
อัลตร้าซาวน์แพนด้าลุ้นสูงตรวจพบการขยับในมดลูก
อัลตร้าซาวน์แพนด้ามีลุ้นสูง ตรวจพบการขยับในมดลูก สัตวแพทย์ยังงงเป็นหัวใจลูกหลินฮุ่ยหรือหลอดเลือดมดลูก ด้านผอ.องค์การสวนสัตว์ฯเนื้อเต้นเตรียมประสานอาจารย์สัตวแพทย์จุฬาฯอัลตร้าซาวน์ซ้ำสัปดาห์หน้า
เมื่อเวลา 10.30น. วันที่ 11 พ.ค.2552 นายโสภณ ดำนุ้ย ผอ.องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมทีมสัตวแพทย์สวนสัตว์เชียงใหม่ นำโดยสัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าประเทศไทย ได้ร่วมกันอัลตร้าซาวน์เพื่อตรวจดูการตั้งท้องของ”หลินฮุ่ย” แพนด้าเพศเมียวัย 7 ขวบ หลังสัตวแพทย์ได้ฉีดน้ำเชื้อของ“ช่วงช่วง”แพนด้าเพศผู้เข้าผสมเทียมไปให้เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา และมีอาการบ่งบอกหลายอย่างที่ส่อเค้าว่ากำลังตั้งท้อง คือ ระดับฮอร์โมนสูง เบื่ออาหารแต่นอนมากขึ้น
ในการตรวจอัลตร้าซาวน์ครั้งนี้ “หลินฮุ่ย”อยู่ในอาการที่ง่วงนอนอย่างหนัก ระหว่างที่ทีมสัตวแพทย์นำอุปกรณ์อัลตร้าซาวน์มาตรวจวัดตามร่างกายอยู่นั้น “หลินฮุ่ย”ไม่มีทีท่าแสดงอาการหงุดหงิดอาละวาดแต่อย่างใด โดยทีมสัตวแพทย์ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงทำการอัลตร้าซาวน์แล้วเสร็จ จากนั้นนายโสภณ พร้อมทีมผู้บริหารสวนสัตว์เชียงใหม่จึงได้ออกมาร่วมกันแถลงข่าวในห้องประชุม
นายโสภณ เปิดเผยว่า จากการตรวจอัลตร้าซาวน์ดูมดลูกของ "หลินฮุ่ย"เราพบบางสิ่งที่มีการขยับคล้ายการเต้นของหัวใจ แต่ภาพที่ปรากฏยังไม่ชัดจึงทำให้ยังแยกไม่ออกว่าสิ่งที่พบเห็นนั้นจะเป็นหลอดเลือดของมดลูกที่มีการขยายขนาดขึ้นหรือเป็นหัวใจของเจ้าตัวน้อยทายาทแพนด้าตัวใหม่กันแน่ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นตัวอ่อนจากการตั้งครรภ์ของ“หลินฮุ่ย”100%หรือไม่ แต่มีความเป็นไปได้สูงมาก เนื่องจากตลอดช่วงระยะ 2 เดือนที่ผ่านมาการตรวจวัดระดับฮอร์โมนยังอยู่ในระดับที่สูงอย่างต่อเนื่องจาก 200 กว่าเป็น 400 กว่า และมดลูกมีการขยาย จากเดิมที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 1 เซนติเมตร แต่ขณะนี้ขยายเป็น2-3 เซนติเมตรซึ่งชี้วัดได้ว่า“หลินฮุ่ย”นั้นผ่านพ้นช่วงของการท้องเทียมไปแล้ว
ดังนั้น เพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น ทางสวนสัตว์จึงมีความจำเป็นจะต้องประสานขอความร่วมมือจากอาจารย์ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการทางด้านการอัลตร้าซาวน์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาช่วยอัลตร้าซาวน์ดูอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ทราบผลที่แน่ชัดต่อไป
สพญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการติดตามผลการตั้งท้องของแพนด้าเพื่อให้ได้สมาชิกใหม่นี้ ตามหลักแล้วหลังจากนี้จะทำการอัลตร้าซาวน์ทุก ๆ 2 สัปดาห์จนกว่าจะตรวจพบลักษณะของตัวอ่อน ซึ่งการทำอัลตร้าซาวน์นั้นต้องทิ้งระยะเพื่อไม่ให้ไปรบกวนพฤติกรรมของ“หลินฮุ่ย”ซึ่งขณะนี้นอนหลับบ่อยหงุดหงิดง่าย ระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นทำให้ชอบเข้าไปอยู่ในกรงมากกว่าออกมาอยู่ที่ส่วนจัดแสดงเช่นเคย รวมทั้งยังมีอาการเบื่อไผ่ เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มแอปเปิ้ล แครอทและเสริมโปรตีนสำเร็จรูปแบบที่ใช้ในคนให้เพื่อป้องกันการขาดโปรตีน
สำหรับระยะของการคลอดหลังจากการตรวจพบตัวอ่อนในครรภ์ของแพนด้านั้นมีกำหนดเวลาที่ไม่แน่นอน อย่างที่ประเทศจีนเคยพบตัวอ่อนก่อนคลอดแค่เพียง 1 เดือน บางครั้งเมื่อพบตัวอ่อนแล้ว แพนด้าแต่ละตัวอาจจะตั้งท้องต่ออีก 1เดือน 3 เดือน 5 เดือนไปจนถึง 1ปีจึงจะคลอด แต่โดยเฉลี่ยแล้วหากพบตัวอ่อนแพนด้าจะตั้งท้องนานประมาณ 4-5 เดือนจึงจะคลอดสมาชิกใหม่ออกมา



