ข่าว

อยากปรองดองกันจริงหรือ

อยากปรองดองกันจริงหรือ

08 มี.ค. 2555

อยากปรองดองกันจริงหรือ : คอลัมน์เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดย นายประชา ช้ำชอก

          ในที่สุด เมื่อวันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ คณะรัฐมนตรีก็ได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงาน ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ ปคอป. ในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ระหว่างปีพ.ศ.2548-2553 จำนวน 2,000 ล้านบาท

          โดยกรณีเสียชีวิต มีการกำหนดวงเงินเยียวยาตามหลักมนุษยธรรม รายละ 7.5 ล้านบาท

          การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ต้องถือเป็นเพียงข้อเสนอแนะหนึ่งเท่านั้น ที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติหรือ คอป. เสนอเป็นหลักการเอาไว้ ให้ ปคอป.หยิบยกไปผลักดัน จัดทำรายละเอียดออกมาเป็นตัวเลข

          ทั้งนี้ โดยมีเจตนาและเป้าหมาย คือ ความปรองดองของคนในชาติ

          ดังนั้น จึงอย่าได้คิดหวังเลยว่า ลำพังการเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบทางการเมืองแล้วจะก่อให้เกิดความปรองดองขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ในทางตรงกันข้ามดูเหมือนว่า การที่ ปคอป.เลือกจะหยิบยก นำเอาข้อเสนอแนะเพียงข้อใดข้อหนึ่งไปดำเนินการ กลับรังแต่จะขยาย หรือสร้างปมปัญหาเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปเสียอีก

          แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น การนำเอาข้อเสนอแนะของ คอป.ไปปฏิบัติ ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมด ไม่อาจจะนำมาซึ่งความปรองดองไปได้เลย ตราบเท่าที่คู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายซึ่งเห็นความไม่ปรองดองเป็นโอกาส ต้องการธำรงปัญหาเอาไว้ หรืออยากจะเพิ่มพูนความขัดแย้งมากยิ่งขึ้นไป โดยไม่ปรารถนา ไม่ประสงค์ที่จะเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้

          หากไม่ได้มีจิตสำนึกถึงความปรองดองเสียแล้ว ต่อให้เยียวยาร้อยล้านพันล้าน ต่อให้ลากคอใครมารับผิดชอบ หรือจะกราบขอโทษขอโพยกันอย่างไรก็ตามที ไม่มีวันที่สังคมไทยจะกลับคืนสู่ความเป็นปกติสุข ปรองดองได้

          ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่า ขณะนี้ มีใคร ฝ่ายไหน ต้องการความสมัครสมานสามัคคี ปรองดองบ้าง นอกเหนือไปจาก ประชาชนชาวบ้าน สามัญชนคนทั่วไป ซึ่งไม่ได้สวมเสื้อเหลือง ไม่ได้ใส่เสื้อแดง ไม่ได้อยู่ฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นรัฐบาล

          เป็นแต่เพียงพลเมืองไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง ถูกผูกขาดปู้ยี่ปู้ยำจากนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ฯลฯ คนเหล่านี้นี่แหละที่เที่ยวคร่ำครวญ เพรียกหา ต้องการเห็นความปรองดองในสังคมไทย

          ขณะที่ความขัดแย้ง หรือการไม่ปรองดอง ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหา หรือรักษาอำนาจรัฐ บางคนก็นำไปทำมาหากินสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับตัวเอง ปะเหมาะเคราะห์ร้ายของประเทศชาติบ้านเมือง แต่ถือเป็นเคราะห์ดีของตัวเอง ได้นั่งเก้าอี้อำมาตย์เป็นรัฐมนตรีเสนาบดีปูนบำเหน็จตอบแทน

          ส่วนมวลชนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง หรือเสื้อเหลือง มีใครได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง การไม่ปรองดองดังกล่าวก็เปล่าเลย นอกจากจะตกกลายเป็นเครื่องมือของเหล่าบรรดานักการเมือง ไม่พรรคการเมืองใดก็พรรคการเมืองหนึ่ง  

          แล้วทำไม ไยจะต้องมานั่งหลังขดหลังแข็ง ด่าทอพี่น้องร่วมชาติด้วยถ้อยคำรุนแรง หรือถึงกับต้องออกมาเผชิญหน้าฆ่าฟันกันเอง เหตุใดจึงต้องเสียเลือดเนื้อ ชีวิตเพื่อนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็น "ทักษิณ" หรือ "อภิสิทธิ์" ก็ตามที

          ไม่ถูกใจ ต้องขอโทษด้วยก็แล้วกัน

 

....................

(หมายเหตุ : อยากปรองดองกันจริงหรือ : คอลัมน์เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดย นายประชา ช้ำชอก)