
'เลห์แมน บราเธอร์ส'พ้นสภาพล้มละลาย
'เลห์แมน บราเธอร์ส์' อดีตสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ หลุดพ้นจากภาวะล้มละลายแล้ว หลังเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤติการเงิน จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกเมื่อปี 2551
7 มี.ค.55 เลห์แมน บราเธอร์ส ที่เคยเป็นวาณิชธนกิจรายใหญ่อันดับ 4 ของสหรัฐและยื่นล้มละลายเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2551 ประกาศเมื่อวานว่า บริษัทพ้นสภาพล้มละลายและกลับมาเป็นบริษัทที่มีสภาพคล่องแล้ว และจะเริ่มชำระหนี้คืนให้กับบรรดาเจ้าหนี้ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ โดยขณะนี้บริษัทมีเงินสดและสินทรัพย์รวมเกือบ 65,000 ล้านดอลลาร์หรือเกือบ 2 ล้านล้านบาท สำหรับใช้ชำระหนี้ ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 7 ของมูลค่าหนี้ที่แท้จริงราว 450,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าการชำระหนี้ก้อนแรกจะมีมูลค่าราว 10,000 ล้านดอลลาร์
บริษัทจะดำเนินธุรกิจที่อาคารเดิมในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก แต่มีจำนวนชั้นลดลง เนื่องจากได้จำหน่ายทรัพย์สินไปก่อนปิดกิจการชั่วคราว ส่วนจำนวนพนักงานที่เคยจ้างไว้มาก
ถึง 25,000 คนก่อนล้มละลาย เหลือเพียง 433 คนในเดือน ม.ค.ปีนี้ จากที่เคยมีราว 735 คน ในช่วงการล้มละลาย
ก่อนการล้มละลาย เลห์แมน บราเธอร์ส มีทรัพย์สินรวม 639,000 ล้านดอลลาร์และมีสาขาในกว่า 40 ประเทศ แต่สถานะการเงินเริ่มสั่นคลอนตั้งแต่ช่วงปลายปี 2550 เนื่องจากการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือต่ำและการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ต่อมาประสบปัญหาฟองสบู่แตก ทำให้ขาดทุนติดต่อกันหลายไตรมาส จนในที่สุดในวันที่ 15 กันยายน 2551 ธุรกิจเก่าแก่ที่มีอายุ 158 ปีต้องยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งเป็นการล้มละลายครั้งประวัติศาสต์ของสหรัฐ และต้องอยู่ในสภาพล้มละลายนานถึง 3 ปีครึ่ง
การล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์สร้างความสั่นสะเทือนให้กับการเงินทั่วโลก จนรัฐบาลสหรัฐต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่ออุ้มสถาบันการเงินต่างๆ และทำให้รัฐบาลสหรัฐและทั่วโลกต่างเคลื่อนไหวเพื่อออกกฎหมายปฏิรูปข้อบังคับควบคุมการประกอบธุรกิจการเงินเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลงทุนแบบประมาทและไร้การตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติซ้ำรอยขึ้นอีกครั้ง



