
'ประยุทธ์'วอนคนไทยหยุดตีกัน
'ประยุทธ์'ปล่อยรบ.แก้ปัญหาปมแก้ รธน.วอนคนไทยหยุดตีกัน พร้อมไม่เห็นด้วย 'ปัตตานีมหานคร'เชื่อคนใต้เกิน 99 % ไม่เอา
8 มี.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นกระบวนการแก้ปัญหาของรัฐบาล เราเป็นประเทศประชาธิปไตย ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และดูในสิ่งที่เหมาะที่ควร ส่วนที่มีความกังวลว่า จะเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มคนที่สนับสนุน และกลุ่มคนที่คัดค้านนั้น ต้องดูแลไม่ให้มีการปะทะกันต้องช่วยกันห้ามปราม ต่างฝ่ายต้องอยู่ในกรอบของตัวเอง ถ้าปะทะแล้วได้อะไรไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ประเทศชาติก็เสียหาย และตัวเองก็ไม่ปลอดภัยและก็จะเดือดร้อนกันอีก อีก 3 ปี เราจะก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนถ้ามัวแต่ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ ก็ไม่ต้องไปไหน ถอยหลังกันไปเรื่อยๆ ที่สุดแล้วเราจะเป็นประเทศที่อยู่ท้ายสุดในอาเซียนที่จะเจริญเท่าเขา ซึ่งเรารอเขามานานแล้ว ถอยหลังไปอีกหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง
“อยากให้คนไทยรักและสามัคคี เอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักและก้าวไปข้างหน้า จะคิดอะไรก็แล้วแต่ต้องดูด้วยว่าประเทศชาติจะได้อะไร ควรทำให้จิตสาธารณะเกิดขึ้นโดยคนไทยทุกคน สร้างความสามัคคีให้คนทุกหมู่ทุกพวก เพราะอายเขา จะเอาหน้าตาไว้ไหนเมื่ออยู่ในประชาคมอาเซียน ต้องหยุด ดูแลช่วยเหลือกัน เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตยให้เขาค่อยๆเดินกันไปจะผิดหรือจะถูก สังคมต้องเรียนรู้และต้องรู้จักการแก้ปัญหาด้วยประชาชนคนไทยด้วยระบบกฎหมาย อย่าใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ”ผบ.ทบ กล่าว
ด้าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไข รัฐธรรมนูญ โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า เป็นเรื่องของประชาชนส่วนใหญ่ สำหรับตนเป็นประชาชนส่วนน้อย คงไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้
“ประยุทธ์” ไม่เห็นด้วย "ปัตตานีมหานคร" เชื่อคนใต้เกิน 99 % ไม่เอา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเสนอร่างพรบ.ปัตตานีมหานคร เพื่อให้จัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้ว่า ตนได้มีโอกาสพบกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เมื่อที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ทำความเข้าใจและพูดคุยกันแล้ว ซึ่งไม่ใช่ในลักษณะนั้น ท่านบอกว่า ไม่ได้มีเจตนาตามนั้นเพียงแต่มีการสอบถาม ก็ตอบไปว่า จะลองศึกษาดูไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลต้องตัดสินใจสำหรับ เรื่องนี้ตนเคยพูดไปแล้วในส่วนของฝ่ายปฎิบัติว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการกระจายอำนาจอยู่แล้ว มีการเลือกตั้งในทุกระดับทั้ง อบต. อบจ. มีเพียงเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้นที่ยังต้องจัดจากส่วนกลางเข้าไปดูแล เขตปกครองพิเศษนั้นหมายถึง การมีคณะองค์กรกฎหมายพิเศษในพื้นที่เหล่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้วมีทั้งคณะทำงานแก้ปัญหา เช่น ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในส่วนกฎหมายก็มี พรก.ฉุกเฉิน พรบ. ความมั่นคง กฏอัยการศึก
“ที่สำคัญต้องทำความเข้าใจกับประชาชน โดยประชาชนเกิน 99% ไม่มีความต้องการในเรื่องนี้ ลองไปสอบถามประชาชนในพื้นที่ได้ เว้นเสียแต่ว่าถูกบังคับเขาจะตอบอีกแบบหนึ่ง แต่ประชาชนโดยส่วนรวมแล้วเขาไม่ได้เรียกร้อง และวันนี้การปฎิบัติหน้าที่ของทหาร ประชาชนพอใจเกิดความมั่นใจ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ฝ่ายตรงข้ามพยายามแสวงหาโอกาสเพื่อลดความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาล ทหารให้ได้มากที่สุดเพราะเป็นแนวทางการต่อสู้ของเขา ผมในฐานะอยู่ฝ่ายความมั่นคง ถ้าถามมายังไม่เห็นด้วยประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว เรื่องนี้อันตรายอย่าพึ่งพูดเพราะเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน เรามีการศึกษาพูดคุยไว้หมดแล้ว ซึ่งเราได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ทั้งหน่วยงานรัฐ ทหารและส่วนอื่นๆ สิ่งสำคัญคือเราได้เปิดเวทีชาวบ้าน พูดคุยกันมาโดยตลอด เขาไม่ได้เดือดร้อนอะไร คิดง่ายๆการรวมจาก 4 มาเป็น1 มีปัญหาแน่นอน แต่ละจังหวัดไม่ใช่เล็กๆ ใครจะมาดูแลควบคุม เยอะแยะมีปัญหาไปหมด ผมคิดว่าวันนี้ทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีที่สุดให้ทั่วถึงโดยใช้แนวทางยุทธศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าใจเข้าถึง และพัฒนา ในทุกมิติ เข้าไปให้ถึงเขาจริงๆตรงกับความต้องการของเขาและทันเวลา ผมคิดว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้จะแก้ทุกอย่างได้ เชื่อผมเถอะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรียกร้องกันมาทุกวันนี้เพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ได้หวังดีต่อประเทศชาติเท่าไหร่นัก อีกกลุ่มหนึ่ง คือ อยากเข้ามามีส่วนร่วมมาแก้ปัญหา แต่ไม่ได้รู้ข้อเท็จจริง คนไทยไม่ว่าจะเป็นภาคไหนก็ตาม ไม่ได้เหมือนที่อื่น คิดแบบสากลก็ไม่ได้ คิดแบบประเทศอื่นไม่ได้เพราะคนไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะ คือ ชอบอิสระเสรี จนบางครั้งก็ลืมไปว่าต้องมีกฎกติกา ซึ่งตนเคยเรียนกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงหรือแม้แต่กับนายกรัฐมนตรี เคยพูดไปแล้ว คงต้องระมัดระวัง ซึ่งตนคุยตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามารับตำแหน่งและท่านเข้าใจดี เพียงแต่ว่าเราอย่างเพิ่งพูดว่าใช่หรือไม่ใช่ ใช้หรือไม่ใช้ ทำสิ่งปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อนแล้วค่อยๆมาปรับแก้กันตรงไหนไม่ใช่เปลี่ยนวืดวาดๆแล้วอะไรๆจะดีขึ้น เป็นไปไม่ได้ ขอให้ระมัดระวังในการแก้ปัญหาภาคใต้ ทุกอย่าง ทุกมิติ ทั้งในและต่างประเทศ สากล ใครพูดอะไรต้องรับผิดชอบ จำเอาไว้ อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดคงเป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหา ทำความเข้าใจซึ่งตนขอยืนหยัดในฝ่ายความมั่นคงว่า เรายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เขตการปกครองพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
"ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบภาคใต้ดูเหมือนว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่กำลังพลของเราไปดูแลคนที่ไปร่วมงานวันมาฆบูชา ซึ่งได้มีการกวดขันเพราะมีการรวมพลเป็นจำนวนมาก รู้สึกโล่งใจที่ประชาชนปลอดภัย แต่ปรากฎว่าหลังจากที่กำลังพลกลับจากการดูแลประชาชนแล้ว เดินทางกลับฐานก็มีการวางระเบิด เสียชีวิต 4 นาย จึงได้สั่งการให้กำลังพลมีความระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงดูแลเรื่องพิธีศพ และครอบครัวผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด ภาระผู้บังคับหน่วยทุกคนคือความห่วงใย ลูกน้องที่เสียชีวิต และ บาดเจ็บ เดือดร้อนทุกคน ซึ่งได้แต่ภาวนาให้เขาปลอดภัย และย้ำเตือนให้เขาระมัดระวังตัว ทั้งนี้ได้เรียนไปกับนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไปแล้วในการหาอุปกรณ์ให้กับกำลังพลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงกล้อง ซีซีทีวี เทคโนโลยี อุปกรณ์ที่ทันสมัยซึ่งท่านก็รับปากมาว่าจะดูแลให้มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเหตุการณ์ที่มีกำลังพลเสียชีวิต 4 นาย นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รมว.กลาโหม ฝากความห่วงใยมากับตนให้ไปแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และเพิ่มความระมัดระวังให้ดีขึ้น โดยนายกฯสั่งการมาจากต่างประเทศ ซึ่งตนได้แจ้งไปทางกองทัพภาคที่ 4แล้วเพื่อให้เขามีขวัญและกำลังใจที่ดี" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



