
ศิลปวัฒนธรรม:จาก'แก้ว-ดิน'สู่วิจิตรศิลป์ไทย
ศิลปวัฒนธรรม : จาก 'แก้ว-ดิน' สู่ วิจิตรศิลป์ไทย
เป็นโอกาสดีของพี่น้องชาวไทยที่จะได้ร่วมสืบสานศิลปะไทย พร้อมยลโฉมความสวยงามวิจิตรบรรจงของผลงาน จากศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน นิทรรศการศิลปะแก้วและดิน ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ" ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ จัดขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อโครงการศูนย์ศิลปาชีพฯ
นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานหัตถภัณฑ์ชั้นสูงของช่างฝีมือศิลปินไทยที่ได้สร้างชื่อเสียงและความประทับใจแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 3,000 ชิ้นจาก 3 แผนก ได้แก่ แผนกช่างเป่าแก้วและแผนกช่างเจียระไนพลอย แผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผา และแผนกช่างปั้นตุ๊กตาชาววัง นำเสนอชิ้นงานอันเลอค่าอย่าง กระบวนพยุหยาตราชลมารคจำลอง จำนวน 52 ลำ ผลิตภัณฑ์นกยูงเจียระไนแก้วคริสตัล และนกยูงแก้วจำลองงานทองคำจากสวนจิตรลดา
อ.ปกรณ์ สิงชา อาจารย์ประจำแผนกแผนกช่างเป่าแก้วและแผนกช่างเจียระไนพลอย เจ้าของชิ้นงานชุด "กระบวนพยุหยาตราชลมารคจำลอง จำนวน 52 ลำ" กล่าวว่า ผลงานชิ้นดังกล่าวใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 4-5 เดือน มีรายละเอียดเสมือนกระบวนเรือจริง มีการสลักโขนเรือเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ในเทพนิยาย อาทิ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ถือได้ว่าเป็นงานชิ้นแรกและชิ้นเดียวไม่ซ้ำใครและมีเอกลักษณ์เฉพาะ จึงอยากฝากถึงคนรุ่นหลังให้ช่วยอนุรักษ์ศิลปะเหล่านี้เอาไว้เพื่อลูกหลานมีโอกาสได้เห็น โดยจะตั้งใจบ่มเพาะผลงานศิลปะของไทยให้อยู่คู่ยุคสมัยและเผยแพร่เกียรติภูมิช่างฝีมือไทยให้กว้างไกลต่อไป
ในขณะที่ แผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผา ได้นำผลงานชุด "เทิดพระเกียรติ 84 พรรษามหาราชา" ร่วมด้วยชิ้นงานเลอค่ามาจัดแสดงและจำหน่ายที่ได้รวบรวมชิ้นงานประติมากรรม อาทิ แจกันทรงสูงแกะลายและฉลุลาย แจกันลายเอนโกบ ด้วยการนำน้ำดินสีมาทาบนชิ้นงานแล้วสลักให้เป็นลวดลายตามต้องการ อีกทั้งแจกันใบไม้ 3 ฤดู และกระถางต้นไม้ฉลุลาย เครื่องปั้นดินเผาประเภทหัตถกรรมร่วมสมัย ในคอนเซ็ปต์ "รักษ์ธรรมชาติ" สร้างผลงานด้วยการใช้สีสันที่โดดเด่น แต่สบายตาโดยอาศัยสีเขียวที่สื่อถึงธรรมชาติ
ด้าน อ.พนม เสมาทอง อาจารย์ประจำแผนกเครื่องปั้นดินเผา และเจ้าของผลงาน เผยว่า ผลงานชุดนี้เป็นการรังสรรค์งานปั้นดินเผาต่อกัน 9 ชิ้น 9 เทคนิค สะท้อนแนวคิดเล่าเรื่องราวเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วง ใน 9 ชั้น เริ่มจาก ช่วงชั้นดิน ช่วงชั้นน้ำ และช่วงชั้นฟ้า สะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ของคนซึ่งต้องพึ่งพาทั้ง 3 สิ่งในการใช้ชีวิต แต่ละชั้นจะอธิบายความหมาย โดยการไล่เรียงสี และแกะสลักภาพปลา ต้นไม้ และเมฆ เพื่อแบ่งแยกชั้น ศิลปะการปั้น ถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่ไม่มีอะไรถูกและผิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจินตนาการบวกกับอารมณ์ของศิลปินที่จะแสดงออกมา เพราะฉะนั้นงานทุกอย่างจะถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานที่ดีได้ จึงต้องพึ่งจินตนาการที่จะนำพาไปสู่การรังสรรค์ผลงานชิ้นพิเศษ
ในส่วนของแผนกช่างปั้นตุ๊กตาชาววัง ได้นำผลิตภัณฑ์ภายใต้ทฤษฎีพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาจัดแสดง อาทิ ตุ๊กตาการละเล่นของเด็กไทย และชุดผลิตภัณฑ์ความซุกซนของเด็กไทย ศิลปะจากดินเหนียว ที่นำมาถ่ายทอดเรื่องราวเมื่อครั้งยังเยาว์วัย จำลองออกมาเป็นภาพที่สะท้อนเมื่อวันและคืนวันเก่าๆ ที่ผ่านมา ชุดผลิตภัณฑ์ทอดแหจับปลา ศิลปะปั้นด้วยมือที่สะท้อนถึงแนวคิดวิถีการดำรงชีวิตแบบไทยๆ ที่อาศัยแม่น้ำลำคลองน้อยใหญ่ในการหาปลาเพื่อยังชีพ สามารถพึ่งตนเองและเลี้ยงดูครอบครัวได้ และชุดผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจพอเพียง นำดินเหนียวมาร้อยเรื่องราวเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงที่มีการดำเนินที่เรียบง่าย พออยู่พอกิน
นอกจากนี้ภายในงานยังจัดให้มีการสาธิตงานฝีมือจากทั้ง 3 แผนกของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ ให้แก่ผู้สนใจทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ขอเชิญผู้สนใจร่วมชม และร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์จากความตั้งใจในงาน "นิทรรศการศิลปะแก้วและดิน ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ" ตั้งแต่วันนี้จนถึง 11 มีนาคมนี้
............................
(ศิลปวัฒนธรรม : จาก 'แก้ว-ดิน' สู่ วิจิตรศิลป์ไทย)



