
กรมน้ำเร่งฟื้นฟูแหล่งน้ำสนองแนวพระราชดำริ ในหลวง
กรมน้ำเร่งฟื้นฟูแหล่งน้ำนอกเขตชลประทาน 6,552 แห่งทั่วประเทศ สนองแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งเป้าเพิ่มความจุเก็บกักน้ำได้ถึง 834 ล้าน ลบ.ม. ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง เผยประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 3.59 แสนครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 2
นายศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำได้มีแผนเร่งบูรณะและฟื้นฟูแหล่งน้ำขนาดเล็กนอกเขตชลประทานทั่วประเทศ รวมถึง แหล่งน้ำหลักที่ชุมชนใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตรให้แล้วเสร็จภายในปี 2554 นี้ โดยมีเป้าหมาย 6 , 552 แห่ง แยกเป็น พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 , 189 แห่ง ภาคเหนือ 2 , 011 แห่ง ภาคกลาง 846 แห่ง และภาคใต้ 2 , 506 แห่ง เบื้องต้นคาดว่าจะเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในแหล่งน้ำหลักและแหล่งน้ำธรรม ชาติได้ถึง 834 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะช่วยชะลอน้ำหลากและบรรเทาความรุนแรงของปัญหาอุทกภัยได้ อีกทั้งยังใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการบริโภค อุปโภคและการเกษตรให้กับประชาชนในพื้นที่นอกเขตชลประทานได้ และช่วยบรรเทาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัย สามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้ถึง 359 , 56 ครอบ ครัว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2.19 ล้านไร่ ซึ่งนับว่าเป็นการสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำ
นายศิริพงศ์ กล่าวอีกว่า กรมทรัพยากรน้ำได้เตรียมแผนรองรับปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดู ฝนนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 1-10 ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ทั้งยังได้มีการเฝ้าระวังเพื่อเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่มตลอด 24 ชั่วโมง เน้นพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อาทิ จังหวัดเลย อุดรธานี น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย และเชียงราย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับความ เสียหายและมีความเสี่ยงภัยสูง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดจากน้ำและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมตามพื้นที่ต่างๆ
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวยังให้เจ้าหน้าที่เร่งซักซ้อมทดลองใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่มที่ได้ติดตั้งในหมู่บ้านเสี่ยงภัยในพื้นที่ลาดเชิงเขาไปแล้วประมาณ 500 หมู่บ้าน และระบบเตือนภัยน้ำท่วมที่ราบลุ่มหรือระบบโทรมาตร ที่ได้ติดตั้งแล้วในลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปี 2553 กรมทรัพยากรน้ำจะติดตั้งระบบเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่มเพิ่มเติมในหมู่บ้านเสี่ยงภัยอีกกว่า 100 หมู่บ้าน ใช้งบประมาณ 45 ล้านบาท และภายในอีก 5 ปีคาดว่าจะสามารถติดตั้งระบบเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่มได้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัย เป้าหมาย 2,370 หมู่บ้าน
“นอกจากนี้กรมทรัพยากรน้ำยังได้จัดเตรียมรถประปาสนามหรือโมบายยูนิต( Mobile Unit ) จำนวน 12 คัน เพื่อใช้ผลิตน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในช่วงน้ำท่วมด้วย ซึ่งรถประปาสนามนี้มีกำลังการผลิตน้ำดื่มสะอาดจากน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ไม่น้อยกว่า 20,000 ลิตร/คัน/วัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นได้ ” อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ระบุ



