ข่าว

บุหรี่กานพลูระบาดหนักภาคใต้ชี้เสี่ยงมะเร็ง

บุหรี่กานพลูระบาดหนักภาคใต้ชี้เสี่ยงมะเร็ง

06 มี.ค. 2555

พบบุหรี่กานพลู กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่วัยรุ่น และกลุ่มเยาวชนทางภาคใต้ของประเทศไทย ทั้งๆ ที่มีพิษภัยไม่ต่างไปจากบุหรี่โดยทั่วไป โดยเฉพาะสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง

                6 มี.ค.55 น.พ.วิรัช เกียรติเมธา นายแพทย์งานสาธารณสุขจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า  ขณะนี้บุหรี่กานพลู กำลังกลับมาเป็นที่นิยมแพร่หลายอีกครั้งในหมู่วัยรุ่น  และกลุ่มเยาวชนทางภาคใต้ของประเทศไทย  ซึ่งมีการกระจายไปยังหลายพื้นที่ รวมทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ด้วย  ทำให้ตลาดบุหรี่กานพลูเติบโตอย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้นราว 60 %  ทั้งในประเทศไทยอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย  แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เยาวชนสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าในหมู่บ้าน และมีราคาถูกกว่า บุหรี่ทั่วไป

                ทั้งนี้ บุหรี่กานพลู มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย  มีการลักลอบนำเข้าเป็นเวลาหลายปี และมีการผลิตหรือส่งออกจำนวนมาก  ปัจจุบันมียี่ห้อใหม่เข้ามาตีตลาดและมีลูกเล่น  เช่น ใส่เม็ดมินต์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์สวย ทันสมัย เน้นสีสันสดใส  หรือทำเป็นกล่องลิปติกพกพาง่ายสำหรับผู้หญิง  และทำกล่องขนาดเล็กสำหรับเยาวชน มีรสชาติหลากหลาย จูงใจวัยรุ่น

                สำหรับกลยุทธ์ในการขายนั้น จะมีทั้งแบบขาย 3-4 มวน ในราคา 20 บาท  หรือแม้แต่จัดทำแพกเกจแบบผสมรวมบุหรี่หลายรส  เพื่อทำให้กลุ่มวัยรุ่นยิ่งเข้าถึงได้ง่าย เพราะขายราคาถูก  แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่ง ก็คือ มีการโฆษณาด้วยคำว่า ไมด์, ไลท์, นิโคตินต่ำ และทาร์ต่ำ  ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และทำให้ผู้สูบหลงเชื่อว่าเป็นบุหรี่ปลอดภัย หรือมีพิษภัยน้อยกว่าบุหรี่อื่นๆ

                อีกทั้ง บุหรี่กานพลู จะผลิตจากใบยาสูบ 60 % และมีกานพลู 40 %  โดยมีสาร eugenic ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ ปล่อยกลิ่นหอม รสเย็นเมื่อสูบ  ซึ่งจะทำให้หลอดลมของผู้สูบชา จึงไม่สำลัก และสามารถสูบควันลึกลงไปส่วนลึกของปอด ทำให้โอกาสที่เด็กจะติดบุหรี่จึงมีสูง  หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จึงสั่งห้ามนำเข้า  เนื่องจากบุหรี่ดังกล่าวมีสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตรายมาก  ไม่ว่าจะเป็นสารนิโคติน ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ หรือทาร์  ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งมากกว่าบุหรี่ทั่วไป 

                ดังนั้น บุหรี่กานพลู จึงถือเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2509 ซึ่งดูแลโดยกรมควบคุมโรค  กรณีไม่ได้แจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบตาม มาตรา 11 ที่ระบุว่า  ผลิตภัณฑ์ยาสูบจะต้องมีส่วนประกอบตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจะขายได้  ทั้งนี้ ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ มีหน้าที่จะต้องแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ

                อย่างไรก็ตาม หากผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบรายใดฝ่าฝืนมาตรา 1  ก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  นอกจากนี้ ยังมีความผิด พรบ.ยาสูบ ซึ่งรับผิดชอบโดยกรมสรรพสามิต  กรณีที่ลักลอบเข้ามาจำหน่าย จะมีโทษตามมาตรา 46 คือ ปรับไม่เกิน 500 บาท  และมีโทษตาม มาตรา 50 คือ ปรับ 15 เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบ