งให้เกษตรจังหวัดภายในวันนี้เพื่อส่งต่อให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมต่อไป
นายอดุลย์ กล่าวว่า หลังที่ตนได้รับหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อผ่านไปยังเกษตรจังหวัดนครปฐมและส่งต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อส่งถึงรมว.เกษตร ให้ทำการพิจารณาเรื่องเงินชดเชยให้กับชาวสวนส้มโอและสวนไม้ผลใหม่อีกครั้ง เพราะเพียงเงินจำนวน 5,098 บาทที่ทางรัฐบาลชดเชยความเสียหายที่ให้มานั้น มันไม่เพียงพอ และยังน้อยกว่าชาวสวนดอกรักที่ได้ค่าชดเชย 32,000 บาท/ไร่ ทั้งที่เป็นไม้ดอกที่ใช้ต้นทุนต่ำกว่าเสียอีก เพราะสวนส้มโอนั้นต้องใช้ต้นทุนสูง และมีระยะเวลาในการปลูกเป็นเวลานาน และถ้าน้ำไม่ท่วมชาวสวนส้มโอก็ยังสามารถที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อีกเป็นจำนวนมาก
เกษตรกรบุรีรัมย์จี้รัฐเร่งจ่ายเงินใบประทวนมันอ้างล่าช้ากว่าเดือน
จังหวัดบุรีรัมย์ได้อนุมัติเปิดจุดรับจำนำหรือแทรกแซงตลาดมันสำปะหลัง เพิ่มอีก 1 จุด เป็นจุดที่ 2 ที่อ.หนองกี่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในบุรีรัมย์และจังหวัดข้างเคียง ที่ได้เก็บกู้ผลผลิตแล้วแต่ยังไม่ได้นำไปเข้าร่วมโครงการจำนำ เนื่องจากทั้งจังหวัดมีลานมันเข้าร่วมโครงการเพียงแห่งเดียว ทำให้เกิดความล่าช้าและเกษตรกรบางรายที่อยู่ห่างไกลไม่สะดวกที่จะขนมันไปเข้าร่วมโครงการ โดยลานมันที่เปิดรับจำหัวมันสดของเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 2.80 บาท ที่เชื้อแป้ง 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีเกษตรกรทยอยนำรถบรรทุกมันสำปะหลังมาเข้าคิวรอจำนำอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เกษตรกรที่นำมันเข้าร่วมโครงการจำนำตั้งแต่เปิดโครงการที่นำใบประทวนไปขึ้นเงินที่ ธกส.มานานกว่า 1 เดือน แต่ยังไม่ได้รับเงินได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งดำเนินการจ่ายเงินให้กับเกษตรกร เพื่อจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าจ้างแรงงาน ค่าขนส่ง และชำระหนี้ที่กู้ยืมมาลงทุนเพาะปลูกมันทั้งในและนอกระบบอย่างเร่งด่วนด้วย เพราะขณะนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมา
ด้านนายสายันต์ วงษ์วิพัฒน์ เกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง ต.ช่อผกาอ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การเพิ่มจุดรับจำนำมันสำปะหลังเพิ่มอีก 1 จุดรวมเป็น 2 จุด ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่จะเข้าร่วมโครงการฯเพราะลานมันดังกล่าวสามารถรับจำนำมันของเกษตรกรได้เพียงวันละ 1,000 - 1,200 ตัน เท่านั้นจึงร้องขอให้ทางจังหวัดได้พิจารณารับจำนำมันของเกษตรกรในเขตพื้นที่จังหวัดก่อนเพราะยังมีมันอีกปริมาณมาก นายยาว อุดมพล เกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ในปีนี้ตนปลูกมันสำปะหลังกว่า 90 ไร่ และได้นำมันมาเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 70 ตัน ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.จนถึงปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว จึงอยากเรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินใบประทวนให้กับเกษตรกร ที่นำไปขึ้นเงินที่ ธกส. แต่ยังไม่ได้รับเงินมานานกว่า 1 เดือน หรือตั้งแต่เปิดโครงการ เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรอย่างเร่งด่วนด้วย



