ข่าว

นกแก้ว...

นกแก้ว...

08 มี.ค. 2555

นกแก้ว...: กระจกเงา โดย อัศศิริ ธรรมโชติ

   “นกแก้วจับกิ่งกาหลงพลอด
   ว่าสาวรักสาวกอด ดังคนสอน”
 
            จากบทละครเรื่องอิเหนานี้ได้บอกความหมายถึงนกแก้วเอาไว้ชัดเจนว่า สอนให้พูดอย่างไรนกแก้วก็จะพูดอย่างนั้น ดังนั้นอย่าแปลกใจว่านกแก้วก่อนพูดจะต้องมี “สคริปต์” ก่อน
 
            ในตำรานก บอกว่านกเป็นสัตว์ที่มีอยู่ทั่วไปในโลกนับแต่ขั้วโลกเหนือจนขั้วโลกใต้ นับแต่เขตร้อนจัดจนถึงหนาวจัด ไม่มีส่วนไหนในโลกนี้ที่จะไม่มีนกอาศัยอยู่ นกส่วนใหญ่เกือบทุกชนิดบินได้
 
            เหตุที่นกบินได้ก็เพราะเกิดมามีปีก ขน และมีกระดูกกลวง เบา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกมีกล้ามเนื้อใหญ่และแข็งแรงมากในการกระพือปีก จึงสามารถ “บินทัวร์” ไปไหนมาไหนในท้องฟ้าได้อย่างสบาย
 
            นกที่บินไม่ได้มักจะเป็นนกใหญ่มีน้ำหนักตัวมาก อย่างเช่นว่า นกกระจอกเทศ นกอีมู นกกีวี เป็นต้น ส่วนนกเพนกวินนั้น ก็มีปีกเอาไว้สำหรับว่ายน้ำอย่างเดียว
 
            นกมีสีสัน และเสียงร้องต่างกัน ว่านกบางชนิดเปลี่ยนสีและขนไปได้ตามฤดูกาล เช่นหน้าร้อนสีหนึ่ง หน้าหนาวอีกสีหนึ่ง มีทั้งขาว ดำ แดง เหลือง นกบางชนิดร้องเพลงได้และสอนให้พูดได้
 
            นกที่พูดได้ก็มีอย่างเช่น นกสาลิกา นกขุนทอง นกแก้ว เป็นต้น
 
            ว่านกที่พบในเมืองไทยมีไม่น้อยกว่า 200 ชนิด แต่นกแก้วร่วมสมัย เพราะในเมืองไทยมีเรื่อง “ทัวร์นกแก้ว” นกแก้วจึงเป็นนกที่คนไทยสนใจและควรเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง
 
            นพ.บุญส่ง เลขะกุล ได้เขียนเรื่องนกแก้วเอาไว้ในหนังสือสารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า เฉพาะนกแก้วในโลกนี้มีชนิดต่างๆ กันประมาณได้ 500 ชนิด นกแก้วเป็นนกปากงุ้มมีสีแดง และส่วนใหญ่ทั่วตัวจะมีสีเขียว นอกจากนกแก้วมาคอว์ ที่เป็นนกแก้วใหญ่มีหลายสีฉูดฉาดสวยงามบาดตา และเศรษฐีชอบเลี้ยง
 
            นกแก้วไทยส่วนมากตัวเล็ก หางยาว และมีขนสีเขียว มีอยู่ 4 ชนิด ได้แก่ นกแก้วใหญ่หรือนกแก้วโม่ง นกแก้วแขกหรือนกแก้วอกแดง นกแก้วกะลิงหรือนกแล และนกแก้วพม่าหรือว่านกแก้วหัวเทา
 
            ในบรรดา 4 ชนิดนี้นกแก้วใหญ่หรือนกแก้วโม่งมีขนาดใหญ่ที่สุดและสามารถสอนให้พูดหรือว่าเลียนเสียงคนได้เก่งและง่ายกว่านกแก้วชนิดอื่น นกแก้วชนิดนี้พูดได้ประโยคยาวๆ ถึง 5-6 พยางค์ก็มี
 
            การสอนให้นกแก้วพูด นพ.บุญส่ง เลขะกุล ได้แนะไว้ดังนี้ว่า
 
            “การสอนให้มันพูด ควรเก็บไว้ในที่เงียบๆ แล้วจึงหมั่นพูดคำที่ต้องการให้มันหัดพูดบ่อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายๆ วันจนกว่ามันจะพูดได้ ระวังอย่าพูดคำอื่นให้ได้ยินบ่อยนัก จะทำให้มันจำสับสน”
 
            ใครที่ฝึกนกแก้วอยู่ก็โปรดจำไว้ด้วยครับ นกแก้วจะได้ไม่สับสน
 
            มีนิทานตลกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับนกแก้ว ความว่าขณะที่ผัวเมียคู่หนึ่งกำลังพิจารณาดูภาพเขียนของจิตรกรผู้มีชื่อเสียงอยู่ภายในร้านขายภาพเขียน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อดีหรือไม่นั้น
 
            “ภาพนี้ต้องเป็นของจริงแน่ๆ เธอว่ามั้ย” ผัวเปรยขึ้นกับเมีย
 
            “ไม่ต้องสงสัยละ” นกแก้วตัวหนึ่งในร้านขายภาพเขียนร้องขึ้นมาจากกรงที่แขวนอยู่ใกล้ๆ กัน
 
            ภายหลังจากที่ได้ตัดสินใจซื้อภาพเขียนรูปนี้มาพร้อมกับเจ้านกแก้วตัวนี้แล้ว วันหนึ่งขณะที่กำลังพิจารณาดูภาพเขียนที่ติดอยู่กับฝาบ้านอย่างละเอียดรอบคอบไปมาอีกครั้งแล้ว ผัวก็เริ่มเอะใจ
 
            “ภาพนี้น่าจะปลอม ท่าเราจะถูกหลอกซะแล้ว” ผัวเปรยขึ้นกับเมีย
           
            “ไม่ต้องสงสัยละ” เจ้านกแก้วร้องออกมาจากกรงที่แขวนอยู่ใกล้กัน
 
            นิทานเรื่องนี้สอนว่า ประสานกแก้วก็ชอบพูดเจื้อยแจ้วไปอย่างนั้นแหละครับ จะเอาแน่อะไรได้