ข่าว

เสน่ห์สาวกาฬสินธุ์มัดใจหนุ่มเมืองจิงโจ้

เสน่ห์สาวกาฬสินธุ์มัดใจหนุ่มเมืองจิงโจ้

08 มี.ค. 2555

'พูดน้อย-ยิ้มมาก'เสน่ห์สาวกาฬสินธุ์มัดใจหนุ่มเมืองจิงโจ้ : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน //กวินทรา ใจซื่อ

                 การดูแลเอาใจใส่ คอยหาข้าว หาน้ำ ซักเสื้อผ้าและทำความสะอาดบ้านเป็นสิ่งที่  "วาสนา วงศ์จรัส" สาวกาฬสินธุ์ วัย 45 ปี ครูสอนหนังสือที่โรงเรียนบ้านหนองแดง ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา หมั่นคอยดูแล นายเคนเน็ท โอเว่น แกมเบิล วัย 64 ปี อดีตทหารและหน่วยกู้ภัยทางอากาศ ชาวออสเตรเลีย ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดซีสต์ที่แขนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้แก่ฝ่ายชายเป็นอย่างมาก

                 จากชีวิตสาวโสดเรียบง่าย สอนหนังสืออยู่กับเด็กนักเรียนมานานกว่า 20 ปี จนคิดว่า ชีวิตนี้จะไม่สร้างครอบครัวกับใคร จะอุทิศให้แก่งานสอนที่รักไปจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ และใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยการดูแลญาติพี่น้องเท่านั้น แต่มาวันหนึ่งมีชายต่างชาติคนนี้กลับเข้ามาสร้างสันให้แก่ชีวิต ทำให้ชีวิตสดใสมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นคนรักแล้ว เคนเน็ทยังคอยให้กำลังใจเมื่อต้องเหนื่อยล้าเรื่องงาน และเป็นที่ปรึกษาที่ดีในทุกเรื่องที่มีปัญหา

                "เมื่อประมาณปี 2551 คุณเคนเน็ทเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่เมืองไทย จากนั้นก็ตามมาเยี่ยมเพื่อนที่โคราช ซึ่งเพื่อนเขาเป็นสามีของน้าสาว น้าเลยแนะนำให้เราสองคนรู้จักกัน แรกๆ แทบจะพูดภาษาสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเลย น้าจะช่วยแปลให้ แล้วก็ทักทายกันแบบง่าย ๆ ครั้งแรกที่เจอกันก็รู้สึกประทับใจเขา เพราะเป็นคนสุภาพ คุยสนุก จากนั้นก็เจอกันเรื่อยๆ มีนัดชวนไปกินข้าวบ้าง เที่ยวบ้าง ทำความรู้จักกันแบบค่อยเป็นค่อยไป"

                 จากความประทับใจที่ได้เจอกันครั้งแรก ทำให้ทั้งคู่เริ่มสานสัมพันธ์ ใช้เวลาศึกษาดูใจกัน เมื่อมีเวลาว่างก็นัดพบพูดคุย กินข้าวด้วยกัน จนกลายเป็นความสนิทสนม

                เมื่อเคนเน็ทเดินทางกลับบ้านที่ออสเตรเลีย ก็ส่งจดหมายติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ การทำงานเป็นแม่พิมพ์ของชาติทำให้วาสนาแทบจะไม่มีเวลาใช้โปรแกรมสื่อสารทางอินเทอร์เนต จดหมายจึงเป็นสิ่งที่ทั้งสองคนใช้ติดต่อสื่อสารกันเมื่ออยู่กันคนละซีกโลก พร้อมกับวาสนาเริ่มเรียนรู้การใช้ภาษาอังกฤษจากเพื่อนร่วมโรงเรียนอย่างจริงจัง เพื่อให้เข้าใจถึงข้อความที่ฝ่ายชายเขียนจดหมายตอบกลับมา

                "ครั้งแรกที่เจอกันเขาพูดภาษาอังกฤษได้น้อย ผมก็จะให้กำลังใจเขาตลอด ให้อ่าน เขียนไปเรื่อยๆ ก็จะพูดได้เอง จนถึงวันนี้เราสามารถสื่อสารกันได้เข้าใจกัน ผมต้องการทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เพราะประทับใจเขามาก เป็นคนเรียบร้อย เงียบๆ ไม่ชอบพูดนินทาเรื่องคนอื่น อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ยิ้มสวย คอยดูแลเอาใจใส่คนในครอบครัวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงที่ผมไม่สบาย ต้องรักษาตัว ดูแลตัวเองไม่ได้สะดวก วาสนาจะคอยเป็นแขนเป็นขาให้ มาดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ยิ่งทำให้ประทับใจในความมีน้ำใจของเขามาก ไม่นานเลยตัดสินใจขอเขาแต่งงาน เพราะคิดว่าต่างคนต่างจะช่วยดูแลซึ่งกันและกันไปจนสุดทางของชีวิต"

                การใช้วิธีเขียนจดหมายติดต่อถึงกันจะสะดวกที่สุด เพราะไม่มีเวลาไปนั่งแชท เวลาแต่ละวันหมดไปกับการสอนหนังสือ เตรียมการสอนและงานจัดการอื่นๆ แต่การเขียนจดหมายก็ช่วยให้รื้อฟื้นภาษาอังกฤษที่เคยเรียนมา ทำให้ฝึกทั้งการเขียน การอ่าน เรียนคำศัพท์ มีเวลาทำความเข้าใจกับความหมายที่เขาเขียนสื่อสารถึงเรา ซึ่งก็จะมีน้องๆ ที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษให้ตลอด

                จากนั้น "เคนเน็ท "เดินทางกลับบ้านที่ออสเตรเลีย ไม่นานเดินทางกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง เพราะเห็นว่าใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยสบายและค่าครองชีพไม่สูง สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างสบาย คราวนี้ปักหลักเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ที่โคราช ระหว่างนี้ทั้งคู่ใช้เวลาศึกษาดูใจกัน หากมีเวลาว่างก็นัดเจอใช้ชีวิตในช่วงวันหยุดด้วยกัน

               การตัดสินใจแต่งงานถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะช่วงที่เป็นโสดเห็นหลายคู่มีปัญหาชีวิตครอบครัว จึงทำให้ไม่สนใจที่จะหาใครมาเป็นคู่ชีวิต แต่ตลอดเวลาที่ศึกษาเรียนรู้กัน ทำให้วาสนามั่นใจว่าจะสามารถใช้ชีวิตคู่กับชาวต่างชาติคนนี้ได้อย่างมีความสุข

               "อยู่เป็นโสดมาตลอด เห็นชีวิตคู่ของคนอื่นๆ ที่มักจะมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง หย่าร้าง ก็ไม่ต้องการที่จะมีครอบครัวแบบนั้น คุณเคนเน็ทเขาเปรยๆ เรื่องแต่งงานก็มีบ้างที่ยังลังเล คิดอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ตกลงใจ เพราะถือว่าต่างฝ่ายต่างจะได้ดูแลกันตอนแก่เฒ่า นำบทเรียนของคนอื่นๆ มาปรับใช้กับชีวิตคู่ของเรา ตั้งใจจะประคับประคองชีวิตคู่ให้อยู่กันอย่างมีความสุขให้ได้ จากนั้นปี 53 คุณเคนเน็ทก็ขอแต่งงาน"

               กว่า 5 ปีแล้วที่ทั้งคู่ได้รู้จัก คบหาดูใจ และตกลงใจแต่งงาน ท่ามกลางญาติผู้ใหญ่คนในครอบครัวและเพื่อนบ้านที่ต่างเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งงานของทั้งคู่ ในบรรยากาศแบบประเพณีไทยอีสาน หลังจากแต่งงานเคนเน็ทซื้อบ้านที่โคราช ขณะที่วาสนาคงยืนยันกับสามีว่าต้องการทำงานสอนหนังสือเหมือนเดิม ปัจจุบันทั้งคู่ปักหลักสร้างบ้าน สร้างครอบครัวอยู่ อ.จอหอ จ.นครราชสีมา

               "ขอไปทำงานเหมือนเดิม เพราะเราทำงานมาตลอดจะให้อยู่เฉยๆ คงทำไม่ได้ ขอทำงานต่อจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ ตอนนี้วันจันทร์ถึงศุกร์ก็สอนแล้วพักอยู่บ้านพักครูที่โรงเรียน วันศุกร์กลับบ้านที่จอหอระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร โดยใช้เวลาในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์อยู่ด้วยกัน"

               หลังการแต่งงานก็มีบ้างเรื่องการปรับตัวอยู่ด้วยกัน ผมว่าภาษาเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเรียนรู้ เพราะอาจเกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสารจนทะเลาะกัน ส่วนผมในวันธรรมดาก็ไปตีกอล์ฟบ้าง เข้าสังคมบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะดูแลบ้าน ปลูก ตัดแต่งต้นไม้ ส่วนเรื่องทะเลาะกับภรรยาไม่ค่อยมี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราอยู่ไกลกัน อาทิตย์จะได้เจอกันสักครั้ง ใช้เวลาในช่วงวันหยุดให้เป็นวันที่มีความสุขมากกว่า

                "ตลอด 5 ปีมานี้ปัญหาหนักๆ เราไม่เคยเจอ มีบ้างที่เขาพูดเสียงดัง ซึ่งเราไม่ชอบ เราจะนิ่งไม่พูดอะไร พอเขาเห็นผิดสังเกตถามไม่พูด เขาก็จะถามว่าเป็นอะไร ซึ่งเขาจะบอกตลอดว่าหากมีปัญหาเราต้องคุยกันทันที เรื่องบางเรื่องอย่าเก็บเงียบไว้คนเดียว เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากบอกเขาจะได้รู้และเข้าใจ จะได้แก้ปัญหาด้วยกัน"

               ปัจจุบันทั้งสองครองคู่ฝากตัวเป็นลูกหลานย่าโม ดำเนินชีวิตเฉกเช่นเดียวกับสามีภรรยาทั่วไป ทั้งสองยึดมั่นในคำสัญญาที่มีต่อกัน จะดูแลกันตลอดไป และพยายามหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้ง เพราะเขาและเธอเชื่อว่า ปัญหาครอบครัวจะทำให้สีรุ้งแห่งความสุขมัวหมองไป

.............................
(หมายเหตุ : 'พูดน้อย-ยิ้มมาก'เสน่ห์สาวกาฬสินธุ์มัดใจหนุ่มเมืองจิงโจ้ : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน //กวินทรา ใจซื่อ)