
'ผบ.ทบ.'สั่งทภ.3แก้ปัญหาหมอกควัน
'พล.อ.ประยุทธ์' สั่งกองทัพภาคที่3 ร่วมมือส่วนราชการแก้ปัญหาหมอกควัน พร้อมขอโทษแทนกำลังพล กรณีคลิปฉาวชำเราสาวมุสลิม เผยจับขังและรอดำเนินคดีอาญา
6 มี.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการ ดูแลปัญหาเรื่องหมอกควันในภาคเหนือว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 โดยมี กอ.รมน.ภาค ทำงานร่วมกับในส่วนของจังหวัด ทั้งนี้ตนได้สั่งกำชับให้กองทัพภาคที่ 3 เพิ่มมาตรการต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับส่วนราชการเพื่อแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชนินีนาถทรงเป็นห่วง แต่ปัญหาก็คือประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะในเรื่องของการเตรียมการเพาะปลูก ดังนั้นจึงต้องพยายามทำความเข้าใจ ซึ่งหากมีการละเมิดเผาป่าก็จะต้องมีการดำเนินคดีไม่เช่นนั้นก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ และอีกประการหนึ่งควันไฟส่วนหนึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กองทัพบกได้ประสานงานไปยังผู้ช่วยทูตประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยกันดูแลเรื่องนี้เพราะมีผลกระทบทั้ง 3 ประเทศ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม การท่องเที่ยวก็มีปัญหา การขนส่งทางอากาศยานก็ทำไม่ได้ ซึ่งประชาชนที่อยู่ตามป่าเขาในพื้นที่สูง ๆ เขาไม่ทราบถึงปัญหาเราก็จะต้องมีการแก้ไขปัญหาให้ได้ และสิ่งสำคัญเจ้าหน้าที่ไม่พอเพียง และอากาศยานของเราก็มีอยู่อย่างจำกัด เพราะจุดไฟครั้งหนึ่งเป็น 100 จุด กองทัพขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ตนไม่อยากไปตำหนิสิ่งใดที่มีผลกระทบต่อประเทศ ทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบการอยู่ร่วมกันต้องถอยทีถอยอาศัยว่าทำอย่างไรไม่ให้ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น เราจะต้องกลับมาทบทวนในการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกับเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ
'ผบ.ทบ.'ขอโทษแทนกำลังพลกรณีคลิปฉาวชำเราสาวมุสลิม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปกำลังพลภาคใต้กำลังกระทำชำเราหญิงมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ว่า เรามีมาตรการในการคัดเลือกบุคคล เพื่อที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แต่ต้องเข้าใจ เมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้วมีความใกล้ชิด และสิ่งสำคัญต้องไปดูสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ตนก็ให้สอบสวนไปก่อน แต่สิ่งที่ผิดแน่นอนก็คือกำลังพล ซึ่งเขาไม่ควรไปยุ่ง ทั้งนี้ให้ตรวจสอบไปถึงผู้เสียหายว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ในส่วนทหารเองขณะนี้ได้ดำเนินการขั้นสูงสุด คือ จับขัง ตีตรวน ไปแล้ว ซึ่งต่อไปเป็นเรื่องของคดีอาญา ก็ถือเป็นบทเรียน แต่ขอว่าอย่านำเรื่องนี้ไปขยาย จนทำให้ใหญ่โตว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองเพศมีหลายเหตุผลด้วยกัน และเราต้องให้เกียรติฝ่ายหญิง และจะพูดอะไรไม่ได้ เพราะจะทำให้ผู้หญิงเสียหาย ผู้ชายก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นคนไปยุ่งเกี่ยว และทำให้เรื่องเกิดขึ้นมา
“เรื่องที่เกิดขึ้นทุกเรื่องในภาคใต้ กองทัพบกไม่เคยนิ่งนอนใจ และนำบทเรียนต่าง ๆ มาแก้ไข ทั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดคดีความในเรื่องใด ผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งผมจะลงโทษผู้บังคับหน่วยว่าไม่ได้กวดขัน เข้มงวดกำลังพลเท่าที่ควร แต่ต้องเห็นใจเพราะคนมีเยอะ กองพันหนึ่งมีคน 800 คน มาจากร้อยพ่อพันแม่ และไปทำภารกิจที่มีความเครียดและกดดัน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราคือขจัดคนไม่ดี และแยกออกมา พร้อมทั้งลงโทษ ก็อยากจะขอโทษแทนในส่วนของกองทัพบก และ กอ.รมน. อะไรที่เกิดขึ้นและบกพร่อง ผมในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติก็ต้องรับผิดชอบด้วยในเรื่องนี้ และต้องแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็ว” ผบ.ทบ. กล่าว
ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ทหารพรานยิงผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อเหตุการณ์ความไม่สงบเสียชีวิต 4 รายนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผลการสอบสวนคืบหน้าไป 60% จะผิด หรือ ถูก อย่างไร ในฐานะเจ้าหน้าที่เราต้องรับผิดชอบ เยียวยา และ ลงโทษ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้ปกปิด ซึ่งนโยบายของกองทัพบกต้องชัดเจนว่าต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ จะอ้างเรื่องพวกพ้อง ผลประโยชน์ไม่ได้ เพราะชีวิตผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนมีความหมายต่อครอบครัวของเขา เราเป็นผู้บังคับบัญชาจะนำลูกน้องมาเป็นหลักประกันเพื่อให้ได้ผลประโยชน์คงไม่ได้ ถ้าใครทำแบบนั้นก็เลว เป็นผู้บังคับบัญชาที่เลวสำหรับเหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณท่าเรือบาตา - กาลังกูโบร์ อ.ตากใบ จ.นราธิวาสนั้น เป็นเรื่องที่เขาต้องปรับกลยุทธ์ ยุทธวิธี ในการตอบโต้ การต่อสู้ก็ต้องมีการสูญเสีย ต้องเห็นใจกัน เมื่อมีการปรับมาตรการให้เข้มข้นขึ้นก็จะเกิดผลกระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีความปลอดภัยซึ่งถือเป็นเรื่องยาก
“แต่เราก็พยายามอย่างเต็มที่ ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะแต่ละพื้นที่แบ่งความรับผิดชอบชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบในเขตตัวเมือง ทหารจะอยู่ในวงรอบชั้นกลาง ชั้นนอก แต่บางครั้งก็มีจุดบกพร่องเพราะเขตเมืองแออัด คนมาก ทุกอย่างยังปกติ แม้จะมีกฎหมายที่หลายฝ่ายมองว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่กฎหมายนั้นไม่ได้ทำให้คนบริสุทธ์เดือดร้อน เพื่อป้องปรามคนที่ทำไม่ดี ก็ต้องขอความเป็นธรรมด้วย เพราะคนในพื้นที่ไม่ได้เดือดร้อน ก็มีอยู่ไม่กี่พวกเท่านั้นที่เดือดร้อน ซึ่งกฎหมายไม่ได้ผิด แต่ผิดที่ผู้นำไปใช้มากกว่า ถ้าใครใช้ไม่ถูกก็ต้องลงโทษไป แต่เมื่อมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงแล้วจะไปแก้ไขกฎหมาย ผมคิดว่ามันไม่ถูกต้อง แต่สามารถปรับปรุงได้ “ ผบ.ทบ. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสมาชิกวุฒิสภาต้องการให้ยกเลิก พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอร้อง และ ขอความกรุณาไห้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน เพราะการต่อสู้กับผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ใช่โจรธรรมดา คนพวกนี้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตลอดเวลา ถ้าใช้กฎหมายปกติก็เป็นเรื่องที่ทำงานได้ยาก ทั้งการทำงานด้านการข่าว ขณะนี้กฎหมายดังกล่าวที่เราใช้อยู่ คือการเข้าไปจับกุมเพื่อสอบสวน และ ขยายผล ซึ่งกฎหมายทั้งสองฉบับเอาไว้ช่วยคนดี และป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีไว้เพื่อหาข่าว สอบสวนและหาข้อมูล รวมถึงการสาวไปถึงเครือข่ายที่โยงใย ซี่งที่ผ่านมาเราก็ได้มามากมายและพยายามจับกุมด้วยกฎหมายปกติ การมีกฎอัยการศึกสามารถจับกุมได้เลย ส่วน พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องขอหมายจากศาล วันนี้ จะให้บอกว่าสถานการณ์ดีหรือเลวนั้น ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บ เสียชีวิต ไปมาก ลูกเมียก็เดือดร้อน ส่วนที่มีการกล่าวหาว่านำทหารลงไปจำนวนมากไปรบกับโจรแล้วสู้เขาไม่ได้ ขอให้ทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า ไม่ได้เอาทหารไปรบกับใคร แต่ป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ
ผบ.ทบ. ร่วมงานสถาปนา นปอ. ยันไม่ล้วงโผ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานวันสถาปนาหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) ครบรอบ 20 ปี โดยมี พล.ท. ยอดยุทธ บุญญาธิการ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ ให้การต้อนรับ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ให้โอวาทกับกำลังพลของ นปอ.ในตอนหนึ่งว่า นปอ. ถือเป็นหน่วยที่มีความสำคัญ สร้างชื่อเสียง เกียรติประวัติให้กับกองทัพบก โดยเฉพาะความช่วยเหลือบรรเทาประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เป็นการแสดงให้เห็นว่าเราเป็นทหารของประชาชน เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในปัจจุบันเราพยายามทำให้ดีที่สุดกับทุกหน่วย ทุกเหล่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและยุติธรรมให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นขอให้ผู้บังคับบัญชา ดูแลในเรื่องการปรับเลื่อนยศ ปรับย้ายให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด ตนขอยืนยันว่ากองทัพบกจะทำตามที่คณะกรรมการได้จัดสรรขึ้นมา จะไม่เข้าไปวุ่นวายหรือยุ่งเกี่ยว ยกเว้นในเรื่องของความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ขอให้มีกำลังใจในการทำหน้าที่ ตำแหน่งในกองทัพบกไม่ได้มีมาก ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมในการเติบโตในกองทัพ แต่จะต้องพยายามถ้าไม่ได้ อย่าหมดหวัง แต่ต้องทำให้มากขึ้น สิ่งสำคัญคือการได้ทำประโยชน์หรือตอบแทนแผ่นดินอย่างไร



