ข่าว

'เขี้ยวหมู'มัด'ลูกจ้าง'ฆ่า'เจ๊กี'

'เขี้ยวหมู'มัด'ลูกจ้าง'ฆ่า'เจ๊กี'

07 มี.ค. 2555

'เขี้ยวหมู'มัด'ลูกจ้าง'ฆ่า'เจ๊กี' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

              "เจ๊กี" หรือ “จิตตรี สุรภัทรการกิจ” ถูกพบกลายเป็นศพอยู่บนเตียงไม้ภายในบ้านเลขที่ 151/24 หมู่ 1 ต.ปะตง อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว ตั้งอยู่ในย่านชุมชน สภาพศพสาวใหญ่วัย 47 ปี สวมเสื้อเพียงตัวเดียว ท่อนล่างเปลือยเปล่า บริเวณใบหน้ามีหมอนหนุนปิดทับ ส่วนลำคอถูกรัดด้วยสายไฟฟ้าสีดำ แขนและขาทั้งสองข้างพบรอยฟกช้ำคล้ายถูกกดอย่างแรง และบริเวณที่เกิดเหตุ พบร่องรอยคล้ายเกิดการต่อสู้ขัดขืน เนื่องจากข้าวของเครื่องใช้อยู่ในสภาพกระจัดกระจาย แต่ทรัพย์สินของเหยื่อยังอยู่ครบ อาทิ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท เงินสดกว่า 4,000 บาท มีเพียงรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน เท่านั้นที่หายไป!!
 
              เช้าตรู่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ "ดุสิต" หนุ่มวัย 29 ปี ซึ่งเป็นญาติของเจ๊กี เป็นผู้พบศพคนแรก จึงรีบแจ้งความไปยัง สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี พ.ต.อ.วัลลภ สามารถ ผกก.สภ.สอยดาว, พ.ต.ท.ราเมศ เนตรจินดา สว.สส. และ พ.ต.ท.วรรษิษฐ์ บำรุงราษฎร์ สว.กก.สส.ภ.จ.จันทบุรี พร้อมชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
              พร้อมทั้งสอบปากคำผู้พบศพคนแรก ให้การว่า "จิตตรี" เป็นเจ้าของโรงเชือดสุกร เจ้าของเขียงหมูในตลาดนัดต่างๆ ใน อ.สอยดาว ทำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งเนื้อหมูมีฐานะขั้นเศรษฐี เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และก่อนถูกฆาตกรรมเพิ่งกลับจากไปร่วมงานศพ แต่พอเช้ากลับไม่เห็นไปที่โรงเชือดสุกรเหมือนเช่นทุกๆ วัน และยังไม่สามารถติดต่อได้จึงเดินทางมาดูที่บ้าน พบประตูรั้วบ้านถูกล็อกด้วยกุญแจด้านนอก เมื่อเห็นว่าผิดปกติจึงให้เพื่อนบ้านช่วยงัดกุญแจเข้าไปภายในบ้าน พบเป็นศพเสียแล้ว
 
              พ.ต.อ.วัลลภ รีบรายงานเหตุให้ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ ผบก.ภ.จ.จันทบุรี ทราบ แล้วสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดี และระหว่างตรวจที่เกิดเหตุ ตำรวจสายตรวจ สภ.สอยดาวแจ้งมายังชุดสืบสวนว่า พบรถยนต์ของเหยื่อจอดอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตรในสภาพปิดล็อกประตูทุกด้าน ส่วนกุญแจรถยนต์ถูกทิ้งไว้บริเวณด้านหลังท้ายรถยนต์
 
              ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนพยายามตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ท่ามกลางสิ่งของเครื่องใช้ ซึ่งอยู่ในสภาพกระจัดกระจาย คาดว่าเหยื่อน่าจะต่อสู้กับคนร้าย ก่อนถูกผลักให้ล้มลงบนที่นอนเตียงไม้ หลังจากนั้นคนร้ายน่าจะพยายามข่มขืน แต่เหยื่อขัดขืน คนร้ายจึงใช้สายไฟฟ้าสีดำรัดคอ แล้วนำหมอนหนุนกดทับใบหน้าจนขาดอากาศหายใจ
 
              ระหว่างที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ชุดสืบสวนพบหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ "สร้อยคอเชือกร่มสีดำพร้อมเขี้ยวหมู" ขาดตกอยู่ และจากการสอบถามพยานแวดล้อมรวมถึงผู้ใกล้ชิด ต่างไม่เคยเห็นเหยื่อสวมใส่ จึงทำให้ชุดสืบสวนค่อนข้างมั่นใจว่าหลักฐานชิ้นนี้เป็นของคนร้าย!!
 
              "สร้อยเขี้ยวหมู" หลักฐานชิ้นนี้กลายเป็นเบาะแสสำคัญทำให้ชุดสืบสวนออกตระเวนหาข้อมูลจากชาวบ้านและคนงานชาวเขมรหลายคนที่เข้ามาทำงานรับจ้างใน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี จนกระทั่งพบชายชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นเจ้าของสร้อยเส้นดังกล่าว ให้การว่า น้องชายคือ "อี๊ดแดน หรือ อี๊ดดวง อายุ 30 ปี ขอยืมไปสวมใส่ แล้วเมื่อเช้าน้องชายเดินทางมาขอยืมรถจักรยานยนต์ป่านนี้ยังไม่กลับมา แล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้
 
              ชุดสืบสวนรีบตรวจสอบข้อมูลของ "อี๊ดแดน" พบว่าเคยเป็นคนงานของ "จิตตรี" แต่ถูกให้ออกจากงาน เมื่อชุดสืบสวนออกติดตามหาคนร้าย จนกระทั่งพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.บ้านแหลม จ.จันทบุรี จึงทำให้มั่นใจว่า คนร้ายน่าจะหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหลังจากก่อเหตุฆาตกรรม
 
              "คดีนี้มั่นใจว่านายอี๊ดแดน คือผู้ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมนางจิตตรี เพราะหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงพยานให้ข้อมูลสอดคล้องกัน ประกอบกับการสืบสวนทราบว่า ช่วงที่พนักงานสอบสวนรับแจ้งพบศพ มีพยานเห็นว่านายอี๊ดแดนข้ามพรมแดนกลับไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา และก่อนเกิดเหตุฆาตกรรมไม่กี่ชั่วโมง พยานแวดล้อมพบเห็นนายอี๊ดแดนนั่งดื่มสุราอยู่ในละแวกใกล้เคียงจุดที่เกิดเหตุ" พ.ต.อ.วัลลภกล่าว
 
              พ.ต.อ.วัลลภ กล่าวอีกว่า การสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น เชื่อว่านายอี๊ดแดน น่าจะลงมือเพียงคนเดียว ส่วนปมเหตุครั้งนี้ น่าจะเกิดจากความแค้นส่วนตัว ซึ่งปกติแล้วนางจิตตรีเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจาเสียงดังแต่มีจิตใจดี ทั้งนี้ ปกตินางจิตตรีมักพักอาศัยคนเดียวในบ้านหลังเกิดเหตุ ส่วนลูกๆ สามคนอยู่ต่างประเทศและต่างจังหวัด ส่วนประเด็นถูกข่มขืนหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่นิติเวชเสียก่อน


.............

(หมายเหตุ : 'เขี้ยวหมู'มัด'ลูกจ้าง'ฆ่า'เจ๊กี' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)