
พบศพแล้ว2นร.เรือล่มจมกลางเจ้าพระยา
พบศพแล้วร่าง 2 นร.หญิงเรือล่มจมกลางเจ้าพระยา พ่อ-แม่สุดเศร้าเตรียมนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
8 มี.ค.55 ร.ต.ท.เทอดศักดิ์ มีจิตร์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจาก นายมาโนทย์ หมุดเงิน อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 ม.5 ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ว่า พบศพ 2 นักเรียนหญิงที่จมหายจากเหตุการณ์เรือล่มกลางเจ้าพระยาแล้ว โดยพบศพไปลอยติดอยู่ที่บริเวณท่าน้ำวัดอัมพุวราราม ม.5 ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนจะรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง แพทย์จากโรงพยาบาลสามโคก และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดอัมพุวราราม เจ้าหน้าที่พบทั้ง 2 ศพ ห่างจากจุดที่เกิดเหตุเรือล่มประมาณ 300-400 เมตร โดยพบว่า เป็นศพของนักเรียนหญิงทั้ง 2 ราย ที่จมหายไปกับสายน้ำ ซึ่งศพของ ด.ญ.มาลีวัลย์ โขสันเที๊ยะ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนสามโคก อยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อพละสีส้ม กางเกงวอร์มสีดำ ส่วนศพของ น.ส.วราภารณ์ ชูแก้ว อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ลอยอยู่ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อนักเรียนสีขาวแขนยาว กระโปรงสีน้ำเงิน หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายไห้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยกันนำร่างของ 2 นักเรียน ที่เสียชีวิตข้ามฝั่งแม่น้ำ เพื่อนำขึ้นไปชันสูตรในเบื้องต้นที่บริเวณท่าน้ำวัดสามัคคิยาราม ทั้งนี้ในเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายตามร่างกายแต่อย่างใด
จากการสอบสวน นายมาโนทย์ หมุดเงิน ผู้พบศพกล่าวว่า ตนเองมีอาชีพหาปลาขาย โดยในช่วงเช้าไปขับเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อหาปลาตามปกติ ซึ่งเมื่อขับเรือมาถึงบริเวณหน้าวัดอัมพุวราราม ได้มองเห็นร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายลอยอยู่ใกล้ๆกันบริเวณข้างกอผัดตบชวา จึงได้ขับเรือเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่า เป็นศพของนักเรียนที่หายไปในเหตุการณ์เรือล่ม เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
นายเอกชัย โขสันเที๊ยะ อายุ 30 ปี พ่อของ ด.ญ.มาลีวัลย์ อายุ 14 ปี กล่าวว่า ลูกสาวของตนเองนั้นกลัวน้ำมากและว่ายน้ำไม่เป็น อีกทั้ง ยังเคยเกิดเหตุจมน้ำมาแล้วครั้งหนึ่ง จากนั้นเขาก็ไม่กล้าลงน้ำอีกเลย ซึ่งไม่ทราบว่า เหตุใดเขาจึงกล้าที่จะลงเรือข้ามแม่น้ำจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ตนเองและครอบครัวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะมีลูกโทนเพียงคนเดียว ซึ่งเมื่อพบศพแล้ว ก็จะได้นำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่วัดบัวทอง ต.บ้านปทุม ต่อไป ส่วนศพของ น.ส.วราภรณ์ นั้น ทราบว่า ผู้ปกครองของเขาจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบัวหลวง ต.เชียงรากน้อย
ด้าน พ.ต.ท.เสนาะ ทาบุญ สารวัตรเวรสอบสวนเจ้าของคดีเรือล่ม กล่าวว่า ในวันนี้เวลา 10.00 น.จะได้ควบคุมตัว นายอำนาจ นิกะดานนท์ อายุ 37 ปีอยู่บ้านเลขที่1/1ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี คนขับเรือที่เกิดเหตุ ไปขออำนาจศาลจังหวัดปทุมธานี เพื่อฝากขังและจะได้ดำเนินคดีข้อหาทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และเอาผิดกรณีไม่มีใบอนุญาตขับขี่เรือ และประกอบการเรือโดยสารไม่ได้รับอนุญาตต่อไป



