ข่าว

โจรใต้ลอบบึ้มทหารดับ4สาหัส 1

โจรใต้ลอบบึ้มทหารดับ4สาหัส 1

08 มี.ค. 2555

โจรใต้เหิมหนักลอบวางระเบิดทหารดับ 4 สาหัส 1 หลังกลับจาก รปภ ประชาชนเวียนเทียนที่รือเสาะ ด้านตำรวจยันมือระเบิดทหารดับ4 ศพที่อ.รือเสาะ ฝีมือกลุ่ม 'รอแปอิง อุเซ็ง' มทภ.4 เสียใจเหตุบึ้มที่รือเสาะทหารดับ 4 ศพ

          วันที่ 8 มี.ค.55  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 22.40 น. วันที่ 7มี.ค. ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.15321 ฉก.นราธิวาส 30 เสียชีวิต 4 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย บนถนนทางเลียบรถไฟช่วงบริเวณโค้ง  บ้านยะบะ หมู่ 2 ต.รือเสาะ  อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.สมพล ปานกุล เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 15 พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ท.กำธร ศรีเกตุ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาสเข้าตรวจสอบ
             
          ที่เกิดเหตุพบซากรถยนต์จิ๊ป สีเขียวขี้ม้า สภาพพังยับเยินเหลือแต่ซาก ขาดกระเด็นกระจัดกระจายรอบบริเวณ ห่างกันประมาณ 4 เมตร พบหลุมระเบิดขนาดลึกประมาณ 1 เมตร กว้างประมาณ 3 เมตร อยู่กลางถนน  ซึ่งเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุใส่ไว้ในถังแก๊สดับเพลิง น้ำหนักประมาณ 20 กก. คนร้ายจุดฉนวนระเบิดด้วยการลากสายไฟฟ้าซ๊อตกับแบตเตอรี่ เข้าไปในป่ายาวกว่า 100 เมตร และใต้ซากรถมีศพทหารนอนเสียชีวิต 4นาย คือ 1.สิบเอกเดชพล  โลวรรณี หัวหน้าชุด 2.สิบโท สมปอง แตสนั่น 3.พลทหารกมล  ปานทองและ 4. พลทหารสุวัฒน์  นิลปักษ์  นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส1นายคือ พลทหารสุริยา  จะชาลี ถูกนำตัวส่ง รพ.รือเสาะ
          
          จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวได้นำกำลังจำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ใช้รถยนต์ 2 คัน จากฐานร้อย ร 15321 ไปดูแลรักษาความปลอดภัย พระสงฆ์และประชาชนซึ่งประกอบพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา ที่วัดราษฏร์สโมสร หลังเวียนเทียนเสร็จได้นำกำลังกลับฐานที่ตั้ง โดยวิ่งเส้นทางด้านหลังวัด ซึ่งเป็นทางเลียบรถไฟเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นป่าที่รกทึบ2ข้างทางมืดสนิทได้มีคนร้ายกดระเบิดทันทีเสียงดังไปทั่วบริเวณสิ้นเสียงระเบิดพบว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นายและบาดเจ็บ 1 นายดังกล่าว ส่วนสาเหตุเป็นการณ์สร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

ตำรวจยันมือระเบิดทหารดับ4 ศพที่อ.รือเสาะ ฝีมือกลุ่ม "รอแปอิง อุเซ็ง"

             สำหรับความคืบหน้ากรณีคนร้ายจุดชนวนระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.15321 ฉก.นราธิวาส 30 เสียชีวิต 4 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย เหตุเกิดเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา บริเวณถนนเลียบทางรถไฟช่วงโค้งมะโยง ม.2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะนั่งรถยนต์จี๊ปกลับจาก รปภ.งานเวียนเทียนที่วัดราษฎร์สโมสร เขตเทศบาลตำบลรือเสาะ โดยหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ใช้กฎอัยการศึกเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยในละแวกจุดเกิดเหตุ จำนวน 6 หลัง แต่ไม่พบเบาะแสของกลุ่มคนร้ายแต่อย่างใด

             ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่า กลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุและรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ น่าจะมีสมาชิกแนวร่วมของกองกำลังติดอาวุธ RKK ในหมู่บ้านยะบะร่วมอยู่ด้วย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มีความชำนาญพื้นที่และรู้จุดไหนควรลงมือก่อเหตุ เพื่อง่ายในการหลบหนีและติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่หลังจากลงมือก่อเหตุร้ายแล้วเสร็จ

             ด้าน พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ ยืนยันว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เชื่อว่า ก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุนำระเบิดขว้างชนิด เอ็ม.26 ขว้างใส่ร้านน้ำชา เลขที่ 99 ม.2 ต.รือเสาะ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 55 ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้ทำให้มีได้รับบาดเจ็บ 10 ราย คือกลุ่มของนายรอแปอิง อุเซ็ง และเชื่อว่าขณะนี้ยังหลบซ่อนตัวอยู่บ้านสมาชิกแนวร่วมหลังใดหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.รือเสาะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดชุดออกไล่ล่าอย่างต่อเนื่องแล้ว

              ส่วนความคืบหน้ากรณีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย คือ พลทหารสุริยา จะชาลี อายุ 23 ปี ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ล่าสุดอาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ



มทภ.4เสียใจเหตุบึ้มที่รือเสาะทหารดับ 4 ศพ

 
          พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่า ตนเองต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของทหารผู้กล้าทั้ง 4 นาย ที่เสียชีวิต อย่างที่สุด เพื่อปกป้องแผ่นดิน และนำพาพื้นที่ไปสู่สภาวะปกติ ตนเองขอยืนยันว่า จะใช้ความสามารถของทุกๆคน ที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ และเร็วที่สุด สำหรับญาติของคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ท่านก็มีหน้าที่ ที่จะชักนำคนกลุ่มนี้กลับมามอบตัวตามกระบวนการยุติธรรม
 
          “สำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปอย่าไปตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเราจะมีความพยายามใช้กฎหมายบังคับ เพื่อความเป็นธรรม และให้โอกาสกลุ่มคนที่เข้าไปต่อสู้เพราะความหลงผิด ได้กลับเข้ามาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม” มทภ. 4 กล่าว
 
          แม่ทัพภาค 4 ยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีในช่วงนี้ที่เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่นั้น สืบเนื่องมาจาก ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้มาออกแผนเพื่อการปฎิบัติงานอย่างจริงจังกับผู้ก่อเหตุ จึงมีการตอบโต้ อย่างเช่นเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมาก็มีการปะทะกันกับฝ่ายตรงข้าม เกิดความสูญเสียของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งกรณีนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ได้ไปทำความเข้าใจกับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ซึ่งยังเป็นเด็กอายุ 18-19 ปี ที่ไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามตนเองและส่วนที่รับผิดชอบ พยายามที่จะดำเนินการกดดันคนที่ต่อสู้กับรัฐด้วยอาวุธ ให้กับมาต่อสู้ในแนวทางอื่น