
ผลสอบซี7บ้องหูผิดวินัยไม่ร้ายแรง
ผลสอบ 'ซี7บ้องหู' ออกแล้ว สรุป ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้หยุดรักษาตัว 2 เดือน ด้าน อ.ศุลกากร รับ สรุปผลสอบแล้ว เผย ตั้งกก.คนนอก ตรวจสอบ-กลั่นกรองซ้ำ
กรณีนายสมบัติ ชาติชัยไวยวิทย์ นักวิชาการศุลกากร ชำนาญการระดับ 7 (ซี 7) ของกรมศุลกากร ที่ถูกนายศิริชัย ใหม่ชุ่ม อายุ 32 ปี พนักงานบริษัท เอเชีย ซิเคียวริตี้ เมเนจเม้นท์ จำกัด แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย ด้วยการตบบ้องหู เนื่องจากไม่พอใจ ที่ นายศิริชัย ขอใช้อุปกรณ์สแกนร่างกาย ตามระเบียบของการรักษาความปลอดภัยภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีการบันทึกคลิปวีดีโอ และเผยแพร่ผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิรค์ จนทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างอย่างกว้างขวางนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ว่า ล่าสุด การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว มีผลสรุปออกมาแล้วว่า นายสมบัติ ชาติชัยไวยวิทย์ นักวิชาการศุลกากร ชำนาญการระดับ 7 (ซี 7) ของกรมศุลกากร ผิดวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากมีอาการทางประสาท และให้หยุดรักษาตัว 2 เดือน
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า มีการวิ่งเต้นขอร้องให้ไม่มีการสอบวินัย โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากอีกไม่กี่ปี ก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว
อ.ศุลกากร รับ สรุปผลสอบแล้ว เผย ตั้งกก.คนนอก กลั่นกรองซ้ำ
ด้านนายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ ครบกำหนดเวลา 30 วันแล้วจึงได้สรุปผลการตรวจสอบ โดยข้อสรุปในเบื้องต้น ระบุว่า นายสมบัติ กระทำความผิดจริง และควรมีโทษทางวินัย แต่ไม่ร้ายแรง
ทั้งนี้ เนื่องจาก นายสมบัติ มีอาการป่วยทางจิตเป็นโรค ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ และขาดการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นควรให้หยุดงานไปรักษาตัวเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อให้หายขาดก่อนที่จะกลับมาทำงานอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกรณีดังกล่าวอยู่ในความสนใจในวงกว้าง และอาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และศักดิ์ศรีของกรม จึงได้สั่งการให้นำผลสอบดังกล่าว เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ของคณะกรรมการจริยธรรมของกรมศุลกากร ที่มีคนนอกและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขาอาชีพ โดยมีนายยุวรัตน์ กมลเวชช เป็นประธาน
"เพื่อให้มีการกลั่นกรองความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่า กระบวนการตรวจสอบของกรมศุลกากร มีการช่วยเหลือพวกพ้องกันเอง"
ทั้งนี้ หากผลสอบของคณะกรรมการจริยธรรมฯ ออกมาสอดคล้องกับผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะมีการดำเนินการตามระเบียบ และจะอนุญาตให้กลับไปรักษาตัวให้หายขาด
อย่างไรก็ตาม คงจำเป็นต้องโยกย้ายไปอยู่ในส่วนงาน ที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการให้บริการ เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น จากการควบคุมอารมณ์ของเจ้าตัวลงไป



