ข่าว

ศาลให้ประกันฝาแฝดต่อย'วรเจตน์'

ศาลให้ประกันฝาแฝดต่อย'วรเจตน์'

08 มี.ค. 2555

ศาลให้ประกัน หลังสั่งจำคุก'ฝาแฝด'มือชก'วรเจตน์' 6 เดือน รับสารภาพลดโทษเหลือ 3 เดือน ไม่รอลงอาญา ด้านแฝดพี่ อ่วมเจอข้อหาผิด พรบ.อาวุธปืน โดนคุกอีก 10 เดือน

            8 มี.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รองผกก.สส. สน.ชนะสงคราม ได้นัดหมายให้ นายสุพจน์ ศิลารัตน์ และนายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี ฝาแฝดพี่น้อง ชาว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ มาพบพนักงานสอบสวน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้ง 2 คน ขึ้นรถกระบะของ สน.ชนะสงคราม ไปส่งที่ศาลแขวงดุสิต

            พ.ต.อ.จักรภพ สุคณธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยถึงกรณี การขอใบอนุญาตในการครอบครองอาวุธปืน หรือใบป.4 โดยอ้างว่าเป็นอาสมสมัครทหารพราน ว่า ทาง สน.ชนะสงคราม คงไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี ในเรื่องการปลอมเอกสารในการขอใบ ป.4 เนื่องจากผู้เสียหายคือทาง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่ ทางทั้ง 2 มาทำการยื่นเอกสารเพื่อขอใบดังกล่าว คงเป็นหน้าที่ของทาง อ.ธัญบุรี เป็นผู้เข้าแจ้งความ ที่ สภ.อ.ที่เกิดเหตุ

             ด้าน พ.ต.ท.ณฐกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 2ไม่มีชื่ออยู่ในสารบบของอาสาสมัครทหารพราน 26 จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเสมือนเป็นการแจ้งเท็จกับเจ้าหน้าพนักงาน ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.ท.ณฐกร พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้นำตัว นายสุพจน์ และนายสุพัฒน์ มารายงานตัวกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวงดุสิต ถนนตลิ่งชัน จากนั้นพนักงานอัยการได้นำทั้งสองไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 - 2 ต่อศาลแขวงดุสิต ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

             โดยคำฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองได้ไปดักรอ และรุมชกทำร้ายนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ เนื่องจากมีสาเหตุโกรธเคืองที่ผู้เสียหายแสดงความคิดเห็นทางวิชาการเกี่ยวกับการเรียกร้องให้แก้ไข กฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงร่วมกันใช้รถจยย.1 คันเป็นพาหนะเพื่อไปดักรอทำร้ายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยชกต่อยนายวรเจตน์ หลายครั้ง ทำให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณโหนกแก้มขวา หน้าผาก และคางด้านซ้าย และมีเลือดออกจมูก ก่อนหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถ หน้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

             ทั้งนี้ อัยการโจทก์ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา295 และให้นับโทษต่อนายสุพจน์ จำเลยที่ 1 ในคดีแดง 1336/53 ของศาลอาญา คดีกระทำผิด พ.ร.บ. อาวุธปืน ในพื้นที่ สน.ดอนเมือง ที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 7 เดือน แต่รอการลงโทษไว้ สอบถามจำเลยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพ

             ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุกจำเลยคนละ 6 เดือน คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยไว้คนละ 3 เดือน ในส่วนของนายสุพจน์ จำเลยที่ 1 ให้บวกโทษคดีกระทำผิด พรบ.อาวุธปืน คดีแดง 1336/53 ของศาลอาญาที่รอการลงโทษไว้ 7 เดือน รวมจำคุก นายสุพจน์ ไว้ 10 เดือน แต่พฤติกรรมของจำเลย ทั้ง 2 เป็นนักเลงอันธพาล ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง พฤติการก่อคดีร้ายแรงจึงไม่รอการลงโทษ

             ต่อมาญาติของทั้งสองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 5 หมื่นบาท ขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์

             ทั้งนี้ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวโดยตีราคาประกันคนละ 22,000 บาท