
จวกนิติบัญญัติ'เล่มเกม-พูดมาก'
"ทีดีอาร์ไอ"เผยผลวิจัยงานนิติบัญญัติ อัดมัวแต่เล่นเกมการเมือง พูดมาก ไม่สนร่างกฎหมายประชาชน แนะให้ทำประชามติหากฝ่ายการเมืองเล่นเกมยื้อกฎหมาย สุรยุทธ์ปัดวิจารณ์แก้รธน.-ตั้งปัตตานีมหานคร
8มี.ค.2555 นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นำเสนอผลการศึกษาวิจัย เรื่อง การปรับปรุงกระบวนการนิติบัญญติเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ว่า กระบวนการนิตัญญัติไทยตลอด 5 ปีที่ผ่านมาพบลักษณะที่เป็นเศรษฐศาสตร์การเมือง และเล่นเกมนิติบัญญัติมากขึ้นทำให้เกิดความล่าช้าในการออกกฎหมาย นอจากนั้นการแก้ไขกฎหมายฉบับต่างๆ ต้องมีต้นทุนด้านเทคนิค เวลา และการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำให้กระทบไปถึงการเสนอร่างกฎหมายของประชาชน
“ผลการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาพบว่า สภาฯ จะรับเฉพาะร่างกฎหมายที่ตรงกับของขตนเอง โดยที่ประชาชนไม่มีสิทธิทำอะไรได้ ดังนั้นเมื่อการเสนอกฎหมายของประชาชนตกอยู่ในมือของฝ่ายการเมือง จึงเห็นควรเสนอให้ผ่านกระบวนการของการลงมติ หากไม่ได้รับการตอกสนองจากฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร” นายสมเกียรติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากการนำเสนอผลการวิจัยแล้ว ทีดีอาร์ไอ ยังได้จัดสัมมนาเรื่อง “การปรับปรุงกระบวนการนิติบัญญัติเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน” โดยมีนักวิชาการ และนักการเมืองเข้าร่วมสัมมนา
นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน อดีตรองนายกฯ กล่าวถึงปัญหาในกระบวนการนิติบัญญัติของไทยที่สำคัญ ว่า ความหละหลวมในการตรวจสอบ จึงทำให้วัตถุประสงค์ของการออกกำหมายไม่ชัดเจน และการเล่มเกมของคณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎร เช่น กรณีที่ฝ่ายค้านยื่นเสนอร่างกฎหมาย ทำให้กระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายมีความล่าช้า ทั้งนี้ที่ผ่านมาการเสนอร่างพระราชบัญญัต (พรบ.) ของรัฐบาล มีข้อกำหนดต้องขอความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อพิจารณาถึงปัญหาและผลกระทบ ส่วนร่วมกฎหมายที่ส่งผลกระทบกับประชาชน รัฐบาลไม่ได้นำไปสอบถามความเห็นของประชาชนก่อน ทำให้ปัจจุบันมีการพูดถึงหลักธรรมาภิบาลมาขึ้น
“กระบวนการนิติบัญญัติในชั้นรัฐสภามีปัญหา เพราะมัวแต่เล่มเกม พูดมาก ใช้สำนวนโวหารเกินไป ทำให้การออกกฎหมายืดเยื้อ พอจะสังเกตว่าร่างกฎหมายง่ายๆ สภาฯ จะใช้เวลาพิจารณานานกว่าร่างกฎหมายยาก เพราะหากร่างกฎหมายยาก ผู้แทนจะไม่กล้าพูดกันเพราะกลัวเขาจะรู้ว่าขี้เท่อ ที่สำคัญการพิจารณาร่างกฎหมายของสภาฯ จะขึ้นอยู่กับการต่อรองของวุฒิสภา และสภาฯ ด้วย” นายวิษณุ กล่าว
ด้านนายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าปัจจุบันกลไกการตรากฎหมายไม่ตรงตามความต้องการของประชาชน เพราะถูกชี้นำโดยฝ่ายข้าราชการประจำ และหลายครั้งก็ถูกตีกรอบโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ดังนั้นทางแก้ไขควรที่จะให้มีการออกเป็นแผนแม่บทกำหนดเวลา 5 ปี หรือ 10 ปี เพื่อกำหนดแนวทางในการออกกฎหมาย และเพื่อทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์
ขณะที่นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร่างสรรค์เด็ก ฐานะอดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่รัฐบาลออกกฎหมายที่ประชาชนไม่เห็นด้วย ตนอยากเสนอให้เพิ่มอำนาจประชาชนในการยับยั้งกฎหมาย หรือ คัดค้านไม่ให้ร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ รวมถึงต้องมีข้อกำหนดกรอบระยะเวลาพิจารณาร่างกฎหมายให้ชัดเจน
“สุรยุทธ์”ปัดวิจารณ์แก้รธน.-ตั้งปัตตานีมหานคร
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษ์ถึงกรณีที่มีการเสนอร่างพรบ.ปัตตานีมหานคร เพื่อให้จัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้ว่า คงไม่ให้ข้อคิดเห็นเพราะเป็นเรื่องฝ่ายมั่นคงจะพิจารณา ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ข้อคิดเห็นในเรื่องเหล่านั้นได้แล้ว เพราะตนพ้นฐานะไปแล้ว ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องคนไทยส่วนใหญ่ ตนเป็นเพียงคนไทยส่วนน้อย ไม่ขอให้ข้อคิดเห็น



